รอยเตอร์แฉเดือด 'เมียนมา' ลอบซื้อน้ำมันเจ็ตอิหร่าน ปลอมแปลงเอกสารเป็นดีเซลแอฟริกา โยงบริษัท-แบงก์ไทยมีเอี่ยว

27 ตุลาคม 2569 สำนักข่าวรอยเตอร์ ได้ออกมาเปิดโปงการจัดซื้อพลังงานของรัฐบาลทหารเมียนมา ระบุว่า ในเดือนธันวาคม 2025 เรือบรรทุกน้ำมัน Reef ซึ่งถูกสหรัฐฯ คว่ำบาตร ได้เดินทางมาถึงน่านน้ำเมียนมา พร้อมน้ำมันเชื้อเพลิงประมาณ 113,000 บาร์เรล โดยอาศัยการสำแดงเอกสารนำเข้าอันเป็นเท็จ
บริษัท Dynamic Wave ซึ่งเป็นนายหน้าค้าพลังงานในเมียนมา สั่งซื้อสินค้าดังกล่าว โดยตกลงในสัญญาซื้อขายที่ลงนามกับบริษัท Tawan-Oil Trading ของไทย ว่าจะรับมอบน้ำมันดีเซลจากแอฟริกาใต้ในปริมาณที่ใกล้เคียงกัน แต่ข้อตกลงมูลค่า 15.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
ซึ่งสำนักข่าวรอยเตอร์ ได้ตรวจสอบแล้วนั้น เป็นเพียงการหลอกลวง เพราะไม่มีการค้าขายระหว่างแอฟริกาใต้และเมียนมาในปี 2025 ตามข้อมูลจากองค์การสหประชาชาติและ Vortexa ผู้ให้บริการข้อมูลด้านการขนส่งและพลังงาน
ในความเป็นจริง เรือบรรทุกน้ำมัน Reef ขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงเครื่องบินจากอิหร่านไปยังเมียนมา ตามบันทึกการขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงไปยังเมียนมา รวมถึงภาพถ่ายดาวเทียมและการวิเคราะห์โดย SynMax Intelligence ซึ่งติดตามเส้นทางการเดินเรือของเรือบรรทุกน้ำมันลำนี้จากท่าเรือบันดาร์อับบาสของอิหร่านไปยังเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
การหลอกลวงนี้เกิดขึ้น เนื่องจากในปี 2023 สหรัฐฯ ได้กำหนดมาตรการคว่ำบาตรแบบเจาะจงต่ออุตสาหกรรมน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับเครื่องบินของเมียนมา โดยสหรัฐฯ ให้เหตุผลว่ากองทัพเมียนมาได้ปฏิบัติการทิ้งระเบิดโจมตีเป้าหมายที่เป็นพลเรือน ซึ่งส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก ทั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการปราบปรามกลุ่มกบฏที่ลุกขึ้นต่อต้าน
นอกจากนี้ ผู้ที่ซื้อน้ำมันและเชื้อเพลิงจากอิหร่านทุกคนยังต้องเผชิญกับมาตรการคว่ำบาตรครั้งใหญ่จากสหรัฐฯ อีกด้วย
โดยรายละเอียดเกี่ยวกับวิธีการที่เมียนมาใช้ปกปิดการจัดซื้อน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานจากอิหร่าน รวมถึงหน่วยงานที่มีส่วนเกี่ยวข้องในธุรกรรมดังกล่าว ได้รับการเปิดเผยเป็นครั้งแรกในรายงานฉบับนี้
กองทัพเมียนมามีส่วนเกี่ยวข้องในอุบายดังกล่าว โดยอ้างอิงจากสำเนาจดหมายฉบับลงวันที่ 30 พฤศจิกายน ซึ่งสำนักข่าวรอยเตอร์ ได้รับมาจากกลุ่มเคลื่อนไหว "Justice for Myanmar" พบว่าหน่วยงานกำกับดูแลด้านการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศของเมียนมาได้แจ้งต่อลูกค้าของบริษัท Dynamic Wave ว่า จะออกเอกสารการนำเข้าโดยระบุประเภทสินค้าว่าเป็น "น้ำมันดีเซล" แทนที่จะเป็น "น้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยาน" ก่อนที่เรือบรรทุกน้ำมัน Reef จะเดินทางมาถึง ทั้งนี้ ในเอกสารดังกล่าวไม่ได้ระบุเหตุผลของการแจ้งข้อมูลเท็จในลักษณะนี้ไว้
