ตะวันออกกลางเดือด กลุ่มฮูตี โจมตีพระราชวังอัล-มาอัชชิก ในเอเดน เตือนน่านฟ้า 'ซาอุฯ' ไม่ปลอดภัยอีกต่อไป

16 ตุลาคม 2569 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า กลุ่มฮูตี ในเยเมน ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน ได้เปิดฉากยิงขีปนาวุธและส่งโดรนพลีชีพเข้าโจมตีพื้นที่พระราชวังอัล-มาอัชชิก (Al-Maashiq) ในเมืองเอเดน ซึ่งเป็นศูนย์กลางทางการเมืองและเป็นที่ตั้งสำนักงานใหญ่ของรัฐบาลเยเมน ที่ได้รับการยอมรับในระดับสากลและได้รับการสนับสนุนจากซาอุดีอาระเบีย
โดยเหตุโจมตีพื้นที่พระราชวังอัล-มาอัชชิกในครั้งนี้ ถือเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เปิดฉากความขัดแย้งระลอกใหม่ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 5 ราย ซึ่งรวมถึงเจ้าหน้าที่กองกำลังรักษาความปลอดภัยและพนักงานที่เป็นพลเรือน และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกกว่า 16 ราย

นายมูอัมมาร์ อัล-เอรียานี รัฐมนตรีกระทรวงสารสนเทศของเยเมน ได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่านทางโซเชียลมีเดียว่า กลุ่มฮูตี ได้โจมตีพระราชวังอัล-มาอาชิก ด้วยขีปนาวุธ 5 ลูก พร้อมยืนยันว่า นายกรัฐมนตรีเยเมน พร้อมด้วยสมาชิกคณะรัฐมนตรีทุกคนปลอดภัยดี แต่บอดี้การ์ดของเขา 2 คนเสียชีวิตจากการโจมตีครั้งนี้
ทางด้าน ยาห์ยา ซารี โฆษกทางการทหารของกลุ่มฮูตี ได้ออกมาอ้างผลงานการโจมตีดังกล่าว โดยระบุว่าเป็นการถล่มศูนย์บัญชาการปฏิบัติการทางทหารของซาอุดีอาระเบียในเมืองเอเดน และเป็นไปตามยุทธศาสตร์ของกลุ่มในการพุ่งเป้าไปที่กำลังบำรุงของซาอุดีอาระเบียในทุกพื้นที่

เดือนตุลาคมนี้ 'กลุ่มฮูตี' ได้พยายามเปิดฉากโจมตีสนามบินนานาชาติคิง คาลิด ในกรุงริยาด มากถึง 20 ครั้ง ซึ่งส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตรวม 17 ราย และได้รับบาดเจ็บอีก 333 ราย นอกจากนี้การโจมตีสนามบินอับฮาทางตอนใต้ของซาอุฯ ยังส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอีก 3 ราย และบาดเจ็บ 28 ราย อีกทั้งยังมีการโจมตีเครื่องบินโดนสารที่จอดอยู่ภายในสนามบินอีกด้วย
โฆษกพันธมิตรซาอุฯ เปิดเผยว่า กลุ่มฮูตีได้รับเทคโนโลยีทางการทหารขั้นสูงจากแรงสนับสนุนภายนอกภูมิภาค ทั้งขีปนาวุธนำวิถี โดรนโจมตี และเรือเร็วบรรจุวัตถุระเบิด อย่างไรก็ตาม ฝ่ายพันธมิตรได้ยิงทำลายคลังเก็บอาวุธและฐานยิงของฮูตีในพื้นที่ภูเขาของเยเมนไปแล้วกว่า 127 แห่ง พร้อมเรียกร้องให้ 'กลุ่มฮูตี' ยุติการพุ่งเป้าโจมตีพลเรือนโดยทันที
'กลุ่มฮูตี' ยังได้ออกมาประกาศเตือนสายการบินระหว่างประเทศอีกครั้งว่า น่านฟ้าและสนามบินต่างๆ ในประเทศซาอุดีอาระเบียไม่มีความปลอดภัยสำหรับการบิน โดยเตือนให้หลีกเลี่ยงการบินผ่าน แต่ยังคงยกเว้นน่านฟ้าเหนือเมืองศักดิ์สิทธิ์อย่างมักกะฮ์และมะดีนะฮ์ไว้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

