เปิดโปรไฟล์ พ่อน็อต วิศรุต สามี ชมพู่ อารยา นักธุรกิจเจ้าของอาณาจักรธุรกิจหมื่นล้าน

หากเอ่ยชื่อ “น็อต วิศรุต รังษีสิงห์พิพัฒน์” หลายคนคงคุ้นเคยในฐานะสามีของซุปตาร์สาว “ชมพู่ อารยา เอ ฮาร์เก็ต” และคุณพ่อของลูกทั้ง 3 คน ได้แก่ สายฟ้า พายุ และแอบิเกล แต่เบื้องหลังภาพครอบครัวคนดัง น็อต วิศรุต ยังเป็นนักธุรกิจที่มีเส้นทางการทำงานน่าสนใจ จากทายาทธุรกิจอุปกรณ์ไฟฟ้า สู่การสร้างธุรกิจของตัวเองที่ครอบคลุมทั้งอุตสาหกรรมสายไฟฟ้า สุขภาพและการออกกำลังกาย ไปจนถึงธุรกิจกาแฟ
ประวัติ “น็อต วิศรุต” ทายาทครอบครัวนักธุรกิจ
น็อต วิศรุต รังษีสิงห์พิพัฒน์ เกิดวันที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2520 เป็นบุตรของวินัยและอุไรวรรณ รังษีสิงห์พิพัฒน์ เติบโตมาในครอบครัวที่ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับอุปกรณ์ไฟฟ้าและแสงสว่าง ซึ่งเป็นที่รู้จักผ่านธุรกิจในกลุ่มเรเซอร์การไฟฟ้า
ด้านการศึกษา น็อตเริ่มเรียนระดับมัธยมศึกษาที่โรงเรียนเซนต์คาเบรียล ก่อนเดินทางไปศึกษาต่อที่ประเทศออสเตรเลีย โดยเรียนที่โรงเรียนแคมเบอร์เวล แกรมมาร์ ในรัฐวิกตอเรีย จากนั้นศึกษาต่อระดับปริญญาตรีด้านวิศวกรรมไฟฟ้าที่มหาวิทยาลัยอาร์เอ็มไอที เมืองเมลเบิร์น ก่อนกลับประเทศไทยเพื่อศึกษาต่อด้านบริหารธุรกิจที่สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
พื้นฐานด้านวิศวกรรมและการบริหารธุรกิจกลายเป็นส่วนสำคัญในการต่อยอดเส้นทางอาชีพของเขา โดยเฉพาะการนำความรู้ด้านเทคนิคมาประยุกต์ใช้กับการบริหารโรงงาน การผลิต และการพัฒนาธุรกิจอุตสาหกรรม

ชีวิตครอบครัว “พ่อน็อต” สามี “ชมพู่ อารยา” คุณพ่อลูกสาม
เส้นทางความรักของน็อต วิศรุต และชมพู่ อารยา เริ่มต้นจากการคบหากันนานกว่า 6 ปี ก่อนที่น็อตจะขอชมพู่แต่งงานเมื่อวันที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2557 โดยมีการสวมแหวนเพชรขนาด 8 กะรัต ท่ามกลางครอบครัวและเพื่อนสนิท
ต่อมาเมื่อวันที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2558 ทั้งคู่จัดพิธีตามธรรมเนียมจีนภายในครอบครัว ก่อนจัดพิธีหมั้นแบบไทยเมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม ที่โรงแรมเพนนินซูลา กรุงเทพฯ และจัดงานฉลองมงคลสมรสในวันที่ 10 พฤษภาคม ปีเดียวกัน
ครอบครัวรังษีสิงห์พิพัฒน์มีสมาชิกด้วยกัน 5 คน โดยวันที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2560 ชมพู่ให้กำเนิดลูกชายฝาแฝด “สายฟ้า” และ “พายุ” ก่อนต้อนรับลูกสาวคนเล็ก “แอบิเกล” หรือ “น้องเกล” เมื่อวันที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2565 ปัจจุบันทั้งคู่มักแบ่งปันโมเมนต์ชีวิตครอบครัวผ่านโซเชียลมีเดีย ซึ่งได้รับความสนใจจากแฟน ๆ อย่างต่อเนื่อง

จากธุรกิจครอบครัว สู่การสร้างอาณาจักรของตัวเอง
หลังสำเร็จการศึกษา น็อต วิศรุต เริ่มต้นเส้นทางธุรกิจด้วยการเข้ามาทำงานในกิจการของครอบครัว โดยเกี่ยวข้องกับบริษัท เรเซอร์การไฟฟ้า (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งดำเนินธุรกิจด้านอุปกรณ์ไฟฟ้าและแสงสว่าง
ธุรกิจครอบครัวเริ่มจากการผลิตบัลลาสต์สำหรับหลอดไฟ ก่อนขยายไปสู่หลอดไฟ รางไฟ อุปกรณ์แสงสว่าง และการรับจ้างผลิตสินค้าให้กับแบรนด์ต่าง ๆ รวมถึงการพัฒนาแบรนด์ของตัวเอง
ช่วงเวลาที่ทำงานในธุรกิจครอบครัวเปิดโอกาสให้น็อตเรียนรู้กระบวนการทำงานตั้งแต่ต้นทาง ทั้งการผลิต การจัดซื้อวัตถุดิบ การบริหารโรงงาน การพัฒนาเครื่องจักร และการสร้างแบรนด์ เขาเคยเล่าถึงประสบการณ์ในวัยเด็กว่า มักติดตามคุณพ่อเข้าโรงงาน ไปดูที่ดิน ติดต่อผู้รับเหมา และเลือกซื้ออะไหล่สำหรับเครื่องจักรอยู่เสมอ
หลังวินัย ผู้เป็นบิดา เสียชีวิตในปี พ.ศ. 2556 น็อตตัดสินใจแยกออกจากระบบธุรกิจครอบครัว เพื่อนำส่วนแบ่งของตัวเองมาพัฒนากิจการใหม่ โดยมีแนวคิดว่าการบริหารธุรกิจของตัวเองจะช่วยให้ตัดสินใจได้รวดเร็วขึ้น และสามารถสร้างกิจการเพื่อส่งต่อให้ลูกในอนาคตได้ ขณะที่ธุรกิจเดิมของครอบครัวยังคงมีพี่น้องช่วยกันดูแล

V9 Cable ธุรกิจสายไฟฟ้าหลักที่สร้างขึ้นเอง
หนึ่งในธุรกิจสำคัญของน็อต วิศรุต คือบริษัท สายไฟฟ้าวีนายน์ จำกัด หรือ V9 Cable ซึ่งดำเนินธุรกิจผลิตและจัดจำหน่ายสายไฟฟ้าหลายประเภท โดยมีโรงงานตั้งอยู่ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา บนพื้นที่ประมาณ 130 ไร่
ข้อมูลจากการให้สัมภาษณ์ระบุว่า การลงทุนเริ่มต้นของธุรกิจอยู่ที่ประมาณ 4,000 ล้านบาท ก่อนทยอยลงทุนเพิ่มเติมเพื่อขยายกำลังการผลิตและพัฒนาเครื่องจักรอย่างต่อเนื่อง
V9 Cable มุ่งทำตลาดสายไฟฟ้าหลากหลายประเภท ตั้งแต่การใช้งานในบ้านพักอาศัย อาคาร โรงงานอุตสาหกรรม ไปจนถึงโครงการก่อสร้างและโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ ซึ่งต้องให้ความสำคัญกับมาตรฐานความปลอดภัยและคุณภาพของผลิตภัณฑ์
นอกจากนี้ การเติบโตของธุรกิจศูนย์ข้อมูล หรือดาต้าเซ็นเตอร์ รวมถึงการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน ยังเป็นตลาดที่มีความต้องการระบบไฟฟ้าและสายไฟฟ้าในปริมาณมาก จึงเป็นอีกโอกาสที่ธุรกิจให้ความสนใจ
นอกเหนือจาก V9 Cable กลุ่มธุรกิจยังมีบริษัท วีนายน์ คอปเปอร์ จำกัด ซึ่งเกี่ยวข้องกับการนำเข้า หลอม รีด และจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ทองแดง รวมถึงลวดทองแดงที่ใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตสายไฟฟ้า และบริษัท วีนายน์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด ซึ่งดำเนินงานด้านการจัดจำหน่ายสายไฟและผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง
การดำเนินธุรกิจในหลายส่วนช่วยให้กลุ่มบริษัทครอบคลุมตั้งแต่วัตถุดิบ การผลิต ไปจนถึงการจัดจำหน่าย โดยมีเป้าหมายพัฒนาศักยภาพโรงงานให้สามารถแข่งขันในตลาดระดับอาเซียนได้
Cubic ขยายจากฟิตเนสสู่ธุรกิจสุขภาพและเวลเนส
นอกจากธุรกิจอุตสาหกรรม น็อต วิศรุต ยังต่อยอดความสนใจด้านสุขภาพและการออกกำลังกายสู่ธุรกิจภายใต้ชื่อ Cubic ซึ่งมีแนวคิดแตกต่างจากโรงยิมทั่วไป โดยวางให้เป็นพื้นที่ลักษณะโซเชียลคลับ สำหรับผู้ที่สนใจการออกกำลังกาย สุขภาพ และไลฟ์สไตล์
Cubic ให้ความสำคัญกับอุปกรณ์ออกกำลังกาย การดูแลโดยเทรนเนอร์ การออกแบบพื้นที่ และประสบการณ์ของสมาชิก รวมถึงการฝึกที่เน้นประสิทธิภาพของร่างกาย
แนวทางการพัฒนาธุรกิจยังมุ่งขยายจากฟิตเนสไปสู่เวลเนสและการดูแลสุขภาพระยะยาว หรือ ลองเจวิตี โดยมีแนวคิดครอบคลุมการออกกำลังกาย การตรวจสุขภาพ และบริการฟื้นฟูร่างกายบางประเภท เพื่อพัฒนาให้เป็นพื้นที่ดูแลสุขภาพควบคู่กับการใช้ชีวิตและการพบปะสังสรรค์

Two Thunder ธุรกิจกาแฟที่ตั้งชื่อตามลูกชายฝาแฝด
อีกหนึ่งธุรกิจที่เชื่อมโยงกับชีวิตครอบครัวของน็อต วิศรุต คือร้านกาแฟ Two Thunder ซึ่งชื่อแบรนด์ได้รับแรงบันดาลใจจากลูกชายฝาแฝด “สายฟ้า” และ “พายุ”
ในช่วงแรก Two Thunder เริ่มต้นจากพื้นที่ให้บริการกาแฟภายในธุรกิจฟิตเนส ก่อนต่อยอดและขยายไปยังทำเลอื่น ๆ เมื่อได้รับการตอบรับจากลูกค้า
นอกจากนี้ ยังมีการลงทุนสร้างโรงคั่วกาแฟของตัวเอง เพื่อควบคุมคุณภาพเมล็ดกาแฟและกระบวนการผลิต ก่อนนำผลิตภัณฑ์มาใช้ในร้านและพัฒนาแบรนด์ให้เติบโตต่อไป
จากเส้นทางของทายาทธุรกิจอุปกรณ์ไฟฟ้า สู่การสร้างกิจการในอุตสาหกรรมสายไฟฟ้า ธุรกิจสุขภาพ และร้านกาแฟ น็อต วิศรุต จึงไม่ได้เป็นที่รู้จักเพียงในฐานะสามีของชมพู่ อารยา และคุณพ่อของสายฟ้า พายุ และน้องเกลเท่านั้น แต่ยังมีบทบาทในโลกธุรกิจที่สะท้อนให้เห็นถึงการนำประสบการณ์จากครอบครัวมาต่อยอดเป็นกิจการของตัวเองอีกด้วย







ข่าวที่เกี่ยวข้อง

