ต่างชาติมองไทยเป็นโอกาส แต่คนไทยบางส่วนมองเป็นปัญหา? 'ปฐม อินทโรดม'ถามแรง ถึงเวลาเปลี่ยน มายด์เซ็ต หรือยัง? เตือนมัวแต่ตีกันระวังเสียของ
10 ตุลาคม 2569 เวลา 17:26 น.

วันที่ 10 ตุลาคม 2569 นายปฐม อินทโรดม กรรมการสภาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งประเทศไทย (DCT) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Pathom Indarodom ระบุว่าต่างชาติกำลังมองประเทศไทยเป็นโอกาส แต่คนไทยบางส่วนกลับมองประเทศตัวเองเป็นปัญหา!
แปลกดีครับ… ทำไมคนที่อยู่ไกลออกไปหลายพันกิโลเมตร ถึงมองเห็นอนาคตของประเทศไทยชัดกว่าคนที่อยู่ที่นี่?
ช่วงนี้ประเทศไทยกำลังปรากฏอยู่บนหน้าสื่อระดับโลกหลายสำนัก และหลายเรื่องก็เป็นข่าวดีที่คนไทยน่าจะได้ภูมิใจกันบ้าง
เริ่มจากการเป็นเจ้าภาพประชุม IMF และธนาคารโลก ที่ผู้นำด้านเศรษฐกิจและการเงินจากทั่วโลกกำลังเดินทางมาประชุมที่กรุงเทพฯ ลองคิดดูครับ เมื่อเกือบ 30 ปีก่อน ไทยเคยต้องขอความช่วยเหลือจาก IMF ในวิกฤตต้มยำกุ้ง วันนี้เรากลับมาเป็นเจ้าภาพต้อนรับโลกการเงินอีกครั้ง แม้เศรษฐกิจไทยยังมีปัญหา แต่ก็นับเป็นภาพที่น่าจดจำไม่น้อย
ที่น่าสนใจยิ่งกว่าคือ นักลงทุนต่างชาติกำลังมองประเทศไทยด้วยเม็ดเงินระดับล้านล้านบาท!
ครึ่งแรกของปี 2026 ไทยมีคำขอส่งเสริมการลงทุนถึง 1.47 ล้านล้านบาท โดยเฉพาะอุตสาหกรรมดิจิทัลกว่า 1.12 ล้านล้านบาท แม้ยังไม่ใช่เงินลงทุนจริงทั้งหมด แต่ก็สะท้อนความสนใจที่มีต่อประเทศไทย ขณะที่ Reuters รายงานถึงความพยายามของไทยในการดึงดูดอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ทั้ง AI, Data Center, Semiconductor และ EV
บริษัทระดับโลกอย่าง Microsoft, Google และ AWS ต่างประกาศแผนลงทุนในไทย ส่วนอุตสาหกรรมชิป รัฐบาลก็ตั้งเป้าดึงดูดการลงทุนถึง 2.5 ล้านล้านบาทในระยะยาว
ผมมีโอกาสเดินทางไปพบผู้บริหารบริษัทเทคโนโลยีและนักลงทุนระดับโลกอยู่บ่อยครั้ง หลายคนยังมองเห็นศักยภาพของประเทศไทย ทั้งทำเลที่ตั้ง โครงสร้างพื้นฐาน ฐานอุตสาหกรรม และความสามารถของคนไทย แม้เราจะต้องแข่งขันกับสิงคโปร์ มาเลเซีย และเวียดนามอย่างหนักก็ตาม
พูดง่าย ๆ คือ ขณะที่คนไทยบางส่วนกำลังถกเถียงกันว่าประเทศนี้จะไปรอดหรือไม่ นักลงทุนต่างชาติกำลังวางแผนว่าจะเข้ามาทำธุรกิจในประเทศไทยอย่างไร
ด้านความมั่นคง เรือบรรทุกเครื่องบิน USS George H.W. Bush ของสหรัฐฯ พร้อมกำลังพลหลายพันนาย ก็เพิ่งเดินทางมาเยือนภูเก็ต สะท้อนความสัมพันธ์ด้านความมั่นคงที่ไทยยังมีบทบาทสำคัญในภูมิภาค
และล่าสุด พระราชกรณียกิจของสมเด็จพระราชินีสุทิดาในการทรงขับเครื่องบินขับไล่ Gripen ก็ได้รับความสนใจจากสื่อต่างประเทศ ทั้งสื่อข่าวทั่วไป สื่อราชวงศ์ และสื่อด้านการบิน เป็นอีกภาพหนึ่งที่ทำให้ประเทศไทยได้รับความสนใจในเวทีโลก
ลองคิดดูครับ ในเวลาไล่เลี่ยกัน ประเทศไทยเป็นข่าวระดับโลกทั้งเศรษฐกิจ การลงทุน เทคโนโลยี ความมั่นคง และราชวงศ์
แน่นอนว่าไม่ได้หมายความว่าต่างชาติมองเราในแง่ดีทุกเรื่อง หรือประเทศไทยไม่มีปัญหา เรายังมีเรื่องต้องแก้ไขอีกมาก ทั้งเศรษฐกิจ การศึกษา ความเหลื่อมล้ำ และระบบราชการ
ผมไม่ได้บอกให้คนไทยหยุดวิจารณ์ประเทศนะครับ เพราะการวิจารณ์อย่างสร้างสรรค์เป็นสิ่งจำเป็น และคนที่วิจารณ์จำนวนมากก็รักประเทศไม่ต่างจากใคร
แต่การมองเห็นปัญหา กับการมองไม่เห็นอนาคต มันเป็นคนละเรื่องกัน
สิ่งที่ผมเป็นห่วงคือ ในวันที่โอกาสใหม่ ๆ กำลังเข้ามา เราจะมัวแต่ทะเลาะกันจนลืมเตรียมตัวรับโอกาสเหล่านั้นหรือเปล่า?
เพราะต่างชาติไม่ได้เข้ามาลงทุนเพราะรักประเทศไทย แต่เพราะเขามองเห็นโอกาสและผลตอบแทน และถ้าคนไทยไม่เตรียมตัวให้พร้อม เราอาจกลายเป็นเพียงสถานที่ตั้งธุรกิจของคนอื่น โดยไม่ได้รับประโยชน์เต็มที่จากโอกาสที่เกิดขึ้นบนแผ่นดินของเราเอง
ประเทศไทยไม่ได้ขาดโอกาส แต่บางครั้งเราอาจขาดความเชื่อมั่นในโอกาสของตัวเอง
วิจารณ์ประเทศได้ครับ แต่อย่าหมดศรัทธาในประเทศ เพราะคนที่รักประเทศไทยจริง ๆ ไม่ใช่คนที่มองไม่เห็นปัญหา แต่คือคนที่มองเห็นปัญหาแล้ว ยังเชื่อว่าเราจะช่วยกันแก้ไขมันได้
โลกอาจกำลังมองประเทศไทยด้วยมุมมองใหม่… ถึงเวลาแล้วหรือยังที่คนไทยจะลองมองประเทศตัวเองด้วยกรอบความคิดใหม่ ๆ บ้าง?
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

