ไฟไหม้ทุ่งหญ้าลุกลามฐานทัพแคนาดา คร่าชีวิตทหาร 4 นาย บาดเจ็บ 39 คน

เกิดเหตุไฟไหม้ทุ่งหญ้าลุกลามอย่างรวดเร็วภายในฐานทัพทหารแห่งหนึ่งในรัฐแอลเบอร์ตา ประเทศแคนาดา ส่งผลให้ทหารเสียชีวิต 4 นาย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 39 คน ในจำนวนนี้อาการสาหัส 19 คน หลังเปลวไฟโหมเข้าปกคลุมพื้นที่ฝึกการรบด้วยกระสุนจริง ขณะที่เจ้าหน้าที่ระบุว่า การเปลี่ยนทิศทางลมอย่างกะทันหันทำให้ทหารในพื้นที่แทบไม่มีเวลาตั้งตัว
พลตรีเวด รัตแลนด์ เปิดเผยในการแถลงข่าวที่เมืองเอ็ดมันตันเมื่อวันอาทิตย์ (18 ต.ค.) ว่า เจ้าหน้าที่ทหารรับทราบเหตุไฟไหม้มานานหลายชั่วโมง แต่เชื่อว่าสามารถควบคุมสถานการณ์ได้มากพอที่จะให้การฝึกดำเนินต่อไป กระทั่งทิศทางลมเปลี่ยนอย่างฉับพลัน ทำให้ไฟลุกลามเข้าหากำลังพลอย่างรวดเร็ว โดยขณะเกิดการเปลี่ยนทิศทางลม เปลวไฟอยู่ห่างจากพื้นที่ทหารประมาณ 1 กิโลเมตร แต่สามารถเคลื่อนตัวเข้ามาถึงได้ภายในเวลาเพียง 36 วินาที
รัตแลนด์ระบุว่า ผู้บังคับบัญชาที่อยู่ในจุดเกิดเหตุรายงานว่า ทหารเปลี่ยนจากสถานการณ์ที่ยังไม่เห็นเปลวไฟ กลายเป็นต้องเผชิญกับไฟที่ลุกโหมเข้ามาหาภายในเวลาไม่ถึง 1 นาที เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันเสาร์ ระหว่างการฝึกการรบเข้มข้นของกองร้อยชาร์ลี สังกัดกองพันที่ 3 กรมทหารราบเบาเจ้าหญิงแพทริเซียแห่งแคนาดา โดยมีทหารประมาณ 84 นาย แบ่งการฝึกระหว่างสนามขว้างระเบิดและพื้นที่จำลองการโจมตีที่ตั้งข้าศึก ก่อนที่ไฟจะลุกลามเข้าสู่พื้นที่ฝึกส่วนหลัง
กองทัพแคนาดาเปิดเผยชื่อผู้เสียชีวิตทั้ง 4 นาย ได้แก่ จ่าสิบเอกมอร์แกน หว่อง จากเมืองเอ็ดมันตัน พลทหารฌอน ฟาร์เรลล์ จากเมืองพรินซ์อัลเบิร์ต รัฐซัสแคตเชวัน พลทหารเอเดน โกลดิง จากเมืองนอร์ทแวนคูเวอร์ และพลทหารเฮย์เดน ลิกเคอมาร์ก จากเมืองแลงลีย์ ในรัฐบริติชโคลัมเบีย โดยทั้งหมดสังกัดกองพันที่ 3 ซึ่งมีฐานปฏิบัติการอยู่ในเมืองเอ็ดมันตัน ขณะที่เจ้าหน้าที่ยังอยู่ระหว่างสอบสวนหาสาเหตุที่ทำให้เกิดไฟไหม้ทุ่งหญ้าครั้งนี้
ด้านแดเนียล สมิธ มุขมนตรีรัฐแอลเบอร์ตา เปิดเผยว่า มีผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งหมด 39 คนกำลังเข้ารับการรักษาพยาบาล โดยซาเยห์ ซีลเค ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของหน่วยงาน Acute Care Alberta ระบุว่า ผู้บาดเจ็บ 19 คนมีอาการสาหัส 8 คนมีอาการคงที่ และอีก 12 คนได้รับบาดเจ็บไม่รุนแรงจนสามารถเดินได้ ทั้งนี้ กองพันดังกล่าวกำลังเตรียมความพร้อมสำหรับภารกิจรับมือวิกฤตการณ์ทั่วโลก รวมถึงการเสริมกำลังทหารแคนาดาในประเทศลัตเวีย ซึ่งมีกำหนดในฤดูใบไม้ผลิปีหน้า
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

