ศึกใน'GooGle'เดือดจัด พนักงานแห่ลาออกเพียบ ประท้วงบริษัททำสัญญา 'AI' กับกองทัพสหรัฐฯ

22 ตุลาคม 2569 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า 'กูเกิล' (GooGle) บริษัทเสิร์ชเอนจินระดับโลก กำลังเผชิญกับกระแสต่อต้านจากพนักงานบางส่วนเกี่ยวกับการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ไปใช้ในทางการทหาร
สำนักข่าว บีบีซี รายงานเรื่องนี้ว่า พนักงาน และ นักวิจัยจำนวนหนึ่งใน Google DeepMind ซึ่งเป็นบริษัทพัฒนา 'เอไอ' ของ 'กูเกิล' ตัดสินใจลาออกหรืออยู่ระหว่างกระบวนการลาออก เพื่อประท้วงที่บริษัททำสัญญากับกองทัพสหรัฐฯ ว่าจะนำเทคโนโลยี 'เอไอ' ไปใช้ในหลายภาคส่วนของกองทัพ ซึ่งพวกเขามองว่าขัดต่อหลักการทางจริยธรรมของบริษัท
วิศวกรวิจัยประจำกรุงลอนดอน 'โซเฟีย ลีกัวรี' ยอมละเมิดข้อตกลงห้ามวิจารณ์บริษัทเพื่อออกมาให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวบีบีซี โดยระบุว่า เขานั้นรู้สึกอับอายที่ 'กูเกิล' ผลักดันการใช้ 'เอไอ' ในการปฏิบัติการทางทหาร "การตระหนักได้ว่าบริษัทของฉันกำลังผลักดันระบบเอไอไปใช้ในการปฏิบัติการทางทหารมากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ฉันรู้สึกอับอายที่ต้องทำงานที่ 'กูเกิล' ฉันไม่เห็นด้วยกับทิศทางนี้ และมันทำให้ฉันสูญเสียความเชื่อมั่นว่าบริษัทจะซื่อสัตย์ต่อคุณค่าทางจริยธรรมที่เคยบอกไว้"
โดยหลักการแล้ว ฉันไม่ได้รับอนุญาตให้วิจารณ์ 'กูเกิล' ตลอดชีวิต แต่สิ่งที่ฉันตัดสินใจพูดนั้นเชื่อว่าเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องให้เรื่องนี้ถูกรับรู้ และการพูดถึงข้อเท็จจริงก็ไม่ใช่การวิจารณ์ พร้อมเสริมว่าที่ 'กูเกิล' ผู้คนกลัวการเอาคืนและกลัวว่าจะเสี่ยงต่ออาชีพการงาน คุณจะรู้สึกเหมือนถูกจับตาดู และไม่สามารถพูดอะไรได้
นายอันเดรอัส เคิร์สช์ นักวิจัยทีมเอไอ ที่ลาออกจาก Google DeepMind เช่นกัน มองว่าระบบกำกับดูแลของ'กูเกิล'ไม่รัดกุมพอที่จะปล่อยเอไอ ไปใช้ในภารกิจลับทางการทหารได้อย่างปลอดภัย โดยเขาบอกว่า "ผมเชื่อว่าการกำกับดูแลและการควบคุมของ 'กูเกิล' นั้นไม่เพียงพอหรือไม่มีความหมายมากพอที่จะใช้เอไอได้อย่างปลอดภัยและมีความรับผิดชอบในสภาพแวดล้อมทางการทหารและสภาพแวดล้อมที่เป็นความลับ รวมทั้งในการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ขั้นสูงอย่างปลอดภัยในอนาคต"
อีกทั้งเขายังเตือนด้วยว่า ดูเหมือนว่า 'กูเกิล' จะไม่มีสิทธิ์ควบคุมหรือใช้อำนาจยับยั้ง วิธีที่เพนตากอนนำเอไอไปใช้ และดูเหมือนว่าจะมีความสามารถในการมองเห็นจำกัด ว่ามันถูกนำไปติดตั้งใช้งานอย่างไร
พนักงานคนหนึ่งของ Google DeepMind ผู้ไม่เปิดเผยนามแสดงความกังวลว่า คนใน'กูเกิล' รู้สึกกลัวการเอาคืนและการเสียอนาคตทางการงานหากออกมาพูด แต่ก็มีพนักงานสายจริยธรรมจำนวนมากที่ทยอยลาออกไป ในขณะที่บางส่วนมองว่าอาจเกิดปรากฏการณ์ การเปลี่ยนผ่านของรุ่นที่จะมีเด็กรุ่นใหม่เข้ามาแทนที่
