อภิสิทธิ์ เขย่า กทม. บี้สอบปมรื้อแก้มลิงคู้บอน หลังพบเอกชนใกล้ชิดผู้บริหารกรุงเทพฯ กว้านซื้อที่ดินเพิ่มก่อนรื้อผังเมือง-โครงการ

"อภิสิทธิ์"เขย่า"กทม." บี้สอบปมรื้อ"แก้มลิงคู้บอน" หลังพบเอกชนใกล้ชิดผู้บริหารกรุงเทพฯ กว้านซื้อที่ดินเพิ่มก่อนรื้อผังเมือง-โครงการ ด้าน"มท.4"รับมีปัญหาจริง จ่อเรียกแจง-ตั้ง กก.สอบ หากไม่มีเหตุผล พร้อมรับปม"บึงคู้บอน"ตรวจสอบ
8 ตุลาคม 2569 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มี น.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1 ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณากระทู้ถามสดของ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ตั้งถามต่อการแก้ไขสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ กทม.ว่า รัฐบาลการบริหารจัดการในพื้นที่ที่ขาดการประสานงาน แจ้งเตือนประชาชน นอกจากนั้นแล้วข้อมูลการพร่องน้ำในพื้นที่ก่อนเกิดเหตุพบว่าการพร่องน้ำออกไปน้อยกว่าที่ควรจะเป็น ขณะที่การระบายน้ำในซีกตะวันออก ต้องผ่านอุโมงค์ยักษ์คลองแสนแสบ เพื่อระบายไปสู่ประตูระบายน้ำพระโขนง ขณะที่น้ำท่วมในคลองต่างๆ อุโมงค์ยักษ์ ทำงาน 63% ขณะที่ประตูระบายน้ำ ทำงาน 50% ไม่มีใครเชื่อว่าน้ำไปไม่ถึง มีเสียงลือว่าทำไม่ได้ เพราะอุปกรณ์ซ่อมแซม ยังไม่นับข้อครหา ที่จัดซื้อเครื่องสูบน้ำ ราคาสูง แต่ไม่สามารถหาอะไหล่เปลี่ยนได้
ด้าน นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย ชี้แจงว่า การแจ้งเตือนแม้ว่ากรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) จะดูแลการแจ้งเตือน แต่ต้องรอการยืนยันข้อมูลในพื้นที่ เช่น ปริมาณน้ำในคลอง ประสิทธิภาพระบายน้ำ ทำให้การแจ้งเตือนต้องรอ นอกจากนั้นกทม.มีความหลากหลายเชิงกายภาพ หลายพื้นที่ฝนตกเกิน 100 มม.น้ำไม่ท่วม แต่บางพื้นที่น้ำท่วม ทั้งนี้ ตนไม่อยากให้มองว่าเป็นความผิดของใคร เพราะอยู่ในช่วงชุลมุน อนาคตได้กำชับให้ทุกจังหวัดทุกพื้นที่ให้ติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด ส่วนการพร่องน้ำใน กทม.เมื่อ 20 - 21 กันยายน ต้องดูปัจจัยหลายอย่างประกอบกัน แต่ตนไม่วางใจให้ตรวจสอบกลับว่า เป็นข้อเท็จจริงหรือไม่ หากไม่ใช่ ตนมองว่าเป็นปัญหาและต้องจัดการ
"ให้ กทม.ชี้แจงการสูบน้ำระดับต่ำสุด ว่ามีปัจจัยอื่นหรือไม่ ก่อนหน้านี้ต่ำกว่านี้ได้ จึงต้องชี้แจงหากเป็นเหตุผลที่เหมาะสม ต้องอธิบายได้ทางหลักวิทยาศาสตร์ หากไม่ได้ต้องตั้งกรรมการสอบ แต่ขอดูเหตุผลหลักการให้ชัดเจน ส่วนปัญหาระบายน้ำ ผมอยู่หน้างานพบว่าเครื่องสูบน้ำเสีย กทม.ชี้แจงว่าเป็นวงรอบรอบการปรับปรุง และจัดหาเครื่องสูบน้ำทดแทน" นายวรศิษฎ์ กล่าว
ทั้งนี้ นายอภิสิทธิ์ ซักถามการพัฒนาพื้นที่แก้มลิงของ กทม.กรณีบึงคู้บอนที่อยู่ในแผนตั้งแต่ปี 2556 ทำประชาพิจารณ์ จนถึงปี 2565 เตรียมออกพระราชกฤษฎีกาเวนคืน เตรียมงบประมาณ ค่าจัดการที่ดินประมาณ 300 ล้านบาท และเมื่องบรวมการลงทุน ประมาณ 2,000 ล้านบาท แต่จุดพลิกคือ ปี 2566 พบว่าผู้บริหาร กทม.เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประชุมและตั้งข้อสังเกต ว่าใช้งบจำนวนมากกระทบประชาชน ทั้งที่ผ่านประชาพิจารณ์ และเดินหน้ามาจนถึงออกพระราชกฤษฎีกาแล้ว จนสุดท้ายนำมาสู่ยกเลิกเป็นทางการ ปี 2569 ตามข้อสังเกตของผู้บริหาร กทม.
