บุคคลแนวหน้า : 13 กันยายน 2569

หนังสือพิมพ์แนวหน้า มั่นคง ตรงไป ตรงมา ท่ามกลางไฟการเมืองที่กำลังโดนสุมให้เดือดระอุชนิดที่ต้องบอกว่า ห้ามกะพริบตา ตั้งแต่ 14 กันยายน เป็นต้นไป ซึ่ง กกต.จะได้ฤกษ์ลงมติคดีฮั้วสว.ว่า จะยกฟ้อง ส่งฟ้อง หรือฟ้องศาลฎีกากี่คน และใน 229 รายชื่อ จะมีฝ่ายการเมืองรวมอยู่ด้วยหรือไม่???
…nn คดีนี้ยืดเยื้อมากว่า 2 ปี ปัญหาเกิดขึ้นเมื่อ ชุดสอบของกกต.ที่มีอยู่ 2 ชุด ดันแทงสวนกันเอง คือ ชุดแรกคณะกรรมการสืบสวนฯ ชุดที่ 26 ซึ่งกกต.ทำงานร่วมกับดีเอสไอ เห็นควรส่งฟ้อง 229 คน มีทั้งรมต.-สส.พรรคสีน้ำเงิน ถูกกล่าวหารวมอยู่ในนั้นด้วยเบ็ดเสร็จ 20 คน
…nn ต่อมา กกต. ส่งความเห็นควรส่งฟ้องของชุดที่ 26 ไปให้ คณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาหรือข้อโต้แย้ง คณะที่ 36 หรือที่เรียกๆ กันว่า อนุฯชุด 36 ซึ่ง กกต.ตั้งขึ้นมาตามอำนาจ จนกระทั่งเมื่อ 12 มี.ค.2569 จึงมีมติเสียงข้างมาก 5 ต่อ 2 ยกคำร้องต่อผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 229 คน
…nn นี่คือเส้นทางมหากาพย์คดีฮั้วสว. ที่ พรรคสีส้ม-พรรคสีน้ำเงิน กำลังยืนแลกหมัดฟัดกันจมเขี้ยวอยู่ในเวลานี้ โดยมีชะตากรรม กกต.และการเมืองเป็นเดิมพัน เพราะไม่ว่ามติจะออกมาเป็นอย่างไร??? บริบททางการเมืองจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป
…nn โดยเฉพาะ กกต. กำลังโดนพรรคส้ม-เครือข่าย กระชับพื้นที่ไล่ต้อนเข้าสู่มุมอับ เปิดเวทีถล่มต่อเนื่องมาหลายสัปดาห์ ล่าสุด หัวหน้าเท้ง ยอมหงายการ์ด ทิ้งไพ่ใบสุดท้ายจับมือไอลอว์ ปลุกม็อบลงถนนเย็นวันอาทิตย์นี้ บีบให้ กกต.มีหน้าที่ต้องสั่งฟ้อง
…nn ส่วนจะกดดัน ได้ผลหรือไม่??? แค่ไหน??? ก็ยากที่จะบอกได้ แต่ในทางการเมือง นี่คือกับดักที่เริ่มนับหนึ่งเพื่อรอจังหวะยกระดับเกม เนื่องจากสถานการณ์ตอนนี้ไหลเข้าสู่โซนแตกหัก ยิ่งมี ม็อบทวงคืนประเทศไทย ออกมาลั่นกลองรบผุดขึ้นอีก ยังไม่รู้จะจบลงตรงไหน???
…nn ยังไม่รวมกับ ระเบิดลูกใหญ่ วันที่ 28 กันยายน ที่ศาลรัฐธรรมนูญนัดชี้ขาดคดีบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง ที่ต้องรอลุ้นเช่นกันว่า จะสั่นสะเทือนการเมืองถึงระดับไหน??? จะถึงขั้นเลือกตั้งเป็นโมฆะหรือไม่.??? คาดเดาลำบากถึงยากที่สุด โอกาสจะโดนกวาดทั้งกระดานยัง 50 – 50
…nn อดใจรออีกนิดเดียว ก็จะรู้แล้วว่า ทั้งสองคดีใหญ่นั้น จะราดน้ำมันลงบนกองไฟแค่ไหน??? แต่ที่แน่ๆ คือ ทั้งสองคดีนั้นล้วนเกี่ยวพันกับกกต.ทั้งสิ้น และผลลัพธ์ที่ออกมา ก็เป็นสิ่งที่ กกต.จะปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้เลย คำว่า วิกฤตศรัทธาแขวนอยู่บนเส้นด้าย
…nn ไปดูฝั่งรัฐบาลกันบ้าง แม้ดูเหมือนจะใช้ความสงบสยบความเคลื่อนไหว แต่แรงกระเพื่อมจากปรากฏการณ์ทางการเมืองที่เกิดขึ้น ก็ประมาทไม่ได้เช่นเดียวกัน ต้องดูว่า อุตส่าห์เปลี่ยนตัวโฆษกรัฐบาลจาก น.ส.รัชดา ธนาดิเรก มาเป็น นพ.เอกภพ เพียรพิเศษ จะเอาอยู่มั้ย???