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจาก สหรัฐฯ ได้เซ็นสัญญากับบริษัทเทคโนโลยีหลายแห่งรวมถึง กูเกิล, โอเพนเอไอ , แอมะซอน , ไมโครซอฟ , เอ็นวีเดีย และอื่นๆ เพื่อส่งเสริมให้รัฐบาลทรัมป์กลายเป็น กองกำลังสู้รบที่ใช้ เอไอ เป็นตัวนำ ภายใต้การนำของ พีท เฮกเซธ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ
ต่อมาทางโฆษกกูเกิล ย้ำว่า เรามีช่องทางเฉพาะเพื่อให้พนักงานสามารถแจ้งข้อกังวลได้อย่างปลอดภัย ตั้งแต่เรื่องจริยธรรมทางธุรกิจไปจนถึงการทุจริต และมีนโยบายสถานที่ทำงานที่เข้มงวดเพื่อป้องกันการแก้แค้นทุกรูปแบบ
'กูเกิล' ยืนยันว่า เราทำงานร่วมกับองค์กรภาครัฐทั่วโลก และปฏิบัติตามกระบวนการที่สอดคล้องกันในการตรวจสอบและทำสัญญาเหล่านี้ รวมถึงการปฏิบัติตามนโยบายการใช้งานที่ยอมรับได้และหลักการด้าน เอไอ ของเรา
ผู้เชี่ยวชาญหลายคนรวมถึง ซาราห์ โชเคอร์ อดีตหัวหน้าทีมภูมิรัฐศาสตร์ของโอเพน เอไอ แสดงความกังวลเรื่องการนำ เอไอ ไปใช้ในกองทัพในตอนนี้ "เอไอ จะบีบอัดเวลาที่ผู้ปฏิบัติงานต้องใช้เพื่อการตัดสินใจ เพราะมันทำงานไวกว่ามนุษย์มาก และนั่นเป็นเรื่องสุ่มเสี่ยงอย่างยิ่งในสภาพแวดล้อมที่มีความกดดันสูง เมื่อคุณมีเป้าหมายหลายร้อยรายการที่คัดเลือกโดย เอไอ และมีเวลาเพียงสั้นๆ มันเป็นไปไม่ได้เลยที่ผู้ปฏิบัติงานที่เป็นมนุษย์จะสามารถตรวจสอบผลลัพธ์ของ เอไอ เพื่อหาความผิดพลาดได้อย่างมีนัยสำคัญ"
ข้อตกลงระหว่าง 'กูเกิล' กับ 'อิสราเอล' ก็ก่อให้เกิดข้อถกเถียงเช่นกัน ในปี 2024 บริษัทถูกวิพากษ์วิจารณ์จากพนักงานเกี่ยวกับสัญญาที่ทำร่วมกับแอมะซอน มูลค่า 1.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ในชื่อ Project Nimbus ซึ่งจัดหาเทคโนโลยีเอไอ และ โครงสร้างพื้นฐานการประมวลผลบนคลาวด์ให้กับรัฐบาลและกองทัพอิสราเอล ในขณะนั้น 'กูเกิล' กล่าวว่าโครงการ Nimbus ไม่ได้มุ่งเป้าไปที่งานที่มีความละเอียดอ่อนสูง เป็นความลับ หรือเกี่ยวข้องกับงานทางทหารที่เกี่ยวกับอาวุธหรือหน่วยข่าวกรอง
นอกจากนี้ ความสามารถด้านเอไอของอิสราเอลในการทำสงครามยังเป็นประเด็นถกเถียงหลังจากที่ปรากฏในสารคดีเรื่อง Naza ซึ่งตรวจสอบบทบาทของระบบกำหนดเป้าหมายที่ขับเคลื่อนด้วยเอไอ ในการโจมตีฉนวนกาซา ส่งผลให้มีพลเรือนเสียชีวิตจำนวนมาก รัฐมนตรีของรัฐบาลอิสราเอลกล่าวว่าข้อกล่าวอ้างที่นำเสนอในภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นเท็จและบิดเบือน
อดีตพนักงานของกูเกิล เชื่อว่าเทคโนโลยีเอไอในสงครามยังไม่พร้อมสำหรับสนามรบ โมเดลเอไอในปัจจุบันยังไม่แข็งแกร่งพอ และผมคิดว่าพวกมันยังไม่ได้รับการฝึกฝนมาเพื่อภารกิจเช่นนี้ด้วย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

