กมธ.กฎหมายฯ ยังวุ่น ศุภชัย ไม่ขอสังฆกรรม ซัด โรม เล่นเกมการเมือง ใช้อำนาจเรียก นายกฯ แจง เป็น บันเทิงธิปไตย

ศุภชัย ลั่นไม่ขอสังฆกรรมถก กมธ.กฎหมายฯ วันนี้ ซัด โรม เล่นเกมการเมือง ใช้อำนาจเรียก นายกฯ มาแจง ปัดป้อง อนุทิน ชี้กลายเป็น บันเทิงธิปไตย ตกเป็นเครื่องมือการเมือง ยื่นหนังสือถึง ปธ.สภาฯ วินิจฉัย รังสิมันต์ ใช้อำนาจเกินหน้าที่หรือไม่ เหน็บเก้าอี้ประธานบรรพบุรุษโคตรเหง้าไม่ได้ให้มา หากเมตตา ให้กลับมาอยู่ตามที่ชอบ ๆ
เมื่อวันที่ 8 ต.ค.2569 ที่รัฐสภา นายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะคณะกรรมาธิ(กมธ.)การกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า การประชุมคณะกรรมาธิการกฎหมายฯวันนี้เป็นการพิจารณาเรื่องการดำเนินการตามกฎหมาย กรณีการสรรหาบุคคลเข้ารับราชการส่วนท้องถิ่นประจำปี 2567 - 2569 ซึ่งมีการออกคำสั่งเรียกให้นายกรัฐมนตรีมาชี้แจง แต่นายกรัฐมนตรีได้ ทำหนังสือ 2 ฉบับ ถึงประธานกรรมาธิการการกฎหมายและประธานสภาผู้แทนราษฎร พิจารณาตามข้อ 90วรรค4 ของข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎรในประเด็นการใช้อำนาจเรียกให้มาแถลงข้อเท็จจริงหรือแสดงความคิดเห็นของคณะกรรมาธิการ เป็นเรื่องที่อยู่ในหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมาธิการฯตามกฎหมายหรือข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง หรือไม่ ซึ่งคณะกรรมาธิการสัดส่วนฝ่ายรัฐบาล 6 คน และพรรคฝ่ายค้านบางคน เห็นว่าพฤติกรรมในการประชุมเห็นว่าการเรียกมาสอบนั้นส่อไปในทางผิดข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร
“จึงมีมติไม่เข้าร่วมประชุมวันนี้เพื่อแสดงจุดยืนว่าประธานคณะกรรมาธิการไม่ดำเนินการให้ถูกต้องตามข้อบังคับ แต่ก็ยังพบว่าการประชุมคณะกรรมาธิการ ที่มีเฉพาะส่วนฝ่ายค้าน ก็ยังมีความพยายามให้ออกคำสั่งเรียกนายกรัฐมนตรีมาอีกครั้ง แทนที่จะมาทบทวนว่าการออกคำสั่งนั้นเป็นไปตามหน้าที่หรืออำนาจกรรมาธิการหรือไม่ และแม้ว่าจะมีความพยายามแต่ก็ไม่สามารถออกเป็นมติอย่างใดอย่างหนึ่งได้ เพราะมีเพียงเสียงกรรมาธิการฝ่ายค้าน” นายศุภชัย กล่าว
