นายกฯแอลเบเนีย ยืนยันไม่ลาออก ซัดม็อบเป็นภัยคุกคามการเข้าร่วมสหภาพยุโรป

19 ตุลาคม 2569 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า จากกรณีที่ ประเทศแอลเบเนีย มีการประท้วงครั้งใหญ่ในกรุงติรานา เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (17 ต.ค.) ซึ่งนับเป็นวันที่ 5 ของการชุมนุมเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีเอดี รามา ลาออกจากตำแหน่ง ท่ามกลางความไม่พอใจต่อปัญหาทุจริตคอร์รัปชัน การขาดแคลนงาน และคุณภาพการศึกษาที่ตกต่ำ
ความคืบหน้าล่าสุด นายกรัฐมนตรีอีดี รามา (Edi Rama) แห่งแอลเบเนีย ปฏิเสธข้อเรียกร้องให้ลาออกและกล่าวว่าการประท้วงบนท้องถนนซึ่งดำเนินต่อเนื่องเป็นวันที่ 6 นั้น ไม่ได้เป็นภัยคุกคามต่อรัฐบาลของเขา แต่เป็นภัยคุกคามต่อความหวังของแอลเบเนียในการเข้าร่วมสหภาพยุโรป

การชุมประท้วงที่นำโดยนักศึกษา ซึ่งได้รับแรงหนุนจากความโกรธแค้นต่อการทุจริตของรัฐบาล การขาดแคลนงาน และมาตรฐานการศึกษาที่ต่ำ ได้ลุกลามไปทั่วใจกลางเมืองติรานา และขยายไปยังเมืองอื่นๆ ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยผู้ประท้วงที่เรียกร้องให้ 'นายกรัฐมนตรีอีดี รามา' ลาออก และกลุ่มผู้ประท้วงยังได้จุดไฟเผาอาคารของรัฐบาลและธนาคาร ทุบทำลายกระจกหน้าร้าน และดึงแผ่นหินปูทางเท้าขึ้นมาขว้างใส่ตำรวจ ความรุนแรงปะทุขึ้นอีกครั้งในวันอาทิตย์ (ตามเวลาท้องถิ่น) เมื่อประชาชนหลายพันคนรวมตัวกันอยู่ด้านนอกกระทรวงศึกษาธิการ และขว้างปาหินใส่ตำรวจปราบจลาจล ซึ่งตอบโต้ด้วยแก๊สน้ำตา ปืนฉีดน้ำ และกระสุนยาง
นายกรัฐมนตรีอีดี รามา แห่งแอลเบเนีย ได้ออกมาไลฟ์ผ่านทางเฟซบุ๊ก ระบุว่า ผมไม่ได้ถูกท้าทาย รัฐบาลไม่ได้ถูกท้าทาย เสียงข้างมากของรัฐบาลหรือพรรคที่ชนะการเลือกตั้งไม่ได้ถูกท้าทาย แต่เส้นทางและภารกิจต่างหากที่กำลังถูกท้าทาย ชาวแอลเบเนียต้องคิดให้ชัดเจนว่า พวกเขาต้องการสิ่งนี้ พวกเขาต้องการสิ่งนั้น หรือพวกเขาต้องการสหภาพยุโรป?

คณะกรรมาธิการยุโรปประณามการใช้ความรุนแรงในเมืองติรานาและเมืองอื่นๆ และยินดีกับการที่ทางการมุ่งมั่นที่จะปกป้องสิทธิในการประท้วงของประชาชน
โดยเรื่องอื้อฉาวเกี่ยวกับการทุจริตได้ทำลายภาพลักษณ์ของ ประเทศแอลเบเนีย มาหลายปีแล้ว และนักวิเคราะห์กล่าวว่าประเทศนี้เป็นศูนย์กลางของแก๊งที่พยายามฟอกเงินจากการค้ายาเสพติดและอาวุธ
อย่างไรก็ตาม นายกรัฐมนตรีอีดี รามา กล่าวว่ารัฐบาลของเขากำลังจัดการกับการทุจริตอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน นอกจากนี้ 'แอลเบเนีย' ร่วมกับ 'มอนเตเนโกร' กำลังเป็นผู้นำกลุ่มประเทศบอลข่าน ที่ต้องการเข้าร่วมสหภาพยุโรป โดยตั้งเป้าหมายที่จะเข้าเป็นสมาชิกภายในปี 2030
นายกรัฐมนตรีอีดี รามา กล่าวโทษกลุ่มผลประโยชน์ต่างชาติที่ไม่ระบุชื่อว่าเป็นต้นเหตุของการประท้วง และสิ่งที่เขาอ้างว่าเป็นความพยายามโจมตีสำนักงานของเขาด้วยโดรนในสัปดาห์นี้ โดยบอกว่า พระเจ้าเท่านั้นที่รู้ว่าผลที่ตามมาจะเป็นอย่างไร ไม่มีคนหนุ่มสาว นักเรียน หรือเยาวชนคนไหนที่จะคิดนำแผนนี้ไปใช้ด้วยซ้ำ นี่เป็นฝีมือของต่างชาติ
เจ้าหน้าที่ตำรวจ ระบุว่า มีผู้ถูกตั้งข้อหาทางอาญา 388 คนระหว่างการชุมนุมประท้วง และมีเจ้าหน้าที่ตำรวจและผู้ประท้วงจำนวนมากได้รับบาดเจ็บ

