'อ.อัจฉราวดี'ไม่ทนแล้ว! ชี้ 7 เหตุผลที่นายกอนุทิน ควรปลดชัชชาติ

วันที่ 8 ตุลาคม 2569 อาจารย์อ้อย หรือ อ.อัจฉราวดี วงศ์สกล ประธานมูลนิธิโรงเรียนแห่งชีวิต และมูลนิธิโนอิ้ง โพสต์ข้อความ ระบุว่า อีกเรื่องที่หลายคนไม่รู้ ผู้ว่าชัชชาติคิดทำคลองให้เป็นแก้มลิง ตามอ่านเนื้อหาชัดๆ ด้านล่าง สองโพสต์ “ปลดชัชชาติ” ของเพจมีนัยสำคัญที่ทำให้นายกอนุทินมองเห็นเชิงสถิติว่า เสียงเรียกร้องนั้นดังกระหึ่มเพียงใด
โพสต์แรก “เรียกร้องให้ปลดชัชชาติ”มียอดวิวถึง 7,139,484 วิวมียอดไลค์ 42,000 ไลค์และแชร์ถึง 6.3 พันแชร์ โพสต์ที่ 2 “อย่าอยู่ต่ออีก 4 ปีลาออกหรือปลดออก” มียอดวิว 6 ล้านวิวยอดไลค์ 24,000 ไลค์ 10,400 คอมเมนท์ทั้งสองอันโพสต์วันที่ 1 ตุลาคม '69
ในขณะที่ผู้ว่าชัชชาติเข้ามาในสมัย 2 ด้วยคะแนนเสียง 1.5 ล้านเสียงแต่ความตื่นตัวในการเรียกร้องให้ปลดเชื่อว่าไม่ต่ำว่า 4 ล้านคน แม้ยอดวิวอาจไม่ได้มาจากคนกรุงเทพทั้งหมด แต่หากตัดที่ไม่ใช่คนกรุงออกไป 40% ก็ยังมีผู้ที่สนับสนุนแนวคิดนี้ถึง 4.2 ล้านคน เสียงเรียกร้องอันดังกระหึ่มไม่ได้มาจากไสยศาสตร์ แต่มาจากชีวิตจมน้ำที่เกิดจากผลงานผู้ว่าชัชชาติเอง
น้ำท่วมกรุงครั้งนี้ไม่ใช่แค่น้ำเอ่อล้นถนนไม่กี่ชั่วโมงแล้วลด แต่มันท่วมบ้านเรือนจนกลายเป็นคลอง ท่วมแล้วแน่นิ่งกลายเป็นน้ำเน่าเพราะระบายไปไหนไม่ได้ สาเหตุสำคัญเพราะไม่มีบึงรับน้ำและไม่มีการจัดวาง Floodway ทางระบายน้ำอย่างเหมาะสมทั้งๆที่อยู่มาแล้ว 4 ปี ความเสียหายครั้งนี้เป็นผลงานมัดคอที่ฟ้องตัวตนและฝีมือที่แท้จริงของผู้ว่าจอมสร้างภาพ ผู้มีวาทะเด็ดจากการหาเสียงว่า “ศึกษางานมา 2 ปี”
แต่ไหนแต่ไรอาจารย์ไม่ชอบคนพูดเจื้อยแจ้วที่สื่อให้ผู้ฟังรู้สึกว่า "รู้ทุกอย่าง ทำเป็นทุกเรื่อง" เพราะมีเซ้นส์ว่า “มักเป็นนักสร้างภาพ” และแล้วภาพที่ผู้ว่าชัชชาติสร้างก็ไม่ตรงกับธาตุแท้ที่เป็น ในการสัมภาษณ์ของผู้ว่าชัชชาติ เข้าข่ายพูดได้เรื่อยเจื้อยแจ้วจนทำให้คนหลงคิดว่ารู้จริง ยิ่งมีดีกรีดอกเตอร์ก็ยิ่งทำให้คนเคลิ้ม พอทำไม่ได้อย่างที่พูดก็เลี่ยงไปพูดเรื่องอื่นอย่างลื่นไหลแบบย้ายโฟกัสให้ลืมๆ ความบกพร่องไปซะ
ลองมาดูคำสัมภาษณ์เดิมของดร.ชัชชาติ ที่ขายฝันคนกรุงในสมัยแรกด้วยวาทะ น้ำท่วมกรุงไม่ใช่ไสยศาสตร์ ที่ชัชชาติแก้ไม่ได้
จากบทสัมภาษณ์สื่อเมื่อ 4 ปีที่แล้ว
“น้ำท่วมเป็นเรื่องวิทยาศาสตร์นะ ไม่ใช่ไสยศาสตร์นะ เพราะว่ามันเกิดขึ้นเพราะว่าน้ำมันออกไปที่แม่น้ำเจ้าพระยาไม่ทัน หลักง่ายๆ คือน้ำตกมาปุ๊บ มันต้องลงท่อระบายน้ำ แล้วก็ไปลงที่คลองหรือที่อุโมงค์ น้ำมันท่วมเพราะว่าไอ้ระบบพวกนี้มันระบายไม่ทัน เพราะฉะนั้นถ้าเกิดเราไปลงทุนเฉพาะอุโมงค์ระบายน้ำ แต่ว่าไอ้ทางระบายน้ำ ท่อระบายน้ำ คลองมันไม่เคยขุดลอกเลย อย่างนี้มันก็ไม่มีทางน้ำ ไม่มีทางไปถึงลงปลายน้ำ ท่อระบายน้ำ ถามว่าในกรุงเทพ มีกี่กิโลเมตร มี 6000 กิโลเมตร ถามว่าเราลอกปีละกี่กิโลเมตร ผมว่าเราลอกไม่ได้เยอะหรอก เราลอกปีละ 3,000 กม. ได้เลยไหม ใช้เงินไม่ได้เยอะนะครับ ประมาณ 300 ล้านบาทมั้ง...ปัจจุบันเราลอกไม่ถึง 10 เปอร์เซ็นต์ต่อปี ลอกคลองปุ๊บ คลองลึกไปอีก 50 cm เราจุน้ำได้เพิ่มหลายล้านลูกบาศก์เมตรเลย ***ก็ทำเป็นแก้มลิงโดยคลองนี่แหละและพอคลองดีปุ๊บ ท่อน้ำดีปุ๊บ ปั๊มน้ำที่ดูดออกทำงาน 100% ไหม *** (พูดคล่องแคล้วเหมือนศึกษามาอย่างดีสุดท้ายบรรลัยจักร)
จากคำสัมภาษณ์สื่อ “ปีนี้ กทม. 69 ค่ะ มีอะไรที่ดีกว่าปี 68 ในการรับมือน้ำบ้างคะ?