นอกจากนี้ จดหมายจากหน่วยงานกำกับดูแลดังกล่าวยังอนุญาตให้บริษัท Dynamic Wave และลูกค้าของบริษัท ซึ่งก็คือบริษัท National Energy Prime Aviation Services Company สามารถชำระค่าสินค้าให้แก่บริษัท Tawan ได้
ทั้งบริษัท Dynamic Wave และลูกค้าของบริษัทดังกล่าว ซึ่งมีรัฐบาลเมียนมาที่ได้รับการสนับสนุนจากกองทัพร่วมเป็นเจ้าของบางส่วน ไม่ได้ตอบกลับคำถามเกี่ยวกับการจัดส่งน้ำมันเชื้อเพลิงในครั้งนี้แต่อย่างใด
รายงานของรอยเตอร์ ระบุอีกว่า เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมาเปิดเผยว่าระหว่างเดือนตุลาคม 2024 ถึง ธันวาคม 2025 รัฐบาลเตหะรานเป็นผู้จัดหาน้ำมันเชื้อเพลิงเครื่องบินหลักให้กับกองทัพเมียนมาโดยการค้าส่วนใหญ่ดำเนินการโดยเรือบรรทุกน้ำมัน Reef (ซึ่งต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น Maris) และ Noble
นอกจากนี้ กลุ่มนักเคลื่อนไหว Justice for Myanmar ได้เปิดเผยรายงานระบุว่า นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่มีการอำพราง โดยย้อนกลับไปในเดือนพฤษภาคม 2568 บริษัท Dynamic Wave เคยสั่งซื้อเชื้อเพลิง 202,000 บาร์เรล มูลค่า 26 ล้านดอลลาร์ หรือคิดเป็นเงินไทยราว 879 ล้านบาท จาก Tawan-Oil Trading อ้างเป็นดีเซลแอฟริกาใต้เช่นกัน
แต่ทาง 'โจชัว เฮย์น' ผู้เชี่ยวชาญด้านน้ำมันอากาศยานจากมหาวิทยาลัยวอชิงตันสเตท ชี้ว่า ค่าความหนาแน่นในเอกสารและราคาที่สูงกว่าตลาดดีเซลถึง 50% เป็นคุณสมบัติของน้ำมันเครื่องบินเจ็ตอย่างชัดเจน ซึ่งเรือขนส่งลำดังกล่าว ก็เดินทางมาจากท่าเรือของอิหร่านเช่นกัน
แผนการครั้งนี้ที่สำนักข่าวรอยเตอร์ เปิดโปงนี้เน้นย้ำทั้งขอบเขตและข้อจำกัดของอำนาจของรัฐบาลวอชิงตัน ความพยายามในการปกปิดการค้าแสดงให้เห็นว่ามาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ กำลังได้ผล แต่เชื้อเพลิงเครื่องบินของอิหร่านยังคงไหลเวียนอย่างต่อเนื่อง ทำให้อิหร่านได้รับเงินตราจากต่างประเทศจำนวนมาก และทำให้เมียนมามีเครื่องมือในการดำเนินการทั้งการบินพาณิชย์และการโจมตีทางอากาศด้วย
อีกทั้งรอยเตอร์ยังพบว่าสัญญาซื้อขายเชื้อเพลิงของบริษัท Dynamic Wave ระบุว่า การชำระเงินจะต้องโอนเข้าบัญชีของนายตะวัน ที่ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) ซึ่งเป็นธนาคารที่เก่าแก่ที่สุดของประเทศไทย
ต่อมา ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ได้ออกมาชี้แจงข้อเท็จจริงทันที โดยระบุว่า ตามที่สำนักข่าว รอยเตอร์ส นำเสนอข่าวว่าบริษัท Tawan-Oil Trading ใช้บัญชีของธนาคารไทยพาณิชย์เพื่อรับเงินจากบริษัทเมียนมานั้น ธนาคารได้ดำเนินการตรวจสอบข้อมูลภายในอย่างละเอียดแล้ว และขอยืนยันว่าบริษัท Tawan-Oil Trading ไม่เคยมีบัญชีเงินฝาก ไม่เคยมีบัญชีอื่นที่ปิดไปแล้ว และไม่มีความสัมพันธ์ทางธุรกิจหรือการทำธุรกรรมใดๆ กับธนาคารไทยพาณิชย์ตามที่กล่าวอ้างแต่อย่างใด
ทั้งนี้ ธนาคารได้แจ้งข้อเท็จจริงดังกล่าวต่อธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ด้วยวาจาแล้ว พร้อมเน้นย้ำว่าธนาคารยึดมั่นในการดำเนินธุรกิจตามหลักธรรมาภิบาล และปฏิบัติตามกฎหมาย กฎเกณฑ์ มาตรการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ตลอดจนมาตรการคว่ำบาตรอย่างเคร่งครัด
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

