ลัทธิสุดโต่งในอเมริกา

นึกถึงลัทธิประหลาดลัทธิหนึ่ง นั่นคือลัทธิที่เรียกว่า Creativity Movement หรือแปลไทยอย่างไพเราะเพราะพริ้งทิงนองนอยว่า “ขบวนการสร้างสรรค์” แต่เท่าที่อ่านที่มาที่ไปและเจตจำนงค์ของลัทธินี้แล้ว ดูไม่ค่อยจะสร้างสรรค์นัก เจ้าลัทธิคือ แมท เฮล ประกาศว่าลัทธิตนนิยมหลัก “อหิงสา” แต่เนื้อแท้แล้วน่าจะเปลี่ยนชื่อใหม่ว่า “ลัทธิเกลียดยิว” เพราะอะไรๆ พี่แกก็โทษยิวไปทุกสิ่ง เหมือนเคยถูกคนยิวแย่งเมียไป ปากบอกว่ายึดหลักอหิงสา แต่ประกาศปาวๆ ว่าต่อต้านคนต่างชาติและกลุ่มรักร่วมเพศอย่างสุดลิ่มทิ่มประตู อหิงสาแบบใดกันเนี่ย
ลัทธินี้มีหลักการ ซึ่งจะเรียกว่าเป็นหลักธรรมก็คงไม่ได้ เพราะดูวนๆ กับการจงเกลียดจงชังชาวยิวเหลือเกิน หลักนี้เรียกว่า “บัญญัติของลัทธิความคิดสร้างสรรค์” โดยรวมแล้วคือต้องการสร้างแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์ที่มีแต่คนผิวขาวเท่านั้น โดยไม่รวมยิว ถึงแม้ยิวจะผิวขาว แต่ยิวทุกคนคือศัตรูของเรา เพราะฉะนั้นต้องเร่งขับไล่หรือทำลายยิวออกจากสังคม
คนที่เข้าไปสมัครเป็นสาวกลัทธินี้จะถูกล้างสมอง ให้ทำร้ายกลุ่มคนที่ทางลัทธิเห็นว่าเป็นอันตรายต่อกลุ่ม สาวกระดับสูงถูกตัดสินจำคุกในข้อหาฆ่าคนผิวดำและสาวเกาหลีใต้ กับทำร้ายชาวยิวปางตายไปอีก 9 คน ส่วนเจ้าลัทธิก็ถูกศาลสั่งจำคุก 40 ปี ด้วยข้อหาจ้างวานตำรวจให้สังหารผู้พิพากษา ปัจจุบันนี้ไม่เหลือใครบูชาลัทธินี้อีกแล้ว หรือหากจะมีก็คงกลุ่มเล็กเต็มที

อีกลัทธิหนึ่งที่ดูเพี้ยนไม่แพ้กันคือลัทธิสาขาแห่งเดวิดหรือ Branch Davidians เดวิด โคเรชตั้งตนเป็นศาสดาเพื่อเผยแพร่คำสอนกึ่งดิบกึ่งดีกึ่งอิงศาสนาว่า มนุษย์เราเกิดมาในยุคอมาเกดอน ซึ่งความความเชื่อของศาสนาคริสต์แล้ว วันอมาเกดอนคือวันสิ้นโลกนั่นเอง แรกๆ ฟังดูดีมีหลักการ แต่พอหลังๆ เดวิดอ้างว่าตนเองนั้นคือร่างอวตารของพระคริสต์
ไอ้ที่แปลกคือแกนิยมกินตับเด็กรุ่นๆ ที่ยังไม่ทันโตเป็นสาวเต็มตัว ศาสดารายนี้จึงมีเมียเด็กเพียบ แถมไม่ดูแลฝูงเมียเด็กปล่อยให้ตบตีกันพัลวัน สร้างความปวดหัวและอิจฉาให้สาวกชายรายอื่นๆ อย่างยิ่ง พอเบื่อสะสมเมียเด็ก เฮียก็ล่อของหนักคือหันมาสะสมอาวุธสงครามแทน
ความพิลึกพิเรนทร์ของสำนักแว่วนี้เข้าหูเอฟบีไอ เลยส่งคนไปเคาะประตูทำการของสาขาแห่งดาวิดในเมืองวาโค รัฐเท็กซัส ปรากฏว่าเจ้าสำนักสั่งให้ทุกคนสู้ตายถวายชีวิต ตัวเจ้าสำนักลงมือวางเพลิงเผาสำนักเองเลยทีเดียว พอเจ้าหน้าที่เอฟบีไอบุกเข้าไปถึงกับผงะ เพราะซากดำเป็นตอตะโกทั้ง 82 ซากคือศาสดาและสาวกนั่นเอง กระนั้นยังมีสานุศิษย์ที่หลบหนีไปพยายามจะก่อตั้งสำนักนี้ขึ้นมาใหม่ แต่กลับไม่ประสบผลสำเร็จ