“ผมเชื่อว่าอุโมงค์ตัวนี้เปิดแล้ว อุโมงค์ สถานีสูบน้ำเราพัฒนาหลายจุดเลย บางนา ท่อระบายน้ำผมว่าพัฒนาดีขึ้น ถนนหนทางหลายจุดที่มีการเสริมจุดขึ้น พื้นที่ที่เคยท่วมผมว่าหลายจุดเลยไม่ได้ท่วมแล้ว รามคำแหง 21 แล้วก็รามคำแหง 24 เรายกให้ระดับถนนมันสูงกว่าท่อของถนนอื่นเนี่ยหลายจุดเลย”
ผลลัพธ์ กันยายน 2569 : รามคำแหงจมน้ำทั้งหมด อาคารเรียนเกินครึ่งจากทั้งหมด 65 อาคาร ได้รับความเสียหายอาจเกิน 200 ล้านบาท กรุงเทพภาคตะวันออก คลองกุ่ม ลาดกระบัง เคหะคลองจั่น บางกะปิ เสรีไทย สวนสยาม ล้วนต้องสังเวยน้ำท่วมจมขังนานหลายวันทั้งสิ้น
7.เหตุผลที่นายกอนุทินควรปลดผู้ว่าชัชชาติ
1.ไม่มีวิสัยทัศน์ในการรับมือกับน้ำท่วม รู้ไม่จริงแต่ทำท่าเหมือนรู้ แยกแยะหน้าที่ของบึงรับน้ำกับอุโมงค์ระบายน้ำไม่ออก ไม่ใส่ใจพัฒนา Floodway แล้วยังปล่อยให้มีการแก้ไขผังเมืองลดพื้นที่บึงรับน้ำออก
2. ได้รับการเตือนจากกรมอุตุไม่ตอบสนองสั่งการ ให้มีการลอกท่อเตรียมล่วงหน้า
3. ไม่เตรียมการหลายด้าน รวมถึงไม่ตรวจตราซ่อมเครื่องสูบน้ำจนทำให้เหลือใช้งานได้เพียง 20%
4. ไม่มีคณะทำงานที่มีประสิทธิภาพ ตื่นตัวในการป้องกันน้ำท่วม จนขาดการประสานงานกับกรมชลประทานในการเตรียมรับมือ
5. ยกเลิกบึงรับน้ำแก้มลิง บึงคู้บอนที่ได้รับการอนุมัติตั้งแต่ปี 2562
6. แก้ผังเมืองฉบับปี 2569 โดยตัดลดพื้นที่บึงรับน้ำแก้มลิงหายไปมาก โดยไปเพิ่มพื้นที่จัดสรร ขวางทางระบายน้ำ แล้วยังส่อเอื้อประโยชน์ให้นักธุรกิจ
7. ประเมินภัยพิบัติต่ำ ** คิดให้คลองเป็นแก้มลิง** หาได้มีความเข้าใจภูมิศาสตร์ของกรุงเทพมหานคร สุดท้ายบ้านเรือนประชาชนกลายเป็นแก้มลิงของกทม. แทน ก่อความเสียหายต่อเศรษฐกิจของชาติและความเดือดร้อนของประชาชนอย่างใหญ่หลวง
ประจักษ์พยานหลักฐานยังคงเป็นแผลสดพร้อมชมได้ทุกเมื่อ
จนวันนี้บางพื้นที่ก็ยังเป็นน้ำเน่าอยู่
ในฐานะชาวกรุงเทพดั้งเดิม ขอเป็นตัวแทนคนกรุงเทพที่ระทมกับการจมน้ำ และคนรักชาติที่ไม่อยากให้เมืองหลวงและเศรษฐกิจของชาติวายวอดเพราะน้ำท่วม ขอเรียกร้องนายกอนุทิน ปลดผู้ว่าชัชชาติ สิทธิพันธ์ ออกจากการเป็นผู้ว่ากรุงเทพมหานคร แล้วให้แต่งตั้งผู้ว่าชั่วคราว โดยให้อยู่ในมือของคนที่พอรู้บ้างแต่มีความจริงใจในการแก้ปัญหา เพื่อไม่ให้ประชาชนเดือดร้อนและเพื่อปกป้องเมืองหลวงของประเทศไทย ไม่ให้จมน้ำจนเสียหายเกินเยียวยา
อ.อัจฉราวดี วงศ์สกล
7 ตุลาคม 2569
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