นายศุภชัย กล่าวต่อว่า วันนี้มีปัญหาของกรรมาธิการบางกรรมาธิการที่มีประธานมาจากพรรคการเมืองฝ่ายค้านไม่ดำเนินการให้เป็นไปตามข้อบังคับตามที่ควร ตนคิดว่าเป็นปัญหาและเป็นวิกฤต หลังจากนี้ตนกับคณะกรรมาธิการส่วนหนึ่งที่เป็นเสียงข้างมากในกรรมาธิการก็จะทำหนังสือถึงประธานสภาผู้แทนราษฎรเพื่อให้ดำเนินการวินิจฉัยแก้ปัญหาเหล่านี้โดยเร็ว หากประธานกรรมาธิการกระทำที่เกินขอบเขตอำนาจที่กฎหมายให้ไว้ก็จะมีผลกระทบต่อการทำงานของกรรมาธิการและผลกระทบต่อประชาชนต่อสภาผู้แทนราษฎร
เมื่อถามว่ากรรมาธิการไม่สามารถออกคำสั่งเรียกให้นายกรัฐมนตรีมาชี้แจงได้เลยใช่หรือไม่ นายศุภชัย กล่าวว่า ความจริงต้องดูเรื่องที่จะเข้ากรรมาธิการก่อนว่าเป็นอำนาจหน้าที่ของกรรมาธิการหรือไม่ และซ้ำซ้อนกับกรรมาธิการอื่นหรือไม่ ที่ผ่านมาเรื่องเดียวกันแต่มีการเปลี่ยนหัวข้อ ซึ่งคนที่ถูกเรียกมาชี้แจงก็คือคนเดิม ๆ ซ้ำแล้วซ้ำเล่าให้หลายกรรมาธิการ
"วันนี้ไม่ได้เจตนาหวังผลอะไรแต่เจตนาหวังผลเรื่องการเมือง ก็บันเทิงธิปไตยอย่างที่เขาพูดกัน เพราะฉะนั้นถ้าเป็นอย่างนี้สภาก็ไม่ควรที่จะตกเป็นเครื่องมือให้การเมืองฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งใช้ประโยชน์จากกรรมาธิการ ควรจะต้องดึงกลับมาอยู่จุดเดิมในข้อบังคับที่ควรจะเป็น " นายศุภชัย
นายศุภชัย กล่าวต่อว่า การจะออกคำสั่งเรียกสามารถทำได้สามารถทำได้ตามกฎหมาย แต่ต้องอยู่บนพื้นฐานว่าผู้ออกมีอำนาจหน้าที่ในการพิจารณาเรื่องนั้นหรือไม่ เช่น กรณีสามีของนางสาวสุชาดา ซาง แทนทรัพย์ สส.ชัยภูมิ พรรคภูมิใจไทย มันไม่เกี่ยวกับกรรมาธิการกฎหมายฯ และอีกหลายเรื่องก็ไม่เกี่ยวกับกรรมาธิการด้วยเช่นกัน ในฐานะที่ตนเป็นกรรมาธิการกฎหมายแต่ละเรื่องที่เข้ามาไม่เคยมีมติของกรรมาธิการแต่เป็นเรื่องที่ประธานสั่งบรรจุเอง ซึ่งเรื่องนี้ต้องทบทวนให้เป็นไปตามข้อบังคับ ทำอย่างตรงไปตรงมากรรมาธิการจะได้เดินหน้าทำงานให้กับประชาชนต่อไปได้
เมื่อถามว่าการออกคำสั่งเรียกนายกรัฐมนตรีเป็นมติของกรรมาธิการหรือไม่ นายศุภชัย กล่าวว่า เป็นมติที่มีการเรียก พร้อมอธิบายว่าทุกกรรมาธิการเสียงส่วนใหญ่เป็นเสียงของฝ่ายรัฐบาล แต่เฉพาะกรรมาธิการกฎหมายมีความผิดมีความผิดเพี้ยนของสัดส่วนตรงนี้อยู่ ด้วยเหตุผลส่วนตัวของกรรมาธิการบางคนเพราะฉะนั้นจึงเกิดความผิดเพี้ยนไป แต่ขอย้ำว่าถ้าบางเรื่องเป็นเรื่องสำคัญจริง ๆ ฝ่ายรัฐบาลใช่ว่าจะไม่ลงมติ เพราะเราทำงานในฐานะกรรมาธิการเป็นเรื่องฉันทามติหรือเสียงข้างมาก ถ้าการดำเนินการต่างๆเป็นไปอย่างตรงไปตรงมาตามข้อบังคับไม่มีวาระซ่อนเร้น แต่สิ่งที่เกิดขึ้นนี้ไม่ใช่วาระซ่อนเร้นแต่เป็นวาระที่เปิดเผยในการเอาเรื่องการเมืองเข้ามา