แม้เรื่องความเชื่อจะเป็นเรื่องส่วนบุคคล แต่อาจส่งผลให้ชีวิตครอบครัวอับปางได้ อย่างเช่นในกรณีพระเอกฮอลลีวู้ดชื่อดังอย่างทอม ครูซ ที่อยู่ๆ เมียสาวสุดที่รักหอบลูกสาวหนีจากไป พร้อมยื่นฟ้องหย่าเมื่อปี 2012 สาเหตุของการขอหย่าเกิดจากลัทธิความเชื่อที่พระเอกสุดหล่อนับถืออย่างสุดจิตสุดใจนั่นเอง
หลังการหย่า พระเอกหนุ่มออกมาออกมายอมรับว่าลัทธิ “ไซเอนโทโลจี้” ที่ศรัทธาอยู่คือสาเหตุหลักที่ทำให้ชีวิตคู่อับปาง จะว่าไปแล้วไอ้ลัทธินี้เหมือนแม่เหล็กดึงดูดเหล่าดารา คนดัง และคนรวยเข้าไปเพียบ โดยเฉพาะในหมู่ดารา นอกจากทอม ครูซแล้ว ยังมีพ่อดาราเท้าไฟ จอห์น ทราโวลตาและพระเอกผิวสีคนดังอย่าง วิล สมิธ ด้วย
ลัทธิไซเอนโทโลจี (Scientology) ที่ว่าคือลัทธิความเชื่อที่ถูกบัญญัติโดย แอล.รอน ฮับบาร์ด นักเขียนชาวอเมริกันเมื่อปี ค.ศ 1952 และถือเป็นหลักปรัชญาในการดำเนินชีวิต หากศึกษารายละเอียดลัทธินี้แล้วคงต้องบอกว่าไม่ธรรมดาเลย เพราะแปลกประหลาดมหัศจรรย์พันลึก จนแทบวิ่งเข้าตึกแขกเพื่อแหกปากร้องว่า “แปลกจริงๆ อีนี่ นะนายจ๋า”
ไซเอนโทโลจีเชื่อว่าร่างกายมนุษย์ทุกคนมีวิญญาณของ “มนุษย์ต่างดาว” อยู่ภายใน ผู้ที่ได้รับการศึกษาแบบไซเอนโทโลจีเท่านั้นที่จะสามารถ “ปลดปล่อย” และเข้าถึงวิญญาณมนุษย์ต่างดาวที่แฝงเร้น ทำให้มนุษย์สามารถดึงศักยภาพที่แท้จริงออกมาใช้ได้ นอกจากนี้มีหลักการว่าความเจ็บป่วยทางกายและใจล้วนมาจากเรื่องโศกเศร้าในอดีตซึ่งสามารถบำบัดกายและใจนี้ได้โดยวิทยาศาสตร์ที่เรียกว่า “วิธีวิทยา”
ลัทธินี้สอนให้คนฝึกจิตหรือที่ทางลัทธิเรียกว่าการ “ออดิต” โดยมุ่งเน้นให้สมาชิกรื้อฟื้นความรู้สึก “เจ็บปวด” และ “โศกเศร้า” จากเหตุการณ์ในอดีต ผ่านการบำบัดจิตผสมผสานกับวิทยาศาสตร์ประยุกต์ เช่น การห้ามกรีดร้องระหว่างคลอดบุตร ในฐานะผู้หญิงคนหนึ่งบอกเลยว่าเป็นเรื่องที่ทำได้ยากมาก เพราะนี่คือความเจ็บปวดที่สุดแล้วสำหรับเพศแม่
แม้ว่าจะแปลก แต่ปัจจุบันมีผู้เลื่อมใสกว่า 10 ล้านคนทั่วโลกรวมทั้งในประเทศไทยด้วย โดยมีฐานใหญ่ในนิวเจอร์ซีและลอสแองเจลิส ต่อมาเริ่มมีข่าวหนาหูทำนองว่าลัทธินี้ทั้งล้างสมองและโกงเงินสาวก หลักการก็ออกจะเพี้ยนๆ เช่น สั่งห้ามสมาชิกคบหาสมาคมกับพวก “นอกรีต” หรือคนที่ไม่ได้นับถือไซเอนโทโลจี โดยแม้กระทั่ง “ครอบครัว” ก็ยังไม่เว้น
ส่วนซี ออร์แกไนเซชัน” (Sea Organization) หรือศูนย์ปฏิบัติการลับของไซเอนโทโลจี แม้จะดูจากภายนอกเหมือนคฤหาสน์หรู แต่ภายในเหมือนค่ายนรกเดียนเบียนฟูไม่มีผิด อดีตสาวกรายหนึ่งออกมาแฉว่าผู้ดูแลจะทุบตีและลงโทษแบบแปลกๆ หากละเมิดกฎ เช่น ให้สารภาพบาปทั้งคืนหรือปิดแอร์ขณะที่อุณหภูมิภายนอกพุ่งสูงเกือบสี่สิบองศาเซลเซียส
ท่ามกลางความกว้างใหญ่ไพศาลของอเมริกา มีเรื่องราวแปลกประหลาดที่ชาวโลกคิดไม่ถึงเร้นอยู่มากมาย บางเรื่องแปลกจนแทบไม่น่าเชื่อว่าจะมีอยู่จริง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

