'เตรียมพร้อมโรคตาก่อนออกเดินทาง' โดย พญ. ศศิวิมล ตันสงวน

การออกเดินทาง สภาพแวดล้อมจะเปลี่ยนไป ไม่ว่าจะเป็น อุณหภูมิ ความชื้น สุขอนามัย
อันตรายที่มองไม่เห็น
1.จากการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ ความชื้น ความสูง ทำให้รู้สึกไม่สบายตาได้ตั้งแต่เริ่มขึ้นเครื่องบินเลย เช่น ตาแห้งเฉียบพลันในเครื่องบิน เนื่องจากความชื้นต่ำ 5-15% ทำให้ความชื้นจากผิวดวงตาระเหยไป ร่วมกับการดูหนัง มองจอเป็นเวลานาน ทำให้กระพริบตาน้อยลง ตาแห้งมากขึ้น
อาการ: แสบตา เคืองตา ตาพร่ามัวหลังจ้องจอเป็นเวลานาน
ป้องกัน: พกน้ำตาเทียมชนิดไม่มีสารกันเสีย หยอดตาได้ทุก 1-2 ชม
พักสายตาร่วมด้วย ตามกฎ 20-20-20 หลังใช้สายตานาน 20 นาที ให้พักมองไกล 20 ฟุต นาน 20 วินาที
ไม่แนะนำให้ใส่คอนแทคเลนส์ ให้ดื่มน้ำเปล่ามากๆ หลีกเลี่ยงการดื่มชา กาแฟ แอลกอฮอล์
2.เดินทางขึ้นที่สูง เกิน 3500 เมตร ออกซิเจนจะน้อยลง อาจทำให้จอประสาทตาขาดออกซิเจนชั่วคราว High Altitude Retinopathy (HAR) หากส่องดูจอประสาทตา จะเห็นเส้นเลือดขยายตัวผิดปกติ เลือดออกในจอประสาทตา จอประสาทตาบวม ขั้วประสาทตาบวม
อาการ: หากเป็นไม่เยอะ อาจไม่มีอาการ หากเป็นเยอะอาจมีอาการตามัว มองเห็นภาพเป็นจุดสีดำๆ
รักษา: ลงจากที่สูง
ป้องกัน: ให้ค่อยๆปรับตัว ขึ้นที่สูงช้าๆ อย่าขึ้นที่สูงเร็วๆ
หากคนที่มีโรคเส้นเลือดจอประสาทตาอุดตันหรือมีโรคทางตา แนะนำปรึกษาจักษุแพทย์ก่อนเดินทาง
อันตรายจากสิ่งแวดล้อมรอบตัวเรา
1.ต้อลม ต้อเนื้อ ในประเทศไทยเป็นการมาก เนื่องจากอากาศร้อน คือ เยื่อบุตาขาวเจริญผิดปกติ โดยหากโตเป็นจุดสีขาว-เหลืองอ่อนที่ตาขาว จะเรียกว่า ต้อลม แต่หากเจริญเข้าไปในกระจกตาหรือตาดำ จะเรียกว่าต้อเนื้อ แต่หากสัมผัสแสง UV ไปโดนลมนานๆจะกำเริบได้
อาการ: ตาแดง คัน เคืองตา
รักษา: หากมีอาการคันหรือเคืองตา ให้หยอดน้ำตาเทียมเพื่อลดอาการก่อน แต่หากเป็นเยอะจริงๆอาจต้องหยอดกลุ่มยาแก้แพ้หรือยาลดการอักเสบ ยาแก้แพ้สามารถหาซื้อเองได้
ป้องกัน: ใส่แว่นตากันแดด/กันลม ใส่หมวกป้องกัน UV
2.ตาไหม้แดด Photokeratitis แสง UV ทำร้าย cell ด้านบนของกระจกตาและหลุดลอกออกมา เช่น เวลาไปเล่นสกี จะมีแสง UV สะท้อนเข้าตา
อาการ: จะเริ่มมีอาการหลังโดนแสงได้ตั้งแต่ 30 นาที - 12 ชั่วโมง ปวดตาทั้ง 2 ข้าง ปวดมาก อาการแพ้แสง หรือมีรอยแดงรอบดวงตาที่โดนแสง UV
