นาทีระทึก! อดีตพนักงานจ้างบุกรัวยิงขู่ นายกฯบางคูวัด กลางงานศพ 3 แม่ลูก

ว่าที่ พ.ต.ท. ดร.มนต์พิพัฒน์ นายกเทศมนตรีเมืองบางคูวัด ขึ้นโรงพักแจ้งความด่วน หลังถูกอดีตพนักงานจ้างบุกด่าทอหยาบคายสาดปืนไปมาก่อนรัวยิงปืนขึ้นฟ้า 2 นัด กลางงานศพวัดบางคูวัดใน ท่ามกลางข้าราชการและชาวบ้านจำนวนมาก เจ้าตัวเชื่อเป็นปมขัดแย้ง ลั่นดำเนินคดีถึงที่สุด พร้อมสั่งยกระดับรักษาความปลอดภัยขั้นสุด หวั่นซ้ำรอยความรุนแรงการเมืองท้องถิ่นเหมือนนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรี
เมื่อเวลา 23.30 น. วันที่ 7 ตุลาคม 2569 ที่สถานีตำรวจภูธรเมืองปทุมธานี ว่าที่ พ.ต.ท. ดร.มนต์พิพัฒน์ เอี่ยมจรัส นายกเทศมนตรีเมืองบางคูวัด เดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองปทุมธานี หลังเผชิญเหตุการณ์ระทึกขวัญ ถูกอดีตพนักงานจ้างก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิงข่มขู่กลางงานศพ
ว่าที่ พ.ต.ท. ดร.มนต์พิพัฒน์ ได้เล่าถึงนาทีระทึกที่เกิดขึ้นอย่างละเอียดว่า ช่วงหัวค่ำผมเดินทางไปร่วมงานศพที่วัดบางคูวัดใน เนื่องจากผู้เสียชีวิตทั้งสามศพเป็นญาติของผู้ใต้บังคับบัญชา หลังจากขึ้นไปทักทายเจ้าภาพและกราบศพบนศาลาเรียบร้อยแล้ว ระหว่างที่กำลังเดินลงมาและพูดคุยกับญาติผู้เสียชีวิตรวมถึงญาติพี่น้องที่เคารพนับถือ ปรากฏว่ามีอดีตพนักงานจ้างของเทศบาลเมืองบางคูวัดคนหนึ่ง เดินตรงมาจากบริเวณเมรุเผาศพเข้ามาเกือบถึงศาลา พร้อมกับตะโกนด่าทอตนเองด้วยถ้อยคำหยาบคาย หลังจากนั้นได้ชักอาวุธปืนขึ้นมาใน ลักษณะข่มขู่ก่อนยิงขึ้นฟ้า 2 นัด ซึ่งในที่เกิดเหตุตอนนั้นมีทั้งคณะเจ้าภาพ ญาติพี่น้องของผู้เสียชีวิต รวมทั้งทีมงานของผม ทั้งรองนายกเทศมนตรี เลขานุการ และข้าราชการจำนวนหนึ่งอยู่ในเหตุการณ์ด้วย เมื่อสิ้นเสียงปืน ทางเจ้าภาพได้พยายามเข้าไปห้ามปราม ผู้ก่อเหตุจึงขับขี่รถจักรยานยนต์บิดเร่งเครื่องท่อไอเสียเสียงดัง หลบหนีออกไปทางหน้าวัด

นายกเทศมนตรีเมืองบางคูวัด กล่าวถึงสาเหตุการตัดสินใจเข้าแจ้งความดำเนินคดีว่า ผมต้องขอแจ้งความ เพราะถือว่าเป็นการกระทำที่อุกอาจและผิดกฎหมายอย่างร้ายแรง ลองคิดดูว่าถ้ามีการเบี่ยงเส้นทางของกระสุนปืนมา คงต้องมีผู้บาดเจ็บหลายราย หรืออาจจะถึงขั้นเสียชีวิต เนื่องจากมีคนอยู่ในเหตุการณ์เยอะมาก ทั้งข้าราชการ ทีมงาน และญาติผู้เสียชีวิต ถ้าเกิดเปลี่ยนทิศทางของปืน ไม่ได้ยิงขึ้นฟ้า จะเป็นเรื่องที่อันตรายมาก
ส่วนประเด็นมูลเหตุจูงใจในการก่อเหตุนั้น ว่าที่ พ.ต.ท. ดร.มนต์พิพัฒน์ ให้ความเห็นว่า "คาดว่าน่าจะเป็นเรื่องของความขัดแย้ง เพราะผู้ก่อเหตุเป็นอดีตพนักงานจ้างของเทศบาล แต่ปัจจัยลึกๆ ที่ก่อเหตุ ตัวผมเองไม่ทราบแน่ชัดว่าเกิดจากสาเหตุใด อาจจะเป็นเรื่องงาน เรื่องอื่นๆ หรือเรื่องการเมือง อันนี้ยังไม่ทราบได้"