"ผมขอให้รัฐมนตรีช่วยตรวจสอบในปี 2567 พบซื้อที่ดินที่จะทำบึงคู้บอน จากบริษัทอสังหาริมทรพย์ ที่มีบุคคลที่เกี่ยวข้องเป็นที่ปรึกษาผู้ว่าฯ กทม.ด้วย ตามข้อมูลพบว่า ผู้ถือหุ้นใครต่อใครที่เชื่อมโยงกับบริษัทนี้ ซื้อที่อีก 81 ไร่ ทั้งที่โครงการไม่ยกเลิก และซื้อในราคาที่ราคาที่ดินไม่ปรับเพิ่มขึ้น สุดท้ายยกเลิก และขณะนี้มีความพยายามปรับผังเมือง เห็นชัดจเนว่าผังเมืองพืนที่สีเขียวหายไป จากเดิมอยู่ที่ 240 เหลือเพียง 50 ถามว่าคำชี้แจงของ กทม.และผู้เกี่ยวข้องที่ผ่านมา รัฐมนตรีเชื่อหรือไม่ และเมื่อนายกฯ ขานรับข้อเสนอของ สส.ว่าอยากเอาแก้มลิงกลับมา โดยเรียกร้องบึงคู้บอนกลับมา จะดำเนินการอย่างไรให้ได้แก้มลิงกลับมา และตวจสอบการตัดสินใจของผู้บริหาร กทม.ปี 2566 มีเงื่อนงำหรือไม่" นายอภิสิทธิ์ กล่าว
นายวรศิษฎ์ ชี้แจงว่า ยอมรับว่าบึงคู้บอนได้มีการทบทวนจาก กทม. เพราะใช้งบประมาณสูง และทบทวนให้ทำระบบระบายน้ำที่คุ้มค่ามากกว่ากว่า แต่สิ่งที่กังวล ตนพร้อมตรวจสอบ ทั้งนี้ต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ทั้งนี้โครงการแก้มลิงมีความจำเป็น ส่วนโครงการทดแทน คือ ทำอุโมงค์ มีความจำเป็นเช่นกัน ทั้งนี้ตนตั้งข้อสังเกตว่าแม้ช่วยน้ำท่วมแต่ช่วยคนละลักษณะ ดังนั้นหาก กทม. บอกว่าไม่เอาแก้มลิงที่คู้บอน ต้องมีกลไกรองรับเพื่อแก้ปัญหาให้ประชาชน ส่วนที่กังวลว่ามีความไม่ชอบมาพากล ตนรับไปจัดการ
นายวรศิษฎ์ ชี้แจงต่อว่า ทั้งนี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และรมว.มหาดไทย รับเรื่องจาก สส.แล้ว ทางกระทรวงมหาดไทยจะช่วยดู โดยก่อนหน้านั้น กทม.เป็นเขตปกครองพิเศษ มีอำนาจบริหารจัดการเป็นปัจเจก เมื่อนายกฯ มีบัญชาจากนี้จะเข้าไปดู ส่วนสถานการณ์น้ำท่วมเช่นเดียวกัน ที่ผ่านมาได้สอบถามว่าต้องการให้รัฐบาลสนับสนุนเรื่องใดบ้าง จึงเป็นภาพของการร่วมมือ
"ผมยอมรับว่าการประสานงานของเจ้าหน้าที่มีปัญหา แม้ผทลงพื้นที่ทุกวัน อยู่หน้างาน การประสานงานบางครั้ง บางพื้นที่ ไม่มีประสบการณ์บริหารสถานการณ์ยามวิกฤต ได้ติติงไปยัง กทม.แล้ว" รมช.มหาดไทย กล่าว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

