งานเข้าอีก! สนธิญา โร่แจ้งเอาผิด ไอซ์ รักชนก ม.112 จ่อร้องอัยการขอถอนประกัน

“สนธิญา” หอบหลักฐานเข้า บก.ปอท. กล่าวหา “ไอซ์ รักชนก” ผิด ม.112-พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ เตรียมยื่น อสส. ขอให้พิจารณาส่งศาลเพิกถอนการปล่อยตัวชั่วคราว อ้างอาจเข้าข่ายผิดเงื่อนไขคดีเดิม
วันที่ 18 สิงหาคม 2569 ที่ศูนย์รับแจ้งความ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) นายสนธิญา สวัสดี เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับ น.ส.รักชนก ศรีนอก หรือ “ไอซ์” ส.ส.พรรคประชาชน ในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ
นายสนธิญา กล่าวว่า การเข้าแจ้งความครั้งนี้สืบเนื่องจากโพสต์ของ น.ส.รักชนก ซึ่งมีการนำคลิปและคำพูดของนายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) รายหนึ่ง ที่กล่าวถึงคำว่า “ข้างบน” มาเผยแพร่ พร้อมเพิ่มวลีและคำราชาศัพท์ คือคำว่า “ตรัส” ต่อท้าย
นายสนธิญาอ้างว่า ตามหลักการใช้ภาษา คำดังกล่าวเป็นคำเฉพาะที่ใช้กับพระมหากษัตริย์ พระบรมวงศานุวงศ์ หรือพระพุทธเจ้า จึงมองว่าการนำถ้อยคำดังกล่าวมาใช้ประกอบโพสต์ เป็นการสื่อความหมายที่ชี้ไปยังบุคคลที่ต้องการกล่าวถึงอย่างชัดเจน และเห็นว่าเข้าข่ายความผิดตามกฎหมาย จึงนำหลักฐานมาให้พนักงานสอบสวนพิจารณา
นายสนธิญากล่าวต่อว่า พฤติการณ์ดังกล่าวมีลักษณะคล้ายคลึงกับคดีเดิมเมื่อปี 2564 ซึ่ง น.ส.รักชนก เคยถูกดำเนินคดีจากการนำข้อความของบุคคลอื่นมาเผยแพร่ในพื้นที่สื่อสังคมออนไลน์ของตนเอง ก่อนที่ศาลชั้นต้นจะมีคำพิพากษาจำคุก 6 ปี ในความผิดตามมาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ โดยปัจจุบันคดียังอยู่ระหว่างการพิจารณาในชั้นอุทธรณ์
นายสนธิญาระบุอีกว่า นอกจากการเข้าแจ้งความต่อ บก.ปอท.แล้ว ภายใน 1-2 สัปดาห์นี้ จะเข้ายื่นหนังสือต่ออัยการสูงสุด (อสส.) เพื่อขอให้พิจารณาดำเนินการส่งเรื่องต่อศาล ขอให้มีคำสั่งเพิกถอนการปล่อยตัวชั่วคราวของ น.ส.รักชนก
ทั้งนี้ นายสนธิญาอ้างว่า โพสต์ดังกล่าวอาจเข้าข่ายผิดเงื่อนไขที่ น.ส.รักชนก ให้ไว้ต่อศาล ซึ่งเกี่ยวข้องกับการห้ามเคลื่อนไหวหรือกระทำการในลักษณะเดียวกับคดีเดิม พร้อมฝากเตือนไปยัง ส.ส.พรรคประชาชน ให้ระมัดระวังการใช้ถ้อยคำและการเผยแพร่ข้อความผ่านสื่อสังคมออนไลน์
นายสนธิญากล่าวด้วยว่า การเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับ น.ส.รักชนก ครั้งนี้ ทำในฐานะประชาชน โดยอ้างถึงหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 50 พร้อมยืนยันว่าไม่ได้ดำเนินการเพื่อสร้างกระแสหรือมีผลประโยชน์แอบแฝง โดยที่ผ่านมาเคยร้องหรือดำเนินการเกี่ยวกับคดีมาตรา 112 มาแล้วไม่ต่ำกว่า 40-50 คดี
นายสนธิญาระบุว่า ครั้งนี้เป็นการทำหน้าที่ตามกฎหมายเมื่อพบเห็นการกระทำที่ตนเห็นว่าสุ่มเสี่ยง จึงนำข้อมูลและหลักฐานมาให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ ส่วนจะเข้าข่ายความผิดตามที่กล่าวหาหรือไม่นั้น เป็นอำนาจของพนักงานสอบสวนและกระบวนการยุติธรรมในการพิจารณา
เบื้องต้น พนักงานสอบสวน บก.ปอท. ได้สอบปากคำนายสนธิญาในฐานะผู้กล่าวหา พร้อมรับข้อมูลและหลักฐานไว้ตรวจสอบ ก่อนเสนอผู้บังคับบัญชาพิจารณาสั่งการตามขั้นตอนต่อไป.

