ไอซ์ งานเข้าเต็มๆ เรืองไกร ยื่น ป.ป.ช.เชือด ปมแชร์สลิปปลอม 7 ล้าน จี้ฟันจริยธรรมร้ายแรง

27 ตุลาคม 2569 นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตสมาชิกวุฒิสภา (สว.) เปิดเผยว่า วันนี้ได้ส่งหนังสือถึง ป.ป.ช.เพื่อขอให้รีบดำเนินการตรวจสอบ น.ส.รักชนก ศรีนอก สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ว่ามีการฝ่าฝืน หรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 235 วรรคหนึ่ง(1) ประกอบกฎหมายที่เกี่ยวข้องหรือไม่
นายเรืองไกร กล่าวว่า ข้อเท็จจริงปรากฏเป็นข่าวโดยทั่วไปแล้ว และถือเป็นความปรากฏต่อ ป.ป.ช.ด้วย ตนจึงส่งคำร้องในส่วนข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง มาประกอบข้อเท็จจริง ดังนี้
ข้อ 1.น.ส.รักชนก ศรีนอก เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 27 จึงเป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 4 ที่อยู่ในหน้าที่และอำนาจการตรวจสอบของ ป.ป.ช.ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 234 และ มาตรา 235
ข้อ 2.ข้อเท็จจริงปรากฏในสื่อต่างๆ โดยทั่วไปว่า ประมาณวันที่ 26 ต.ค.2569 น.ส.รักชนก ได้โพสต์เฟซบุ๊กของตนเอง มีข้อความว่า “อยู่ๆ ก็มีเรื่องราวให้นอนไม่หลับ” พร้อมทั้งแนบข้อความและภาพจากเพจ Godd Dam ที่กล่าวหา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ซึ่งต่อมาได้มีการยอมรับว่าข้อความและภาพดังกล่าวเข้าข่ายเป็นการนำข้อมูลเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน
ข้อ 3.การกระทำของ น.ส.รักชนก ดังกล่าว อาจเข้าข่ายเป็นการกระทำความผิดตามความในพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 มาตรา 14 (5) และอาจเข้าข่ายมีพฤติการณ์ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมฯ ข้อ 15 และข้อ 17 ประกอบข้อ 27 วรรคสอง ซึ่งอยู่ในหน้าที่และอำนาจการตรวจสอบของ ป.ป.ช.
ข้อ 4.พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 48 วรรคหนึ่ง และมาตรา 87 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า “มาตรา 48 เมื่อความปรากฏต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช.ไม่ว่าจะมีการกล่าวหาหรือไม่ ว่ามีการกระทำความผิดที่อยู่ในหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ให้คณะกรรมการ ป.ป.ช.ดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจโดยพลัน โดยในกรณีที่จำเป็นต้องมีการไต่สวน ต้องไต่สวนและมีความเห็นหรือวินิจฉัยให้แล้วเสร็จภายในกำหนดเวลาที่คณะกรรมการ ป.ป.ช.กำหนด ซึ่งต้องไม่เกินสองปี นับแต่วันเริ่มดำเนินการไต่สวน”
“มาตรา 87 เมื่อคณะกรรมการ ป.ป.ช.ไต่สวนและมีความเห็นว่า ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ หรือผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ให้คณะกรรมการ ป.ป.ช.เสนอเรื่องต่อศาลฎีกาเพื่อวินิจฉัย”
ข้อ 5. กรณีตามคำร้องนี้ จึงเป็นความปรากฏที่ ป.ป.ช.ควรทราบอยู่แล้ว ดังนั้น ในคำร้องนี้ จึงได้แนบสำเนาข่าวที่จะเป็นพยานหลักฐานบางส่วนให้ ป.ป.ช.ดำเนินการต่อไปตามความในรัฐธรรมนูญมาตรา 235 (1) และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
ข้อ 6.เมื่อย้อนไปตรวจสอบดูบัญชีทรัพย์สินของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล ที่เคยเก็บไว้ โดยนำเลขที่บัญชีธนาคารที่ถูกกล่าวอ้างด้วยความเท็จมาตรวจสอบกับบัญชีทรัพย์ สินที่ยื่นต่อ ป.ป.ช.แต่ละครั้ง ก็พบว่าไม่ตรงกับเลขบัญชีธนาคารที่ยื่นไว้แต่อย่างใด ซึ่งกรณีดังกล่าวย่อมอยู่ในวิสัยที่ น.ส.รักชนก ศรีนอก ที่สามารถตรวจสอบได้เช่นกัน ดังนั้น น.ส.รักชนก จึงควรรู้อยู่แล้วก่อนที่จะทำการเผยแพร่หรือส่งต่อข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเข้าข่ายความผิดตามความในพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 มาตรา 14 (1) (5) ดังกล่าว
ข้อ 7. ขอให้ ป.ป.ช.ขยายผลไปตรวจสอบสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรรายอื่นที่มีความปรากฏว่ากระทำการในลักษณะเดียวกันกับ น.ส.รักชนก ด้วย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