ป้องกัน: ใส่แว่นกันแดดที่ได้มาตรฐาน คือ UV 400 nm Protection 100% ไม่ได้ขึ้นกับสีเลนส์ดำมากหรือน้อย
3.การติดเชื้อจากแหล่งน้ำ เช่น จากการเล่นน้ำในแหล่งน้ำธรรมชาติหรือบ่อน้ำพุร้อน ใส่คอนแทคเลนส์เล่นน้ำ อาจทำให้ติดเชื้อรุนแรงที่กระจกตาได้ (เช่น Acanthamoeba keratitis, Microsporidial keratitis)
อาการ: ตาแดง ปวดตา ขี้ตาสีเขียวเหลือง ลืมตาไม่ขึ้น
ป้องกัน: ไม่ใส่คอนแทคเลนส์เล่นน้ำ ระวังเล่นน้ำโดยไม่ให้น้ำเข้าตา
อันตรายจากภายในของเราหรือการดูแลสุขอนามัยของตนเอง
1.เปลือกตาอักเสบ หรือตากุ้งยิง เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียที่ต่อมไขมันตรงเปลือกตา อาจเกิดจากล้างหน้าไม่สะอาด แต่งหน้าเยอะ หรือขยี้ตา
การรักษา: ประคบอุ่นโดยใช้ผ้าสะอาด ห้ามนวดกดบีบตรงตุ่ม หากเป็นเยอะอาจต้องกินยาฆ่าเชื้อร่วมด้วย
ป้องกัน: เช็ดทำความสะอาดขอบเปลือกตาเป็นประจำ ไม่ใช้มือหรือสิ่งสกปรกขยี้หรือสัมผัสดวงตา
2.การติดเชื้อจากคอนแทคเลนส์ อาจเกิดจากการไม่ใช้นำยาล้างคอนแทคเลนส์ เก็บคอนแทคเลนส์ไม่สะอาด
อาการ: ตาแดง แพ้แสง ปวดตา ตามัว น้ำตาขี้ตาไหล
ป้องกัน: ใช้คอนแทคเลนส์ชนิดรายวันในช่วงไปเที่ยว ไม่ใส่คอนแทคเลนส์เล่นน้ำหรือนอน หากจำเป็นต้องใส่คอนแทคเลนส์ดำน้ำอาจต้องพยายามถอดเปลี่ยนทันทีหลังขึ้นจากน้ำ
3.ม่านตาอักเสบกำเริบ การอักเสบที่เกิดตรงช่องหน้าม่านตา มักเกิดจากภูมิคุ้มกันตัวเองผิดปกติหรือส่วนน้อยอาจเกิดจากการติดเชื้อ ส่วนใหญ่เกิดกับคนที่มีประวัติม่านตาอักเสบเดิม เวลาไปเที่ยวมักจะพักผ่อนน้อยหรือลืมนำยาประจำติดตัวไป
อาการ: ปวดตึงตามากขึ้น ตาแดง แพ้แสงมากขึ้น ตามัวลง
ป้องกัน: ควรพบแพทย์ก่อนการเดินทาง หรือติดยาไว้สำหรับฉุกเฉินไป
Check list ที่ควรเตรียมติดตัวระหว่างเดินทาง
1.แว่นกันแดด UV 400 nm Protection 100% และหมวกป้องกันแดด
2.น้ำตาเทียมชนิดที่ไม่มีสารกันเสีย
3.ยาโรคประจำตัวของตา โดยเฉพาะคนไข้ต้อหินหรือม่านตาอักเสบเดิม สำหรับยาที่ต้องแช่เย็นให้ใส่กระติกน้ำแข็งเล็กๆไปได้
4.หากต้องการใส่คอนแทคเลนส์ ให้เลือกชนิดรายวัน และพกแว่นสายตาสำรองติดตัวร่วมด้วย
ระหว่างเดินทาง อาการฉุกเฉินที่ควรไปพบจักษุแพทย์ที่ต่างประเทศทันที
1.ตามัวลงเฉียบพลัน มองไม่เห็น
2.ปวดตา ตาแดง ขี้ตาไหลเยอะมากผิดปกติ
3.อุบัติเหตุรุนแรง ลูกตาแตก ลูกตาทะลุ
บันทึกโดย พญ. ณัฐณรัณ ณิชพัฒน์จิรากุล
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

