อดีตผู้ว่าฯปราจีน เปิดใจ เด้งนอภ.บ้านสร้าง มีแต่ทำคอนเทนต์ ขาดภาวะผู้นำ-ไม่ประสานงาน

วันที่ 8 ตุลาคม 2569 นายวีระพันธ์ ดีอ่อน อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี กล่าวในรายการ “กรรมกรข่าวคุยนอกจอ” ถึงกรณีการทำหนังสือขอให้ย้ายนายเสฏฐวุฒิ วงศ์เลอวุฒิ นายอำเภอบ้านสร้าง ออกจากพื้นที่ ว่า
เรื่องดังกล่าวมีความคิดที่จะดำเนินการมานานแล้ว โดยเฉพาะตั้งแต่สถานการณ์น้ำมาถึงพื้นที่บ้านสร้าง ได้มีการสั่งการอย่างต่อเนื่อง แต่การทำงานไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง และมีปัญหาเรื่องการประสานงาน
นายวีระพันธ์ กล่าวว่า ถ้าคนในพื้นที่ถึงจะทราบ ว่าการทำงานของนายอำเภอเป็นอย่างไร คนในพื้นที่และนอกพื้นที่ก็พยายามช่วย แต่ถูกปฏิเสธ ออกอารมณ์หงุดหงิดเกรี้ยวกราด ทำนองว่าทำได้ แต่จริงๆรับไม่ไหว เพราะปัญหาใหญ่โตมโหฬาร คนภายนอกอาจมองว่าภาพสวย เพราะว่าแกทำคอนเทนต์ทุกวัน แต่เวลาทำงานไม่เป็นหมือนที่คิด มีปัญหา เลยต้องทำหนังสือถึงส่วนกลางให้ปรับย้ายเพื่อให้คนอื่นทำหน้าที่แทน ช่วยเหลือชาวบ้านช่วงวิกฤต คิดจะส่งตัวออกไปนานแล้ว คิดแล้วคิดอีก แล้วมาทำหนังสือเมื่อวันที่ 30 กันยายน 2569
เมื่อถามว่ามีหลักฐานไหมว่านายอำเภอปฏิบัติตัวไม่เหมาะสม นายวีระพันธ์ กล่าวว่า กรมการปกครองคงลงพื้นที่สืบหาข้อเท็จจริง คือการบริหารฐานะผู้บังคับบัญชา มีหน้าที่บริหารระบบคน ถ้ามียติดขัดอะไรก็แก้ตรงนั้น ปัญหา คือนายอำเภอขาดภาวะผู้นำ ขาดการประสานงานกับเพื่อนร่วมงาน เขาอยู่มา 4 ปี อยู่นานเกินไปแล้ว น่าจะทำงานได้ดีกว่าเดิม
อันดับแรก เขาต้องฟังผู้บังคับบัญชาระดับจังหวัด จังหวัดส่งคน เครื่องยนต์ ลาม้าช้าง คน ก็ไล่กลับ บอกว่าไม่ได้ร้องขอ เรื่อง 2 ปฏิเสธความช่วยเหลือจากเอกชน 3.วาจา พูดจาไม่ดี เชื่อมั่นตัวเองสูง พูดจาไม่ค่อยดี มีแต่คนโทรมาฟ้องไม่เว้นแต่ละวัน จนอดทนไม่ไหว ขอความกรุณาส่วนกลางให้เอากลับ
นายวีระพันธ์ กล่าวอีกว่า คนเขาไม่เห็นตัวจริง ตัวจริงเขานี่ถึงบางอ้อ เอกชนไปช่วยก็ถูกปฎิเสธ มัวแต่สาละวนแจกของ ถามเป็นหน้าที่นายอำเภอที่ไหน ต้องอยู่ประจำศูนย์บัญชาการ คอยรับฟังข่าวสาร สั่งงาน รับฟังผู้บังคับบัญชา ส่วนเรื่่องงบประมาณ ก็ให้เต็มแม็ก อำเภอบ้านสร้างนี่ได้ 3 ล้าน ได้เต็มอำนาจ แต่การช่วยเหลือเป็นไปอย่างทุลักทุเล ไม่ได้เตรียมการ มัวแต่คอนเทนต์ อยากให้ทำงานด้วยสองมือและสมองดีกว่า เราเป็นนักปกครอง ต้องทำตรงนี้ให้เต็มที่ และต้องได้ใจชาวบ้าน ได้ใจผู้นำท้องที่ ท้องถิ่นในพื้นที่
นายวีระพันธ์ กล่าวต่อว่า อยากเตือนน้องด้วย ยิ่งดิ้นยิ่งแน่น เพราะฉะนั้นให้อยู่ในที่ที่ควรอยู่ แล้วความจริงจะปรากฎ ผมเคยเตือนเขา เป็นคนบ้านเดียวกันที่นครศรีธรรมราช ผมก็เมตตาเขา เตือนอย่าใช้อารมณ์ กับผู้ใต้บังคับบัญชา ก็ต้องใช้ภาษาดอกไม้ ถ้าใช้วาจาไม่ดีก็ไม่มีใครอยากทำงานให้
จะบอกเป็นคนใต้ ต้องก้าวร้าว ไม่ใช่แบบนั้น จะบอกว่าเป็นคนดีคนเก่ง ก็คงไม่ใช่ ผู้นำท้องถิ่น เอือมระอา กับพฤติกรรมนายอำเภอ ก็ต้องทำหนังสือให้ออก ถ้าอยู่ต่อชาวบ้านก็ลำบาก
เมื่อถามว่าคนร่ำลือว่าไม่ไปงานเกษียณผู้ว่าฯและต้านโรงขยะอิเล็กโทรนิกส์ นายวีระพันธ์ กล่าวว่า เรื่องงานเลี้ยงเกษียณ หอการค้าเขาจัดให้หัวหน้าส่วนราชการ ตนไปกล่าวให้กำลังคนเกษียณเท่านั้นจึงไม่เกี่ยว
ส่วนเรื่องนายอำเภอต้านเอาขยะมาทิ้งที่บ้านสร้าง นายวีระพันธ์ กล่าวว่า ตนเป็นคนสั่งเรื่องแก้ปัญหาขยะอันตราย ผมเป็นคนคิด คนทำ คนสั่ง เขาเป็นแค่คนปฏิบัติตาม ทุกอำเภอทำเหมือนกันหมด ไปสำรวจป้องกันการลักลอบเอามาทิ้ง แล้วก็คาดโทษ พื้นที่ไหนบกพร่อง จะดำเนินทางวินัย จึงไม่เป็นความจริงเรื่องไปเอื้อทุนจีน
เมื่อถามถึงอดีตปลัดมหาดไทย สุทธิพงษ์ จุลเจริญ นายวีระพันธ์ เปิดเผยว่า ประเภทเดียวกัน เขาก็เคืองว่าก่อนเกษียณจะโดนสอบ แต่ผู้บังคับบัญชา ยุคนั้นเขาให้อภัย เรื่องไปปกป้องเพื่อนเขา อดีตผู้ว่าฯจังหวัดหนึ่ง จริงๆแล้วมันหมดยุคแล้ว คนเราถ้าของจริงมันไม่ต้องมีการละคร เรื่องการละครเป็นเรื่องของนักแสดง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