เมื่อถามว่าจะเป็นการปกป้องนายกรัฐมนตรีหรือไม่ นายศุภชัย กล่าวว่า ไม่เกี่ยว นายกรัฐมนตรีเองก็ยืนยันว่าจะมาเหมือนกับที่นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยมา แต่ประเด็นมันอยู่ที่เมื่อมาเชิญมาชี้แจงเรื่องหนึ่งแต่ในกรรมาธิการพูดอีกเรื่องหนึ่งแถลงข่าวก็อีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งเรื่องนี้ถือว่าไม่ชอบตามข้อบังคับ
เมื่อถามว่าหลังจากนี้จะสามารถทำงานร่วมกันได้หรือไม่ นายศุภชัย กล่าวว่า ก็ยังสงสัย
"ถ้าท่านกลับเนื้อกลับตัว ทำให้เป็นไปตามข้อบังคับก็ไม่เป็นปัญหาแต่ถ้าว่าท่านยังยึดแนวเดิมแบบที่ท่านเป็นอยู่ตอนนี้ Entertainment Crazy อะไรของท่านก็ว่าไป พวกเราก็คงมีมาตรการในการดำเนินการที่ข้อบังคับเปิดช่องไว้ แต่ผมยังไม่อยากให้ถึงตรงนั้น "นายศุภชัยกล่าว
เมื่อถามว่าปัญหาหลักตอนนี้คือตัวประธานกรรมาธิการ คือนายรังสิมันต์ โรม ที่ใช้อำนาจมากเกินไปใช่หรือไม่ นายศุภชัย กล่าวว่า เท่าที่ปรากฏช่วงที่ผ่านมาก็เป็นเช่นนั้นแต่ถ้าทำหน้าที่แบบตรงไปตรงมา กรรมาธิการก็จะกลับมาด้วยความรักความอบอุ่น เหมือนเดิม ตอนนี้มันไม่อบอุ่นไม่ได้หนาวแต่ร้อนตนไม่อยากให้ร้อนไปกว่านี้
เมื่อถามว่ามีการพูดคุยกันส่วนตัวแล้วหรือไม่เพื่อให้กรรมาธิการเดินหน้าได้ นายศุภชัย กล่าวว่า ตนเคยเป็นประธานกรรมาธิการและคิดว่าสิ่งที่ประธานกับสิ่งที่ประธานกรรมาธิการทุกคณะเหมือนกันคือการไม่ตั้งตนว่าประธานคืออำนาจทุกคนเป็นกรรมาธิการเท่ากัน
"กรรมาธิการบ้านหลังนี้ ไม่ได้เป็นบ้านของท่านเก้าอี้ประธานที่บรรพบุรุษให้ท่านมา ไม่ได้มีโคตรเหง้าที่ไหนให้ท่านมาเพราะฉะนั้นเรื่องเหล่านี้เพียงแต่ท่านทำตรงไปตรงมา เก้าอี้ตรงนี้เป็นเก้าอี้สมมุติให้ท่าน แต่ถ้าวันหนึ่งท่านคิดว่าเก้าอี้นี้เป็นของท่านอยู่และจะชี้ใครก็ได้ถึงเวลาใครยกมือแล้วไม่พอใจก็กดไม่ให้พูด ถึงเวลาจะไล่ออกจากห้องประชุม ตัวท่านเองก็ชอบไล่อยู่ นี่คือประเด็น ถ้าท่านกลับมาเหมือนเดิมก็โอเคไม่มีปัญหาจริง ๆ ส่วนตัวไม่ได้มีอะไรกันไหว้กัน คำว่าสวัสดีก็ยังสวัสดีอยู่ พึมพำมาก็ฟังความว่าสวัสดี ไม่ได้ยินเสียงอื่นออกมาอยู่ ดังนั้นจึงหวังว่าให้ท่านเมตตากลับมาอยู่ในที่ชอบ ๆ ตามกฎหมายตามข้อบังคับ" นายศุภชัย กล่าว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