ว่าที่ พ.ต.ท. ดร.มนต์พิพัฒน์ ยังกล่าวทิ้งท้ายถึงความห่วงใยจากประชาชน ว่าตั้งแต่ช่วงเกิดเหตุ ตอนหัวค่ำจนถึงตอนนี้ประมาณเที่ยงคืน มีสายจากประชาชนโทรศัพท์เข้ามาตลอด หลายท่านบอกว่าเป็นเรื่องที่ไม่สมควรจะเกิดขึ้น ประชาชนเป็นห่วงมากว่าจะถูกทำร้ายเหมือนในข่าวที่อื่น ณ ตอนนี้ผมขอเรียนว่าผมปลอดภัยดี และอยู่ที่สถานีตำรวจเพื่อให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการ ซึ่งผมยืนยันว่าจะให้ดำเนินคดีจนถึงที่สุด เพราะการกระทำแบบนี้มันอุกอาจ เหมือนข่าวดังเมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ที่ท่านธงชัย เย็นประเสริฐ อดีตนายก อบจ.นนทบุรี ก็ถูกทำร้ายด้วยวิธีนี้เหมือนกัน ดังนั้นในฐานะนักการเมืองท้องถิ่น ผมได้มอบหมายให้ทีมงานดูแลรักษาความปลอดภัยให้ตัวเองเพิ่มมากขึ้นและเข้มงวดขึ้น เพราะวิธีการจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นถือว่าอุกอาจมากจริงๆ โดยทางตำรวจแจ้งว่าจะดำเนินการอย่างเด็ดขาดตามนโยบาย
ขณะที่ทางด้าน พ.ต.อ.วิวัฒน์ อัศวะวิบูลย์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองปทุมธานี (ผกก.สภ.เมืองปทุมธานี) ได้เปิดเผยถึงแนวทางการดำเนินคดีว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ถือเป็นคดีที่อุกอาจและสะเทือนขวัญเป็นอย่างมาก เนื่องจากคนร้ายกล้าลงมือก่อเหตุในพื้นที่สาธารณะ ซึ่งเป็นวัดและกำลังมีพิธีสวดพระอภิธรรมศพ โดยมีพี่น้องประชาชน ข้าราชการ และผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์รู้เห็นเป็นจำนวนมาก การกระทำดังกล่าวแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าผู้ก่อเหตุไม่ได้มีความเกรงกลัวต่อกฎหมายบ้านเมืองเลยแม้แต่น้อย
พ.ต.อ.วิวัฒน์ กล่าวเน้นย้ำอีกว่า ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะไม่ปล่อยผ่านเรื่องนี้ไปอย่างแน่นอน ขณะนี้ได้สั่งการให้ชุดสืบสวนเร่งรวบรวมพยานหลักฐาน ทั้งพยานบุคคลในที่เกิดเหตุและภาพจากกล้องวงจรปิดในเส้นทางหลบหนี เพื่อติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีให้เร็วที่สุด โดยเราจะดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายอย่างเด็ดขาดขั้นสูงสุดแบบไม่มีข้อยกเว้น เพื่อสร้างความมั่นใจและดูแลความปลอดภัยให้กับพี่น้องประชาชน ทั้งนี้ เป็นการปฏิบัติตามนโยบายปราบปรามอาชญากรรมและการกระทำตัวเหนือกฎหมายอย่างเข้มงวด ของท่านนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ที่ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่รัฐดูแลความสงบเรียบร้อยของบ้านเมืองและบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง

