โลกการค้า : ประจำวันที่ 3 กันยายน 2569

โลกการค้า
3 กันยายน 2569
จีนกำลังเปลี่ยนจากผู้นำเข้าสินคาเกษตร
สู่ผู้ผลิตใช้เองในประเทศและเพิ่มปริมาณการส่งออก
** สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (ผอ.สนค.) กระทรวงพาณิชย์…เผยแพร่รายงาน แนวโน้มสถานการณ์สินค้าเกษตรและอาหารของจีน China Agricultural Outlook ในช่วงปี ค.ศ. 2026-2035 (ปี 2569-2578) ทั้งด้านการผลิต การบริโภค การค้า และราคาสินค้าเกษตรหลักของจีน โดยระบุว่า ในปี 2568 กำลังการผลิตในภาคเกษตรของจีนขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ผลผลิตธัญพืชรวมแตะระดับ 715 ล้านตัน สูงสุดเป็นประวัติการณ์ และผลผลิตเนื้อสัตว์รวมทะลุ 100 ล้านตัน เป็นครั้งแรก ขณะเดียวกันการนำเข้าสินค้าเกษตรหลักของจีนลดลงหลายรายการ โดยเฉพาะข้าวโพดนำเข้าลดลงถึง 80.6 % และข้าวสาลีลดลง 64.4 % สะท้อนถึงแนวทางการพัฒนาของจีนในการสร้างความมั่นคงทางอาหารและพึ่งพาตนเองมากขึ้น ขณะเดียวกัน จีนขยายการส่งออกสินค้าเกษตร โดยผักส่งออกเพิ่มขึ้น 6.4 % ผลไม้เพิ่มขึ้น 4.4 % และสัตว์น้ำเพิ่มขึ้น 7.5 % เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (ผอ.สนค.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า จากการศึกษาและติดตามแนวโน้มการนำเข้าสินค้าเกษตรของจีนพบว่า ในช่วงทศวรรษหน้า จีนมีแนวโน้มการพึ่งพาตนเองมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มธัญพืชและเนื้อสัตว์ นอกจากนี้ จีนมีแนวโน้มขยายการส่งออกเพิ่มขึ้นในกลุ่มผักและผลไม้ รวมถึงสัตว์น้ำ
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าผลไม้จะเป็นกลุ่มสินค้าที่จีนสามารถส่งออกได้มากขึ้น แต่ยังคงเป็นกลุ่มที่ไทยมีโอกาสสูง เนื่องจากการนำเข้าผลไม้ของจีนยังคงขยายตัว ในรายงานฯ คาดการณ์การนำเข้าผลไม้ของจีนจะขยายตัวเฉลี่ย 6.1 % ต่อปี และจีนจะยังคงขาดดุลการค้าผลไม้ในระยะยาว จากความต้องการบริโภคในประเทศที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งคาดว่าการบริโภคผลไม้ของจีนจะโตเฉลี่ย 1.2 % ต่อปี จนไปแตะที่ 369 ล้านตันในปี 2578 จึงเป็นโอกาสสำหรับผลไม้ไทยที่ยังมีช่องว่างตลาดให้เติบโตได้อีก โดยเฉพาะกลุ่มผลไม้พรีเมียมและแปรรูป ซึ่งในรายงานฯ ระบุชัดเจนว่า จีนให้ความสำคัญกับสินค้าคุณภาพสูงมากขึ้นเรื่อย ๆ
ทั้งนี้กลุ่มที่เติบโตต่อเนื่อง เป็นกลุ่มที่มีแนวโน้มนำเข้าเพิ่มขึ้น ได้แก่ กลุ่มเนื้อสัตว์ โดยเฉพาะเนื้อไก่แปรรูป คาดว่าปี 2578 จีนจะนำเข้าเนื้อสัตว์ปีก ราว 1.27 ล้านตัน เติบโตเฉลี่ย 2.4 % ต่อปี ซึ่งเป็นโอกาสสำหรับการส่งออกไก่แปรรูปของไทยที่มีคุณภาพมาตรฐานสูง เช่นเดียวกับเนื้อวัวและเนื้อแกะที่คาดว่าการนำเข้าจะเพิ่มขึ้นในระยะยาว ส่วนสินค้าประมงและสัตว์น้ำคาดว่าการนำเข้าของจีนจะทรงตัวและเติบโตเฉลี่ย 1.6 % ต่อปี แตะระดับ 8.08 ล้านตันในปี 2578 ถือว่ายังคงเป็นตลาดที่มีศักยภาพด้วยความต้องการที่มีอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นโอกาสสำหรับผู้ส่งออกกุ้งและอาหารทะเลแปรรูปของไทย
ส่วนกลุ่มความเสี่ยง กลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่ผู้ส่งออกไทยควรติดตามเฝ้าระวัง เตรียมการวางแผนและปรับกลยุทธ์ ได้แก่ กลุ่มข้าวและน้ำตาล ซึ่งในรายงานฯ คาดการณ์ว่าการนำเข้าข้าวของจีนจะลดลงเฉลี่ย 9.1 % ต่อปี ทำให้เหลือการนำเข้าข้าวเพียง 0.95 ล้านตันในปี 2578 ขณะที่จีนมีแนวโน้มส่งออกข้าวเพิ่มขึ้น ผู้ส่งออกข้าวไทยจึงอาจเผชิญการแข่งขันที่สูงขึ้นในตลาดโลก ขณะเดียวกัน จีนตั้งเป้าเพิ่มผลผลิตน้ำตาลในประเทศเฉลี่ย 2.5 % ต่อปี ทำให้การนำเข้าน้ำตาลมีแนวโน้มลดลงเหลือราว 4 ล้านตันในปี 2578
ประเมินว่า ทิศทางตลาดสินค้าเกษตรและอาหารในจีนในช่วงทศวรรษหน้า จีนจะเปลี่ยนจาก “ตลาดนำเข้าสินค้าปริมาณมาก” ไปสู่ “ตลาดสินค้าคุณภาพสูงและมีความหลากหลาย” มากขึ้น สอดคล้องกับรายได้ประชากรจีนที่คาดว่าจะเติบโตเฉลี่ย4.3 % ต่อปี ในเขตเมือง และ 6.5 % ในเขตชนบท รวมถึงอัตราการขยายตัวของเมือง (Urbanization) ที่จะแตะ 75 % ภายในปี 2578 ปัจจัยเหล่านี้ จะหนุนให้ความต้องการสินค้าพรีเมียม สินค้าแปรรูป และสินค้าเพื่อสุขภาพ เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
นายนันทพงษ์ กล่าวว่า ผู้ประกอบการไทยที่ส่งออกไปจีนควรวางแผนยกระดับคุณภาพและสร้างแบรนด์สินค้า โดยเฉพาะในกลุ่มผลไม้ ซึ่งยังเป็นจุดแข็งของไทยและมีช่องว่างในตลาด ขยายสินค้าแปรรูปที่มีมูลค่าเพิ่มในกลุ่มเนื้อไก่และอาหารทะเล เพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้น ติดตามและศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภคจีนรุ่นใหม่ที่ให้ความสำคัญกับสุขภาพและความสะดวกตามวิถีชีวิตรูปแบบใหม่ พัฒนาสินค้าที่ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่แตกต่างกันไปในแต่ละมณฑลจีน รวมถึงติดตามนโยบายความมั่นคงทางอาหารของจีนอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะกลุ่มข้าวและน้ำตาลที่มีความเสี่ยงตลาดหดตัว และควรกระจายตลาดส่งออกไปยังประเทศอื่นควบคู่กันไป
** กระบองเพชร**
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

