แวดวงการเงิน : 29 กันยายน 2569


** ต้องปรบมือให้กระทรวงการคลังกันดังๆ เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2569 Fitch Ratings ปรับมุมมองเครดิตไทยจาก “เชิงลบ” ขึ้นเป็น “มีเสถียรภาพ” คงอันดับ BBB+ ครบทั้ง 3 สถาบัน Fitch Moody's และS&P ต่างมองตรงกันว่า Stable….!! สาดไปเลยครับสมาชิก...สาดไลท์ไปรัวๆๆ...เพราะงานนี้ต้องยกเป็นผลงานเด่นของ ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง เหตุผลที่เราได้เรตติ้งนี้มาเพราะนโยบายของรัฐบาลที่ต่อเนื่องนั่นเอง...Fitch เชื่อว่ารัฐบาลมีความมุ่งมั่นรักษาวินัยทางการคลัง และพร้อมเดินหน้าปฏิรูปรายได้ภาครัฐ เพื่อสนับสนุนแผนปรับสมดุลทางการคลังในระยะปานกลาง เหมือนเค้าให้เครดิตล่วงหน้าบนความคาดหวังว่าจะมีการปฏิรูปด้านการคลังเพื่อสร้างรายได้ตามมา...ถือเป็นโอกาสดีในกี่ที่กระทรวงการคลังจะเริ่มให้ความสำคัญกับการดำเนินกี่ตามแผนการคลังระยะปานกลางเพื่อปรับสมดุลทางการคลัง สร้างรายได้เพิ่มเติม โดยเริ่มจากการแก้ไขโครงสร้างภาษีบุหรี่แบบ 2 อัตรา ที่ใช้มาเกือบ 10 ปี ตอนนี้กำหนดให้ราคาขายปลีกแนะนำไม่เกิน 72 บาทต่อซอง เสียภาษี 25% เกิน 72 บาท เสียภาษี 42% บวกภาษีตามปริมาณอีกมวนละ 1.25 บาทเท่ากันทั้งสองกลุ่ม ฟังดูเหมือนจะเก็บรายได้ได้มากขึ้น แต่ผลที่ออกมาคือตลาดบิดเบือน ผู้ประกอบการแข่งกันลดราคาหาเทียร์ต่ำ รายได้ภาษีสรรพสามิตบุหรี่วูบจาก 6.8 หมื่นล้านบาท เหลือ 4.7 หมื่นล้านบาท…จึงควรเร่งปรับให้เป็นโครงสร้างแบบอัตราเดียวเสียที เรื่องนี้ศึกษาพอแล้ว รับฟังพอแล้ว นักวิชาการก็ชี้มาตลอดว่าโครงสร้างแบบนี้เรียบง่ายเป็นสากล...กรมสรรพสามิต นำทีมโดย ดร.พรชัย ฐีระเวช อธิบดีกรมสรรพสามิต พร้อมทั้งทีมงานเองก็ศึกษาเรื่องอัตราเดียวไปหลายรอบแล้ว...ล่าสุดยังได้ยินว่าจะให้มหาวิทยาลัยอีกแห่งมาเริ่มศึกษาใหม่อีกรอบ ไม่แน่ใจว่าผลการศึกษาของกรมสรรพสามิต สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ยังไม่พออีกเหรอ...!! แต่เอ๊ะ...ได้ยินมาว่าทีมของมหาวิทยาลับที่ได้งานให้ไปศึกษาภาษียาสูบครั้งล่าสุด..ก็ดอดยกทีมไปหารือกับกรมสรรพสามิตอยู่มิใช่หรือ....งานนี้...แวดวงการเงิน...หัวจะปวดไม่ไหว... ทั้งๆ ที่ผลจะออกมาแบบไหนก็คงเดาได้ไม่ยาก การสำรวจ 100% ชี้ว่าอัตราเดียวดีที่สุด (แล้วจะยื้อเวลาไปทำไมครับท่าน)....อย่าให้เรื่องที่ควรตัดสินใจได้เร็วต้องมาติดค้างในห้องทำงาน รมว.คลัง เลยครับ....ขอล่ะครับ...ดร..เอกนิติ ครับช่วยกันทำให้ปัญหานี้มันจบที่รุ่นเรา...ช่วยเพิ่มรายได้กรมสรรพสามิตสักที!...ช่วง 12–18 ตุลาคม 2569 ไทยเป็นเจ้าภาพประชุมประจำปี IMF และธนาคารโลกที่กรุงเทพฯ ครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2534 มีรัฐมนตรีคลัง ผู้ว่าการแบงก์ชาติ และผู้เชี่ยวชาญจากทั่วโลกมากันพร้อมหน้า หากไทยสามารถแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างทางการคลังที่ค้างคามาเนิ่นนาน แต่ไม่มีใครกล้าตัดสินใจได้ ก่อนการเริ่มงานดังกล่าวได้ งานนี้ไทยอาจกลายเป็นต้นแบบของการปฏิรูปภาษียาสูบที่ทุกฝ่ายต้องยกย่องและจับตามองก็ได้ ดูตัวอย่างฟิลิปปินส์ที่เป็นบทเรียนการปฏิรูปภาษีบาปแล้วเพิ่มประสิทธิภาพภาษียาสูบได้อย่างดีเยี่ยมจนเป็นที่ยอมรับไปทั่วโลก…**
** อนันตเดช พงษ์พันธุ์ **
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