…nn จริงอยู่ แม้หมอเอก ถือหลักไม่สุมไฟการเมือง เน้นเอาดีทางด้านการสื่อสารเชิงรุกเป็นหลัก แต่อย่าลืมว่า ในสายการเมืองนี้ มีแต่เสือ-สิงห์-กระทิง-แรด ระวังโลกสวยเกินไป นอกจากจะไม่ทันกินยังโดนเพื่อนตีกินแบบฟรีๆ บางเรื่องถ้าสังคมเชื่อไปแล้ว นั่นแหละคือปัญหาใหญ่
…nn ยังไม่รู้ว่า อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย จะขยับตัวนัดพรรคร่วมรัฐบาลดินเนอร์กระชับสัมพันธ์อีกวันไหน หลังจากเลื่อนมาแล้วครั้งหนึ่ง แต่ที่แน่ๆคือ เกมการเมืองขยับตามจังหวะ จับตาฝ่ายคอยในฝ่ายค้านเชิงกล้าธรรม
…nn ก่อนหน้านั้นกล้าธรรม งดออกเสียง พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านทั้งที่ฝ่ายค้านอภิปรายปากแทบฉีก มาล่าสุด ร่างพ.ร.บ.งบประมาณปี 2570 วงเงิน 3,788,000 ล้านบาท พลพรรคสีเขียว 58 เสียง ก็ยังเทใจโหวตให้แบบสวยๆ ไม่แตกแถว โดยมีเสียงนายกฯสำทับให้ชื่นใจว่า ยังไม่ปิดประตู
…nn นี่แหละคือชั้นเชิงการเมือง ไม่มีมิตรแท้ และศัตรูถาวร บางครั้งจริงคือเท็จ-เท็จคือจริงทุกความเป็นไปได้ขึ้นอยู่กับผลประโยชน์ และการจัดสรรแบ่งปันอำนาจ การขยับของ กล้าธรรม น่าสนใจ อย่างน้อยๆ ก็ช่วยบล็อกเกมของเพื่อไทย หากจะคิดพยศในกาลข้างหน้า
…nn ส่วน คดีโกงสอบท้องถิ่น ขยับใกล้จุดโฟกัสขึ้นเรื่อยๆ หลังจากนายกฯหนูนำทีม 7 พันธมิตรฯปราบทุจริตไล่ยึดทรัพย์เครือข่ายพวกนี้ได้แล้ว 320 ล้านบาท ต้องดูต่อไปว่า จะตามแงะออกมาได้อีกเท่าไหร่???เพราะตัวเลขนี้ เมื่อเทียบกับมูลค่า 4,500 ล้านบาทนั้น ถือว่ายังจิ๊บๆ
…nn แต่ยังไงก็ต้องขอปรบมือชม ถือว่า เป็นนิมิตหมายที่ดี แต่ถ้าจะให้ดีกว่านั้น คือ ต้องขยายผลลากคอตัวบงการใหญ่ออกมาให้ได้ เพราะขบวนการนี้ไม่ได้จำกัดวงแค่ในมหาดไทย-ท้องถิ่นเท่านั้น แต่ยังฝังลึกเข้าไปในดีเอสไอด้วย จนมีการจับกุมไปแล้ว 2 รายในเครือข่ายนายกเฮง
…nn สะท้อนภาพชัดเจนว่า เครือข่ายใหญ่โตมาก วงจรอุบาทว์นี้ขยายตัวอยู่ในหลายองค์กรที่มีอำนาจชี้เป็นชี้ตายในระบบราชการ นั่นแปลว่า ทำมาหากินกันมานาน แล้วถ้าคนพวกนี้ไม่มีตัวใหญ่คอยหนุนหลังย่อมทำไม่ได้ เพราะฉะนั้น คำตอบสุดท้ายคือตัวการใหญ่ต้องติดคุก...สวัสดี
สิบแปดสิงห์

