ประธานอนุกลั่นกรอง เผยชง ‘ทักษิณ’ ขอนิรโทษคดีการเมือง เข้า คกก.สร้างเสริมสังคมสันติสุขฯ นัดหน้า

ประธานอนุกลั่นกรอง เผย ชง ‘ทักษิณ‘ ขอนิรโทษคดีการเมือง เข้า คกก.สร้างเสริมสังคมสันติสุขฯนัดหน้า ขออย่ามองชื่ออดีตนายกฯ ชี้ อยากให้มองคืนความเป็นธรรมทุกฝ่าย
เมื่อเวลา 12.45 น. วันที่ 26 ตุลาคม 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายปิยะศิริ วัฒนวรางกูร ปลัดกระทรวงยุติธรรม ในฐานะประธานอนุกรรมการกลั่นกรองของคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข กล่าวถึงกรณีนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ยื่นขอนิรโทษล้างมลทินทางคดี ตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) สร้างเสริมสังคมสันติสุขฯ ว่า กรณีของนายทักษิณ ตนเห็นแต่เพียงข่าวที่มีการยื่นขอทางคณะกรรมการชุดใหญ่ ซึ่งมีคณะกรรมการกลั่นกรอง 2 ชุด โดยชุดแรกมีตนเป็นประธาน หากเรื่องมาถึงคณะอนุฯของตนเมื่อไหร่ ก็จะมีการพิจารณาไม่มีอะไรซับซ้อน พร้อมยืนยันว่า ขณะนี้เรื่องยังมาไม่ถึง และทันทีที่เรื่องมาถึงจะมีการเรียกประชุมคณะอนุกรรมการทุกเรื่อง แต่ขณะนี้อยู่ในการรวบรวมเพื่อเตรียมพิจารณา
นายปิยะศิริ กล่าวอีกว่า หากไม่ผิดพลาดอะไรก็จะมีการประชุมชุดใหญ่ที่ปกติประชุมเดือนละครั้ง ซึ่งหากจะมีการคุยให้ชัดเจนว่าจะวางกรอบกันเช่นไร แต่โดยหลักจะเป็นการนิรโทษกรรมเรื่องชุมนุม หรือทำอะไรกับรัฐเขาก็จะนิรโทษ หรือภาษาไทยเขาเรียกว่าอโหสิ แต่ท้ายที่สุดคนที่ตีความคือคณะกรรมการชุดใหญ่ พร้อมยืนยันว่าไม่มีอะไรตัดทิ้งเลย ซึ่งเราให้ความสำคัญกับทุกคนทั้งผู้ที่ที่อยู่ในเรือนจำ หรือเยาวชน ไม่ใช่เพียงแต่อดีตนายกฯ
เมื่อถามว่า ถ้าผ่านอนุคณะกรรมการกลั่นกรองแล้วจะต้องผ่านชุดใหญ่ใช่หรือไม่ นายปิยะศิริ กล่าวอีกว่า ตามชื่อคณะกรรมกลั่นกรองชัดเจนอยู่แล้วว่าจะต้องกลั่นกรองชุดใหญ่ในขั้นตอนสุดท้ายอยู่แล้ว พร้อมยืนยันว่าเรื่องนี้รอไม่ได้ และนายปกรณ์ นิลประพันธ์ ประธานคณะกรรมการ สั่งการแล้วว่าต้องทำให้เร็ว และต้องตรงตามที่กฎหมายกำหนด ก่อนยอมรับว่า นักวิชาการหลายคนก็มองกันคนละมุม แต่ถึงอย่างไรอนุกรรมการก็จะสรุปคำชี้แจง และความเห็นต่างๆก่อนเสนอคณะกรรมการชุดใหญ่
เมื่อถามว่า นายทักษิณ มีกี่คดีนั้น ปลัดยุติธรรม กล่าวว่า ตนไม่ทราบ เพราะว่าไม่ได้มีการลงรายละเอียด ตอนนี้ในส่วนของกระทรวงยุติธรรมได้ให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน รวมถึงกรมราชทัณฑ์ ซึ่งต้องมาสรุปว่ามีเท่าไหร่ และมีใครเป็นคดีอยู่บ้าง แต่ 80% ถูกส่งไปอยู่ชั้นอัยการจึงต้องมีการประสานกันว่าถึงไหนอย่างไร ก่อนยอมรับว่าขณะนี้ในส่วนของดีเอสไอ มี 2 คดี
เมื่อถามว่า พอเป็นชื่อนายทักษิณ อนุกรรมการมีความกดดันหรือไม่ ปลัดยุติธรรม ยืนยันว่า ไม่ อย่าไปคิดว่าใครชื่ออะไร แต่คิดว่าทุกคนเป็นคนไทยที่ต้องช่วยพิจารณาให้ความเป็นธรรมดีกว่า
เมื่อถามย้ำว่า การพิจารณาของคณะกรรมการชุดดังกล่าวถือเป็นที่สิ้นสุดหรือไม่ นายปิยะศิริ กล่าวว่า ตามกฎหมายให้อำนาจคณะกรรมการชุดนี้ ซึ่งตนคิดว่าความเห็นตรงนี้น่าจะจบได้ ยกเว้นว่าผู้ที่ยื่นมาจะรู้สึกไม่พอใจ ซึ่งก็มีช่องทางอุทธรณ์ ก่อนยอมรับว่า มีจำนวนนักเคลื่อนไหวทางการเมืองที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายดังกล่าวจำนวนมาก เบื้องต้นเห็นตัวเลขกลมๆของแต่ละหน่วย อาทิ ในส่วนของกระทรวงยุติธรรม อัยการ ตำรวจ โดยข้อมูลทั้งหมดจะมาชนในคณะกรรมการชุดใหญ่ พร้อมยืนยันว่า หากเลือกมาถึงกระทรวงยุติธรรมก็จะเร่งพิจารณาเข้าขั้นตอนทั้งหมด “เราเข้าใจหัวอกคน อยากให้มันผ่านพ้นไป”
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

