อภิสิทธิ์ อัด รัฐบาล บีบเวลา ซักฟอก เพราะกลัวความจริงปรากฎ ซัด ไม่ให้เกียรติสภาฯ

อภิสิทธิ์ อัด รัฐบาล บีบเวลา ซักฟอก เพราะกลัวความจริงปรากฎ ซัด ไม่ให้เกียรติสภาฯ ผิดหลักการทำงาน ลั่น ให้อภัยไม่ได้หาประโยชน์บนความเดือดร้อนของประเทศ-ปชช.
เมื่อวันที่ 26 ต.ค.2569 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และอดีตนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์พิเศษในรายการ "เที่ยงเจอกัน" ทางช่อง "Watchdog หมาเฝ้าบ้าน" ถึงกรณีที่ฝ่ายค้านยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลถึง 18 คน โดยขอเวลา 5 วัน แต่รัฐบาลกลับพยายามรวบรัดตัดตอนให้เหลือเพียง 3-4 วัน และกำหนดวันเวลาตามอำเภอใจว่า การกระทำดังกล่าวถือเป็นการไม่ให้เกียรติสภาฯ และผิดหลักการทำงานในระบบรัฐสภาที่รัฐบาลควรให้ความสำคัญกับการตรวจสอบ
เมื่อถามว่า ท่าทีเช่นนี้สะท้อนว่ารัฐบาลกำลังกลัวอะไร นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า "กลัวความจริงมั้ง กลัวความจริงปรากฏ ถ้าสิ่งที่มีการอภิปราย ทางรัฐบาลสามารถที่จะชี้แจง มีหลักฐานมาหักล้าง มีเหตุผลที่ดี ก็ไม่เห็นมีอะไรต้องเกรงกลัวเลย ตรงกันข้ามถ้าชี้แจงได้ดีเสียอีก ก็เป็นการสร้างความมั่นใจ"
นายอภิสิทธิ์ ยังกล่าวถึงกรณีที่มีแกนนำรัฐบาลออกมาด้อยค่าฝ่ายตรวจสอบในทำนอง แพ้เลือกตั้งจึงไม่มีอะไรทำนอกจากมายื่นตรวจสอบว่า อย่าด้อยค่าการทำงานของฝ่ายตรวจสอบ เพราะประเด็นสำคัญไม่ได้อยู่ที่เรื่องแพ้ชนะ แต่อยู่ที่ว่าสิ่งที่ตรวจสอบนั้นเป็นข้อเท็จจริงหรือไม่ อย่างกรณีการฟ้องร้องปิดปาก (SLAPP) ของนางการดี เลียวไพโรจน์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ที่ถูกฟ้องถึง2คดีจากการยื่นตรวจสอบโครงการ TH-AI Passport ทั้งที่ไม่ได้มีการเอ่ยชื่อบริษัทใดๆ มันเป็นการสร้างบรรยากาศแห่งความกลัวไม่ให้เกิดการตรวจสอบโดยสุจริต
นายอภิสิทธิ์ กล่าวถึงกรณีวิกฤตเศรษฐกิจและปากท้องว่า ความผิดพลาดของรัฐบาลในการจัดการราคาน้ำมัน ทางพรรคประชาธิปัตย์เคยเสนอให้ลดภาษีสรรพสามิตลิตรละ 7 บาทตั้งแต่ต้นเพื่อตรึงต้นทุนสินค้าไม่ให้พุ่งสูงขึ้น แต่รัฐบาลกลับเลือกที่จะปล่อยให้ราคาขึ้นไปก่อน แล้วกู้เงินมหาศาลนับแสนล้านบาทมาอุดหนุนที่ปลายเหตุผ่านกองทุนน้ำมันที่ขณะนี้ติดลบทะลุแสนล้านบาทไปแล้ว
"ถ้าใช้วิธีนั้นมาตั้งแต่ต้น วันนี้สินค้าก็จะราคาไม่เท่าปัจจุบัน แต่เลือกใช้วิธีที่รัฐบาลใช้มา เงินหมดไปแล้วเกือบ 2 แสนล้าน ของแพงขึ้นนะ และอาจจะแพงขึ้นไปอีก คำถามคือแล้วมันจะไปจบตรงไหน รัฐบาลยังดำเนินการล่าช้าในการเข้าไปจัดการส่วนแบ่งกำไรของโรงกลั่น (ค่าการกลั่น) ที่พุ่งสูงขึ้นหลายเท่าตัวในช่วงวิกฤต แทนที่จะใช้หลักเฉลี่ยทุกข์เฉลี่ยสุข กลับปล่อยให้โรงกลั่นฟันกำไรบนภาระของประชาชน“ นายอภิสิทธิ์ กล่าว
นายอภิสิทธิ์ กล่าวด้วยว่า สิ่งที่น่ากลัวคือความฝืดเคืองของประชาชนที่จะเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องจากปัญหาเศรษฐกิจ โครงสร้างสังคม และการบริหารงานที่ไร้วินัยการคลัง จนอาจนำไปสู่ปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองหากรัฐบาลยังคงไม่ยอมรับการตรวจสอบ การแก้ปัญหามันไม่ใช่ว่าทุกคนจะสามารถทำได้อย่างแม่นยำรัดกุมทุกเรื่อง หรือการประเมินสถานการณ์แตกต่างกันได้ ถ้ามีเหตุมีผลเข้าใจกันได้ ให้อภัยกันได้ แต่ที่ให้อภัยไม่ได้เลยก็คือ การแสวงหาผลประโยชน์บนความเดือดร้อนของประเทศ ของประชาชนในขณะนี้
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

