แวดวงการเงิน
15 สิงหาคม 2569 เวลา 02:10 น.
วิทัย รัตนากร
** อาจจะมี”นักวิชาการ นักการเงิน นักเศรษฐศาสตร์”...รู้สึกตกใจปรับตัวไม่ทันกับบทบาทของธนาคารแห่งประเทศไทยยุคใหม่ที่ลงมาแก้ปัญหาทางการเงิน...ปัญหาเศรษฐกิจแบบเฉพาะจุด...ซึ่งจริงๆแล้วปล่อยไว้มันก็จะกลายเป็นระเบิดเวลาที่ทำลายความมั่นคงทางเศรษฐกิจของชาติให้พังได้ทั้งระบบ...และตอนนี้คนที่คิดไม่ดี ทำไม่ดี กับระบบเศรษฐกิจระบบการเงินของไทย...อย่างเช่น “ไอ้พวกทุนเทา” ที่เอาเงินสกปรกมาแฝงมาฟอกในระบบการเงิน ระบบเศรษฐกิจของไทยมานานร่วม 10 ปี...กำลังเดือดร้อนหนัก...เพราะ ธปท. ในยุคของ ผู้ว่า ธปท.ที่ชื่อ วิทัย รัตนากร...ไม่นั่งมองดูเฉยๆอยู่บนหอคอยงาช้างเหมือนแต่ก่อน...แต่โดดลงมาแก้ไขปัญหานี้ด้วยตัวเอง...!! ก็อย่างที่รู้ว่า “ไอ้พวกทุนเทา”มันไม่ใช่ธรรมดา...เงินมันเยอะมาก...ซื้อ “คนตัวใหญ่”ในประเทศนี้ได้สบายๆ....ตอนนี้ในขณะที่สังคมส่วนใหญ่ส่งเสียงชื่นชมคุณวิทัยที่ลงมือทำงานแบบนี้...ก็มีอีกกระแสหนึ่งที่ออกมาทำนองว่า “อันนี้มันหน้าที่หลักของแบงก์ชาติหรือเปล่า???...งานนี้คุณวิทัยก็เลยต้องชี้แจงด้ายการโพสต์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวอธิบายความว่า... “ธนาคารแห่งประเทศไทยยังทำภารกิจหลักในการรักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจมหภาค เป็น Core Mandate เรื่องนี้ไม่เคยเปลี่ยน แต่ความเสี่ยงเรื่องเสถียรภาพด้านราคาและระบบการเงินลดลงมาก – เงินเฟ้อ (ก่อนสงคราม) อยู่ต่ำจนติดลบ และแบงก์มีผลประกอบการและเงินกองทุนแข็งแรงมาก จนอาจมากเกินไปด้วยซ้ำ แต่ปัจจุบันปัญหาของไทยกลับอยู่ที่อัตราการเติบโตและศักยภาพการเติบโตทางเศรษฐกิจลดต่ำลงเรื่อยๆ จากปัญหาเชิงโครงสร้างมากมาย ถ้าเราได้แต่วิเคราะห์ปัญหาอย่างเดียว มัวแต่วิจารณ์คนอื่น แต่ไม่ช่วยกันลงมือทำเสียที เศรษฐกิจจะโตช้าลงเรื่อยๆ ธุรกิจและชาวบ้านจะมีรายได้ลดลง จนไม่พอรายจ่าย ท้ายที่สุดจะเป็น NPL และวนกลับมากระทบเสถียรภาพเศรษฐกิจมหภาคแน่นอน...จะมีประโยชน์อะไรถ้าแบงก์ชาติบรรลุเป้าหมายเสถียรภาพ แต่เศรษฐกิจแย่ลงเรื่อยๆ ธุรกิจปิดตัว และจะมีคนจนลงอีกมากแน่นอนครับ ขอย้ำอีกครั้งว่า ภารกิจหลักของแบงก์ชาติคือการรักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจมหภาคไม่เคยเปลี่ยนเลยครับ”…แต่เมื่อโลกทุกวันนี้เปลี่ยนแปลงไปมาก ไม่ได้เหมือนโลกยุคก่อนแล้ว แบงก์ชาติยุคนี้จึงต้องเน้นลงมือทำแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง แต่ทำเฉพาะที่เกี่ยวกับด้านการเงินใน 4 เรื่อง คือ 1.การแก้หนี้ครัวเรือน 2.Inclusion ให้ SMEs และรายย่อยเข้าถึงสินเชื่อได้ 3.การทำให้ต้นทุนการใช้บริการทางการเงินที่เป็นธรรมแก่รายย่อย & SMEs (ค่าธรรมเนียมและดอกเบี้ย) และ 4.การป้องกันไม่ให้ใช้ช่องทางการเงินเอื้อต่อทุนเทาและคอร์รัปชัน ทั้งหมดอยู่ในขอบเขตหน้าที่ของแบงก์ชาติตามที่กำหนดใน พ.ร.บ. ชัดเจน และจริงๆ ที่ผ่านมาแบงก์ชาติ ก็ทำทั้ง 4 เรื่องนี้อยู่แล้ว แต่นี้ไปจะเข้ากำกับ Nonbank ทั้งด้าน Lending และ Payment มากขึ้น เพราะเห็นความเสี่ยงที่ประชาชนถูกเอาเปรียบ และเป็นทางผ่านของธุรกรรมไม่ปกติเพิ่มขึ้น…“เมื่อความเสี่ยงเปลี่ยน แบงก์ชาติก็ต้องปรับตัวนะครับ ถ้าเราไม่เปลี่ยน ก็จะทำหน้าที่ได้ไม่ดี ทำไม่เต็มที่ตามที่ควรต้องทำ” ถึงจะสบายกว่า ง่ายกว่าก็ตาม แต่โชคดีที่แบงก์ชาติเป็นองค์กรที่ร่วมกันปรับตัว มีคนเก่งที่ยังมีพลัง และมีจิตใจดีอยู่มากมาย เราไม่อยากติดยึดอยู่ใน “โลกเก่า” ที่มีแต่วิจารณ์คนอื่น สร้างภาพสวย แต่ไม่เคยมีผลงานให้ได้จดจำ เลยอยากชวนทุกคนมาช่วยกันลงมือทำจริงๆ ร่วมกันทำให้ประเทศดีขึ้นให้ได้ ช่วยกันนะครับ # ยืนตรง..มองไกล..ยื่นมือ...ติดดิน….!! มาถูกทางแล้ว...อย่าหยุด...ไปให้สุด...ครับผู้ว่าการแบงก์ชาติ...แวดวงการเงิน...คือหนึ่งในหลายสิบล้านเสียงที่อยู่ทีมผู้ว่าการแบงก์ชาติครับผม...**
** อนันตเดช พงษ์พันธุ์**

