ม.เกษตรฯแจงชัด! คนไทยยังปลูกกะเพราได้ ยืนยันวิจัย 'กะเพราแก้วจุรี' มุ่งเพิ่มมูลค่า-พัฒนาเกษตรไทย

วันที่ 24 ตุลาคม 2569 จากกรณีที่มีกระแสความสนใจเกี่ยวกับการจดทะเบียนคุ้มครองพันธุ์พืชใหม่ “กะเพราแก้วจุรี 01–04” ซึ่งเป็นผลงานวิจัยร่วมระหว่างมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กับบริษัท ซีพีแรม จำกัด ทางมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้ออกมาเปิดเผยข้อเท็จจริงเพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องแก่สังคม ดังนี้
1. ประชาชนและเกษตรกรยังปลูก-ขายกะเพราได้ตามปกติ
- การจดทะเบียนคุ้มครองพันธุ์พืชดังกล่าว คุ้มครองเฉพาะพันธุ์พืชใหม่ (แก้วจุรี 01–04) ที่ได้รับการพัฒนาขึ้นมาเท่านั้น
- ไม่ได้ครอบคลุมกะเพราสายพันธุ์พื้นเมืองหรือพันธุ์ทั่วไป ในประเทศไทย
- เกษตรกรและประชาชนทั่วไปยังคงสามารถปลูกกะเพราพันธุ์เดิมที่มีอยู่ เก็บใบขาย นำไปทำอาหาร หรือเก็บเมล็ดพันธุ์ไว้ปลูกต่อได้ตามปกติ โดยไม่ต้องเปลี่ยนมาซื้อเมล็ดพันธุ์จากบริษัทแต่อย่างใด
2. ทำไมต้องพัฒนากะเพรา “แก้วจุรี”?
การวิจัยนี้จัดทำขึ้นระหว่างปี 2563–2566 โดยมุ่งเน้นแก้โจทย์การผลิตจริงในอุตสาหกรรมอาหาร เช่น การพัฒนาขนาดใบ กลิ่นหอม และคุณลักษณะเฉพาะที่เหมาะกับการนำไปเป็นวัตถุดิบแปรรูปอาหาร
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ร่วมดำเนินการวิจัยและปรับปรุงพันธุ์กะเพรากับ CPRAM โดยใช้กระบวนการปรับปรุงพันธุ์ร่วมกับเทคนิคการเพิ่มจำนวนชุดโครโมโซม เพื่อคัดเลือกกะเพราที่มีลักษณะเหมาะสมกับการนำไปใช้งาน
จากการวิจัยสามารถพัฒนากะเพราพันธุ์ใหม่ได้จำนวน 4 พันธุ์ ได้แก่ แก้วจุรี 01, 02, 03 และ 04 ซึ่งต่อมา CPRAM ได้นำไปจดทะเบียนคุ้มครองพันธุ์พืชใหม่กับกรมวิชาการ
เกษตร
3. ประโยชน์ที่สังคมและเกษตรกรได้รับจากงานวิจัย:
- มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้พัฒนาองค์ความรู้และประสบการณ์ด้านการปรับปรุงพันธุ์พืช รวมถึงมีโอกาสสร้างรายได้เพื่อสนับสนุนงานวิจัย
- ด้านเกษตรกร & ชุมชน ได้รับการส่งเสริมองค์ความรู้ในการเพาะปลูก และมีโอกาสเชื่อมโยงกับตลาดรับซื้อวัตถุดิบที่แน่นอนผ่านเครือข่ายเกษตรกร
- ด้านผู้บริโภค ได้รับประทานอาหารที่มีวัตถุดิบคุณภาพ กลิ่นและรสชาติดีเยี่ยม ขณะเดียวกันก็ยังมีตัวเลือกซื้อกะเพราพันธุ์ทั่วไปในท้องตลาดได้เหมือนเดิม
- ด้านเศรษฐกิจและการเกษตรไทย ช่วยยกระดับศักยภาพนักวิจัยไทย สร้างนวัตกรรมเพิ่มมูลค่าให้พืชเศรษฐกิจ และศึกษาวิจัยทรัพยากรพันธุกรรมพืชควบคู่ไปกับการรักษาสิทธิของชุมชนตามกฎหมาย
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ยืนยันมุ่งมั่นสร้างสรรค์งานวิจัยเพื่อประโยชน์สูงสุดของเกษตรกร ประชาชน และการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน
ข้อมูลจาก ศูนย์วิจัยและพัฒนาพืชผักเขตร้อน ภาควิชาพืชสวน คณะเกษตร กำแพงแสน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง


