สนธิ ถล่ม ชัชชาติ-ผู้บริหาร กทม.ส่อไม่ซื่อสัตย์ วางผังผิดพลาดทำน้ำท่วมกรุง

”สนธิ“ บุก กทม.ฉีกร่างผังเมือง จี้คืนแก้มลิง ซัด “ชัชชาติ” ส่อไม่ซื่อสัตย์ อยู่เบื้องหลังร่างผังเอื้อกลุ่มทุนอสังหา ทำน้ำท่วมกรุง ด้าน ”พิชิต“ จวก ผู้ว่าฯลอยเหนือน้ำ ชาวบ้านจมใต้น้ำ ลั่น ภัยธรรมชาติไม่ร้ายเท่าผู้บริหารที่เป็นภัยพิบัติ
วันที่ 9 ตุลาคม 2569 ที่ลานคนเมือง หน้าศาลาว่าการกทม.(เสาชิงช้า) นายสนธิ ลิ้มทองกุล นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ นายนิติธร ล้ำเหลือ (ทนายนกเขา) และนายพิชิต ไชยมงคล นำเครือข่ายประชาชนทวงคืนแก้มลิงและฟลัดเวย์ ยื่นหนังสือถึง นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ขอให้ทบทวนโครงการแก้มลิง 6 แห่ง และขอให้ยุติการดำเนินการจัดทำร่างผังเมืองรวมกรุงเทพมหานคร โดยมีพลเอกนิพัทธ์ ทองเล็ก ประธานที่ปรึกษาผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นผู้รับหนังสือแทน

นายปานเทพ เป็นตัวแทนในการอ่านแถลงการณ์ โดยเรียกร้องให้ยุติการจัดทำร่างผังเมืองหลวงกรุงเทพมหานครฉบับใหม่ ด้วย 5 เหตุผล ดังนี้
1. ร่างข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครให้ใช้ผังเมืองรวมกรุงเทพมหานครฉบับใหม่ไม่ชอบด้วยพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ.2562 ธรรมนูญว่าด้วยการผังเมือง พ.ศ.2566 และมาตรฐานการวางและการจัดทำผังเมืองรวม พ.ศ.2566
2.การรับฟังความคิดเห็นของประชาชนผู้ได้รับผลกระทบเป็นไปตามหลักการรับฟังความคิดเห็น โดยมีผู้เข้าร่วมเพียง 30,000 คน หรือไม่เกินร้อยละ 0.6 ของประชากร 5,422,568 คน ทั้งยังมีการนำเสนอข้อมูลที่ซับซ้อนโดยไม่ชี้แจงถึงผลกระทบและแนวทางการเยียวยา
3.ร่างข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครฉบับใหม่ ไม่ปรากฏพื้นที่แก้มลิง 6 แห่ง ประกอบด้วย บึงคู้บอน บึงลำหม้อแตก บึงคลองพระยาสุเรนทร์ บึงคลองสามวา 1 บึงคลองสามวา 2 และบึงคลองบางชัน มีการยกเลิกบึงรับน้ำทั้ง 6 แห่ง ซึ่งสามารถกักเก็บน้ำได้ประมาณ 5-6 ล้าน ลูกบาศก์เมตรจนเป็นเหตุให้เกิดอุทกภัยในปัจจุบันและอนาคต

