พนักงานไทยพีบีเอส โร่ร้อง กมธ.พัฒนาการเมืองฯ ขอปกป้องสื่อสาธารณะ ปราศจากครอบงำ ข้องใจลดภาระให้นายทุนเหล้า-บุหรี่ ลิซ่า รับลูกตั้งเรื่องสอบ 22 ต.ค.นี้

พนักงานไทยพีบีเอส โร่ร้อง กมธ.พัฒนาการเมืองฯ ขอปกป้องสื่อสาธารณะ ปราศจากการครอบงำ หลัง ภท. ชงแก้กฎหมายคุมสื่อ อ้างระเบียบวินัยการเงินการคลัง ด้าน ตัวแทนฯ ข้องใจลดภาระให้นายทุนเหล้า-บุหรี่ ลั่น พร้อมปรับตัวให้เกิดความไว้ใจในการใช้งบประมาณ ขณะที่ ภคมน รับลูกตั้งเรื่องสอบ 22 ต.ค.นี้ ปลุกสังคมพิสูจน์จุดประสงค์ในการแก้กม.
เมื่อวันที่ 7 ต.ค.2569 ที่รัฐสภา น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ(กทธ.)การพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน สภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วยนายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิ เสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา รับยื่นหนังสือจากนายณัฐวุฒิ อุปปะ ผู้แทนสภาผู้ชมและผู้ฟังรายการไทยพีบีเอส พร้อมคณะ กรณีร่างแก้ไข พ.ร.บ.องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย หรือ พ.ร.บ.ไทยพีบีเอส ซึ่งเสนอโดย นายศุภชัย ใจสมุทร สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย
โดยนายณัฐวุฒิ กล่าวว่า การออกมาครั้งนี้ ทำเพื่อปกป้องหลักการสื่อสาธารณะที่ต้องยึดมั่นการเสรีภาพ ปราศจากการครอบงำ จึงออกแบบรายได้ขององค์กรมาจากการสนับสนุนของภาษีบาป เพื่อป้องกันการแทรกแซงจากกลไกอื่นๆ ไทยพีบีเอสไม่ได้มีโฆษณา ส่วนที่ระบุว่าการแก้ไขร่างกฎหมาย เพราะเกี่ยวข้องกับระเบียบการเงินการคลังนั้น ทำให้รู้สึกไม่สบายใจ เพราะรายได้มาจากการเก็บภาษีส่วนเกิน นอกเหนือจากเก็บภาษีสรรพาสามิต ซึ่งมาจากการผู้ผลิตขายเหล้าและบุหรี่ไม่ได้ใช้งบประมาณรายจ่ายประจำปี ฉะนั้น ขอตั้งคำถามว่า 1.มีความจำเป็นอย่างไรที่ต้องลดภาระผู้ผลิตเหล้าและบุหรี่เหล่านั้น และกลับมาใช้งบประมาณประจำที่มีอยู่อย่างจำกัดอยู่แล้ว
นายณัฐวุฒิ กล่าวต่อว่า 2.หากแก้ไขพ.ร.บ. จะมีช่วงเวลาหนึ่งที่ต้องออกกฎกระทรวงใหม่เพื่อบังคับใช้ ถ้ายังไม่มีระเบียบชัดเจนจะเป็นไปได้หรือไม่ ที่กลุ่มบริษัทเคยจ่าย 1.4 หมื่นล้านบาท อาจไม่ต้องจ่ายก็ได้ โดยอ้างว่าอยู่ระหว่างดำเนินการออกกฎกระทรวงใหม่ ปัจจุบันมีช่องเอ็นบีที เป็นสื่อในกำกับของรัฐ ได้รับการจัดสรรงบประมาณ 2.4 พันล้านบาท ในเวลาเดียวมีช่องไทยพีบีเอส อยากให้ลองดูว่ามีการตอบโจทย์ประโยชน์สาธารณะของคนตัวเล็กตัวน้อยอย่างไร ไทยพีบีเอสไม่ใช่ว่าตรวจสอบไม่ได้ เพราะมีทั้งการตรวจสอบจากองค์กรรัฐ ตรวจสอบภายใน และต้องรายงานผลการดำเนินการต่อสภาฯทุกปี รวมถึงทราบดีว่าไทยพีบีเอสต้องปรับตัวให้เกิดความไว้ใจในการใช้งบประมาณ สิ่งหนึ่งที่ต้องไม่หลงประเด็น คือ วินัยการเงินการคลัง กับ การทำงานของไทยพีบีเอส เราจะปกป้องสื่อสาธารณะ ต้องไม่ถูกแทรกแซงจากทุน
ด้านน.ส.ภคมน กล่าวว่า ทางกมธ.พัฒนาการเมืองฯ จะบรรจุระเบียบวาระพิจารณา ในวันที่ 22ต.ค.นี้ ยืนยันว่าสื่อต้องมีสิทธิเสรีภาพ ต้องมีสื่อสาธารณะในประเทศไทย ขณะนี้มีความพยายามทำให้สื่อขาดความเป็นอิสระ สาธารณะต้องช่วยกันตั้งคำถาม ต่อคำชี้แจงที่ว่าต้องการให้การใช้งบประมาณเป็นไปตามระเบียบทางวินัยการเงินการคลังนั้น คือจุดประสงค์ที่แท้จริงหรือไม่ ทางคณะกรรมาธิการจะพิจารณาทั้งในเรื่องวินัยการเงินการคลัง และอนาคตของไทยพีบีเอส ไม่ใช่ว่าไทยพีบีเอสไม่บกพร่อง แต่จะให้โอกาสนี้เป็นโอกาสที่ไทยพีบีเอสได้สังคายนา เป็นสื่อสาธารณะที่มีความเป็นอิสระและใช้งบอย่างคุ้มค่า ทั้งนี้ ทางพรรคประชาชนจะได้ยื่นร่างประกบ และสิ่งหนึ่งที่อยากเสริม คือ แก้ไขพ.ร.บ. ให้ไทยพีบีเอสหารายได้จากลิขสิทธิ์ของตัวเองด้วย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง





