เงินเฟ้อสหรัฐฯ พุ่งแตะ 3.7% สูงสุดรอบหลายเดือน ชาวอเมริกันโวยค่าครองชีพพุ่ง ฉุดคะแนนนิยมทรัมป์

สถานการณ์เศรษฐกิจสหรัฐฯ เผชิญแรงกดดันอีกครั้ง หลังอัตราเงินเฟ้อเดือนกันยายน 2569 ปรับตัวเพิ่มขึ้นแตะ 3.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สูงกว่า 3.4% ในเดือนสิงหาคม นับเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ช่วงฤดูใบไม้ผลิที่ผ่านมา สร้างแรงกระเพื่อมทางการเมืองให้กับพรรครีพับลิกันของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมในเดือนพฤศจิกายน
ข้อมูลจากสำนักงานสถิติแรงงานสหรัฐฯ ระบุว่า ราคาน้ำมันเบนซินเป็นปัจจัยสำคัญที่ผลักดันเงินเฟ้อ โดยปรับตัวสูงขึ้นถึง 34% จากปีก่อน และมีส่วนทำให้ราคาสินค้าโดยรวมเพิ่มขึ้นมากกว่าครึ่งหนึ่ง ขณะที่น้ำมันเตาสำหรับให้ความร้อนภายในบ้านพุ่งขึ้น 74% ส่วนค่าโดยสารเครื่องบินเพิ่มขึ้น 22.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ด้านราคาสินค้าและบริการสำหรับผู้บริโภคโดยรวมเพิ่มขึ้น 0.6% จากเดือนสิงหาคม ขณะที่อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานซึ่งไม่รวมอาหารและพลังงานอยู่ที่ 2.6% ต่อปี
ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ราคาพลังงานพุ่งสูงขึ้นมาจากสงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอลกับอิหร่าน ส่งผลให้ราคาน้ำมันเบนซินเฉลี่ยในสหรัฐฯ ยังสูงกว่าปีก่อนมากกว่า 1 ดอลลาร์ต่อแกลลอน ขณะที่ราคาน้ำมันดีเซลซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อการขนส่งสินค้าและห่วงโซ่อุปทานภายในประเทศ พุ่งทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์เมื่อเดือนที่ผ่านมา โดยมหาวิทยาลัยบราวน์ประเมินว่า ราคาพลังงานที่เพิ่มขึ้นจากสงครามทำให้ครัวเรือนชาวอเมริกันมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นมากกว่า 1,020 ดอลลาร์ต่อครัวเรือน หรือรวมประมาณ 133,000 ล้านดอลลาร์ทั่วประเทศ
ปัญหาค่าครองชีพที่เพิ่มสูงขึ้นกำลังกลายเป็นประเด็นสำคัญก่อนการเลือกตั้งกลางเทอม โดยผลสำรวจของรอยเตอร์สและอิปซอสพบว่า ชาวอเมริกัน 78% กล่าวโทษนโยบายของรัฐบาลทรัมป์ว่าเป็นสาเหตุที่ทำให้เงินเฟ้อเพิ่มขึ้นเร็วกว่ารายได้ของตนเอง ขณะที่ในกลุ่มผู้สนับสนุนพรรครีพับลิกันซึ่งสนับสนุนทรัมป์ ยังมีถึง 57% ที่มองว่านโยบายรัฐบาลมีส่วนรับผิดชอบต่อสถานการณ์ดังกล่าว
ด้านทรัมป์พยายามปกป้องผลงานทางเศรษฐกิจของรัฐบาล โดยชี้ว่ารัฐบาลอิหร่านมีส่วนทำให้ราคาพลังงานและค่าครองชีพเพิ่มสูงขึ้น พร้อมกล่าวระหว่างการปราศรัยที่รัฐอะแลสกาว่า รัฐบาลได้ให้ความช่วยเหลือครอบครัวชาวอเมริกันอย่างมาก อย่างไรก็ตาม เงินเฟ้อที่ยังอยู่ในระดับสูงกำลังเพิ่มแรงกดดันต่อธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือเฟด ซึ่งเพิ่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2566 เมื่อเดือนที่ผ่านมา ขณะที่อัตราดอกเบี้ยสินเชื่อบ้านระยะเวลา 30 ปี ขยับขึ้นมาอยู่ที่ 7.40%
ริชาร์ด คาร์เตอร์ หัวหน้าฝ่ายวิจัยตราสารหนี้ของบริษัทควอเลอร์ ชีโอต ให้ความเห็นว่า ตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ ที่สูงกว่าคาดถือเป็นข่าวร้ายสำหรับทรัมป์ก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมในเดือนพฤศจิกายน โดยความพยายามของประธานาธิบดีในการแสดงให้เห็นว่าสามารถควบคุมเงินเฟ้อและสร้างเงื่อนไขสำหรับการลดดอกเบี้ยยังไม่เห็นผลชัดเจน ท่ามกลางสงครามในตะวันออกกลางที่ยังส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าวอาจกลายเป็นแรงกดดันสำคัญต่อพรรครีพับลิกันในการรักษาความเชื่อมั่นจากผู้มีสิทธิเลือกตั้ง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

