ศุภจี หวัง อนุทิน-ทรัมป์ ปิดดีลภาษีสหรัฐฯ ในเวทีอาเซียน พ.ย. นี้ เผย UAE จ่อลงนาม FTA ไทยต้นปีหน้า

ศุภจี หวัง อนุทิน-ทรัมป์ ปิดดีลภาษีสหรัฐฯ ในเวทีอาเซียน พ.ย. นี้ เผย UAE จ่อลงนาม FTA ไทยต้นปีหน้า เพิ่มมูลค่าการค้า 1.2 หมื่นล้าน อาหาร พลังงาน เกษตร เอสเอ็มอี ได้ประโยชน์
เมื่อวันที่ 8 ต.ค.2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ให้สัมภาษณ์หลังเข้าพบ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ภายหลังเดินทางเข้าปฏิบัติหน้าที่ที่ทำเนียบรัฐบาล หลังกลับจากการเยือนสาธารณรัฐสิงคโปร์ เพื่อเข้าร่วมการเสวนาแบบ One-on-One ในการประชุม Forbes Global CEO Conference ครั้งที่ 24 ณ สาธารณรัฐสิงคโปร์ ระหว่างวันที่ 7-8 ตุลาคม 2569
นางศุภจี กล่าวว่า วันนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการค้าต่างประเทศของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ได้เดินทางมาเยือนประเทศไทย และมีการหารือด้านการค้าระหว่างกัน ซึ่งเป็นประเด็นที่ทั้งสองฝ่ายพูดคุยกันมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งเรื่องภาษีทางการค้าและความตกลงการค้าเสรี (FTA) โดยเมื่อวานนี้ได้มีการหารือด้านการค้า และวันนี้ได้เข้าพบนายกรัฐมนตรีเพื่อแจ้งว่า การพูดคุยทางการค้าเรียบร้อยแล้ว
ส่วนการลงนาม FTA จะเกิดขึ้นเมื่อใดนั้น ต้องพิจารณากรอบด้านกฎหมายก่อน ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 2-3 เดือน จึงจะสามารถลงนามได้ โดยคาดว่าจะลงนามได้ในช่วงต้นปีหน้า และไทยถือเป็นประเทศแรกในตะวันออกกลางที่จะได้ลงนามความตกลงการค้าเสรี
นางศุภจี กล่าวว่า ประเทศไทยมีการค้ากับสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์อยู่แล้ว เช่น ด้านพลังงาน แต่สินค้าที่ไทยจะนำไปจำหน่ายยังมีไม่มาก การลงนาม FTA ครั้งนี้จะทำให้ไทยสามารถส่งออกสินค้าเกษตรและสินค้าอื่นๆ ได้มากขึ้น ซึ่งจะทำให้มูลค่าการค้าเพิ่มขึ้นกว่า 10,000-12,000 ล้านบาท เป็นประโยชน์ต่อผู้ประกอบการเอสเอ็มอีและเกษตรกร
นอกจากนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการค้าต่างประเทศของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ได้แจ้งต่อนายกรัฐมนตรีด้วยว่า เมื่อมีการลงนาม FTA แล้ว จะเข้ามาลงทุนในสาขาต่างๆ เช่น พลังงาน ดาต้าเซ็นเตอร์ และอาหาร รวมถึงผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่ต้องการเข้ามาเปิดแพลตฟอร์ม เพื่อนำเอสเอ็มอีไทยเข้าสู่ตลาดสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งนโยบายที่ต้องการเพิ่มรายได้ให้กับเอสเอ็มอีไทย
เมื่อถามถึงความคืบหน้าการเจรจาภาษีสหรัฐฯ หลังจากประธานาธิบดีสหรัฐฯ ส่งจดหมายถึงนายกรัฐมนตรี นางศุภจี กล่าวว่า ขณะนี้ยังอยู่ในกระบวนการ โดยทั้งสองฝ่ายได้ตกลงในหลักการแล้ว เหลือเพียงรายละเอียดปลีกย่อย ซึ่งจะต้องดำเนินการตามกระบวนการทางกฎหมาย
นางศุภจี กล่าวว่า หากมีการพบกันอีกครั้งระหว่างประธานาธิบดีสหรัฐฯ และนายกรัฐมนตรี ในช่วงการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนที่ประเทศฟิลิปปินส์ในเดือนพฤศจิกายน ก็ต้องการให้สามารถลงนามได้ในช่วงดังกล่าว ส่วนรายละเอียดอื่นๆ เป็นเรื่องของคณะทำงานที่จะต้องหารือกันต่อไป
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