4.กรุงเทพมหานครไม่ได้ดำเนินการเรียกร้องค่าเสียหายที่เกิดจากอุทกภัย อันเกิดจากการกระทำละเมิดฝ่าฝืนต่อกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมกรุงเทพมหานคร พ.ศ.2556 จึงเรียกร้องให้กรุงเทพมหานครต้องสอบสวนดำเนินการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนให้แก่ประชาชน
5.เหตุอุทกภัยครั้งนี้เกิดขึ้นจากการทุจริตผิดกฎหมาย โดยเจ้าหน้าที่ของรัฐในสังกัดกรุงเทพมหานครทุกระดับที่เอื้อประโยชน์อนุญาตให้มีการก่อสร้างขวางทางไหลของน้ำและมีการถมบึงรับน้ำทำให้แก้มลิงหาย จึงเรียกร้องให้กรุงเทพมหานครตรวจสอบการกระทำดังกล่าว และดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้อง
ทั้งนี้ ตลอดกิจกรรม มีแกนนำสลับสับเปลี่ยนกันขึ้นเวทีปราศรัย นายพิชิต ระบุว่า ไม่รู้ว่ากรุงเทพมหานครบริหารจัดการน้ำแบบใด ทำให้พื้นที่ชาวบ้านเป็นพื้นที่รับน้ำ ผู้ว่าฯ เพิ่งรับตำแหน่งไม่กี่ปี ไม่กี่เดือนที่ผ่านมาก็เพิ่งชนะเลือกตั้ง ตนเองจึงจะไม่โทษผู้ว่าฯ คนปัจจุบัน แต่โทษผู้ว่าฯ ก่อนหน้านี้ที่บริหารจัดการไม่เป็น ปล่อยให้ผู้ว่าฯ คนปัจจุบันมารับโทษแทน
“ที่นายชัชชาติ ระบุว่าโครงการแก้มลิงไม่คุ้มค่า ไม่คุ้มทุน หากเวนคืนราคาที่ดินจะสูงขึ้น ถามว่าที่ผ่านมามีสิทธิเวนคืนหรือพัฒนาเป็นพื้นที่รับน้ำ แต่ทำไมไม่ทำ ท่านพัฒนาแต่อสังหาริมทรัพย์เพราะที่ผ่านมาท่านเป็นผู้บริหารบริษัทอสังหาริมทรัพย์ใช่หรือไม่ ถามว่าเป็นผลประโยชน์ทับซ้อน เอาประชาชนคนมาเป็นจำเลยใช่หรือไม่ ความผิดพลาดของท่านคือ การวางผังเมืองที่ผิดพลาด เต็มไปด้วยการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ปิดกั้นทางน้ำ น้ำท่วมรอบนี้ท่านก็แจ้งเตือนผิดพลาด ไม่รู้ว่าจะต้องถอดอีกกี่บทเรียน”

“ท่านเคยรับผิดชอบความเสียหายหรือไม่ ท่านลอยเหนือน้ำตลอด แต่ชาวบ้านจมอยู่ใต้น้ำ ภัยธรรมชาติไม่ร้ายเท่ากับภัยจากนักการเมือง และผู้บริหารที่เป็นภัยพิบัติ” นายพิชิต กล่าว
ด้าน นายสนธิ ขึ้นเวทีปราศรัย ระบุว่า นายชัชชาติและผู้บริหาร กทม.ไม่ซื่อสัตย์ พร้อมตั้งคำถามว่าสำนักการวางผังและพัฒนาเมือง กรุงเทพมหานครเป็นองค์กรอาชญากรรมหรือไม่ นายชัชชาติและผู้บริหาร กทม.มีการตกลงลับ ๆ เพื่อเอื้อประโยชน์กลุ่มทุนอสังหาริมทรัพย์หรือไม่
“ระหว่างอนุทิน ชาญวีรกูล กับชัชชาติ ใครเรือหายตายโหงมากกว่ากัน การต่อสู้ต้องใช้ความอดทนเรากำลังต่อสู้กับความไม่รู้และไร้ปัญญา หวังว่า 1.5 ล้านเสียงที่ลงคะแนนให้ชัชชาติ ฟังเรื่องนี้แล้วกลับตัวกลับใจก็ยังทัน เพราะแก้มลิงคือชีวิตความเป็นอยู่ของคนไทย” นายสนธิ กล่าว
ภายหลังการขึ้นเวทีปราศรัย นายสนธิ และคณะ ได้ฉีกกระดาษร่างผังเมืองของกรุงเทพมหานคร เพื่อแสดงออกว่าต้องการยกเลิกผังเมือง และเชิญชวนประชาชนที่มาร่วมชุมนุม ร่วมลงลายมือชื่อเพื่อยกเลิกร่างผังเมืองกรุงเทพมหานครฉบับใหม่ด้วย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

