การบริหารทรัพยากรบุคคลภาครัฐ

(ต่อจากอาทิตย์ที่แล้ว)
ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่าในการสรรหาคณบดีของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 3 นั้น มาตรา 40 แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พ.ศ.2541 ประกอบกับข้อ 8 ของข้อบังคับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ว่าด้วยการสรรหาคณบดี พ.ศ.2554 บัญญัติให้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการสรรหาคณบดีโดยสภามหาวิทยาลัยขึ้นมาเพื่อดำเนินการสรรหาคณบดี ซึ่งคณะกรรมการสรรหาต้องมีองค์ประกอบที่หลากหลายมาจากผู้ที่เกี่ยวข้องหลายฝ่ายทั้งที่มาจากกรรมการสภามหาวิทยาลัย ผู้ทรงคุณวุฒิคณาจารย์ประจำ ผู้ทรงคุณวุฒิภายนอกที่อยู่ในแวดวงการศึกษาหรือวิชาการที่เกี่ยวข้องกับคณะ ประธานสภาข้าราชการผู้แทนคณะกรรมการบริหารงานบุคคลประจำมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์(ก.บ.ม.)ผู้แทนข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษาและพนักงานมหาวิทยาลัยในคณะซึ่งดำรงตำแหน่งอาจารย์ ตำแหน่งระดับชำนาญการหรือชำนาญงานหรือเทียบเท่าขึ้นไปและได้ปฏิบัติงานในคณะนั้นมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี ทั้งนี้ เพื่อให้มีการระดมความคิดเห็นแลกเปลี่ยนความคิดเห็นความรู้และประสบการณ์ระหว่างกรรมการที่มาจากหลายฝ่ายและเพื่อให้ผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายมีส่วนร่วมในกระบวนการสรรหาและแต่งตั้งคณบดี อันจะเป็นประโยชน์ในการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการ องค์ประกอบของคณะกรรมการจึงเป็นสาระสำคัญที่กฎหมายกำหนดไว้ เพื่อเป็นหลักประกันมาตรฐาน ความเป็นธรรม การมีส่วนร่วมและการยอมรับในการสรรหาและพิจารณาทางปกครอง
ดังนั้น ก่อนที่คณะกรรมการสรรหาจะเริ่มดำเนินการสรรหาได้นั้น จะต้องปรากฏว่าได้มีการแต่งตั้งกรรมการครบองค์ประกอบจากผู้แทนของทุกฝ่ายตามที่ข้อบังคับกำหนดไว้แล้ว เมื่อหลักเกณฑ์และวิธีการได้มาซึ่งกรรมการสรรหาผู้แทนคณะกรรมการบริหารงานบุคคลประจำมหาวิทยาลัย ก.(ก.บ.ม.)
(อ่านต่ออาทิตย์หน้า)

