ภัยเงียบตึกเก่า! กันสาดคอนกรีตทรุดถล่มซ้ำซากย่านดินแดง ศ.ดร.อมร ชี้ 5 ปัจจัยมรณะ

ระทึกกลางกรุง! กันสาดปูนอาคารพาณิชย์เกือบ 60 ปี ซอยประชาสงเคราะห์ พังทลายปิดทางเข้าออก 3 คูหา นายกสมาคมวิศวกรโครงสร้างฯ เตือนภัยภัยเงียบ ‘อาคารเก่าถล่มซ้ำซาก’ ชี้ 5 ปัจจัยเสี่ยง พร้อมเปิดวิธีสังเกตรอยร้าวอันตราย
กลายเป็นปัญหาภัยเงียบที่สร้างความตื่นตระหนกและเกิดขึ้นซ้ำซากในเขตเมืองใหญ่อีกครั้ง จากเหตุการณ์ระทึกขวัญกรณีกันสาดคอนกรีตของอาคารพาณิชย์เก่าแก่อายุเกือบ 60 ปี ภายในซอยประชาสงเคราะห์ เขตดินแดง เกิดการทรุดตัวและพังถล่มลงมาปิดกั้นทางเข้า-ออกอาคารพาณิชย์ถึง 3 คูหา โชคดีที่ไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าว แต่ก็สร้างความหวั่นวิตกให้แก่ผู้อยู่อาศัยและประชาชนผู้สัญจรไปมาอย่างมาก
จากเหตุการณ์ดังกล่าว ศ.ดร.อมร พิมานมาศ นายกสมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทย และอาจารย์ประจำคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้ออกมาให้ความรู้และวิเคราะห์ถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมเตือนภัยว่าปัญหาการพังถล่มของกันสาดอาคารเก่าในพื้นที่กรุงเทพฯ เป็นภัยใกล้ตัวที่เกิดขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง โดยก่อนหน้านี้เคยเกิดเหตุการณ์สลดมาแล้วหลายครั้ง อาทิ เหตุการณ์กันสาดอาคารเก่าอายุกว่า 100 ปี พังถล่มบริเวณปากซอยสำราญราษฎร์ เขตพระนคร เมื่อปี 2568 และเหตุการณ์กันสาดปูนอาคารเก่าอายุกว่า 90 ปี ถล่มบริเวณแยกหมอมี ถนนพระราม 4 เมื่อเดือนมิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา ซึ่งส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตถึง 1 ราย
แม้ในเบื้องต้นจะยังไม่สามารถสรุปสาเหตุที่แน่ชัดของเหตุการณ์ที่ซอยประชาสงเคราะห์ได้ แต่ ศ.ดร.อมร ได้ชี้ให้เห็นว่า ปัจจัยหลักที่ทำให้โครงสร้างกันสาดอาคารเก่าเกิดการพังถล่มมักจะมีลักษณะคล้ายคลึงกัน โดยมี 5 ปัจจัยสำคัญทางวิศวกรรมประกอบด้วย 1.ลักษณะโครงสร้างที่เป็นโครงสร้างยื่น (Cantilever) : ตัวกันสาดมีจุดรองรับเพียงฝั่งเดียว ทำให้มีความเสี่ยงที่จะร่วงหลุดได้ง่าย เนื่องจากความแข็งแรงทั้งหมดขึ้นอยู่กับจุดยึดด้านเดียว
ต่อมา 2.การเสื่อมสภาพของอาคารเก่า : โครงสร้างคอนกรีตสมัยก่อนมีความพรุนสูง ทำให้ความชื้นซึมผ่านเข้าไปถึงเหล็กเสริมภายใน ส่งผลให้เหล็กเกิดสนิมและคอนกรีตสูญเสียกำลังรับน้ำหนัก 3.การสัมผัสสภาพอากาศโดยตรง : กันสาดเป็นโครงสร้างภายนอกที่ต้องเผชิญหน้ากับฝน แสงแดด และความชื้นสะสมทุกปี ซึ่งเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาการเสื่อมสภาพของวัสดุ 4.ลักษณะการยึดต่อที่ไม่มั่นคงแข็งแรง : แผ่นกันสาดบางแห่งอาจเป็นเพียงการแปะติดกับผนังด้านนอก แทนที่จะมีพื้นคอนกรีตต่อเนื่องจากด้านในอาคาร ซึ่งความแข็งแรงจะแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง และ 5.ลักษณะการยึดต่อที่ไม่มั่นคงแข็งแรง : แผ่นกันสาดบางแห่งอาจเป็นเพียงการแปะติดกับผนังด้านนอก แทนที่จะมีพื้นคอนกรีตต่อเนื่องจากด้านในอาคาร ซึ่งความแข็งแรงจะแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
ศ.ดร.อมร ได้กล่าวเตือนเสริมด้วยความห่วงใยว่า โดยธรรมชาติแล้วโครงสร้างคอนกรีตทุกประเภทจะมีอายุการใช้งานที่จำกัด หากอาคารมีอายุเกินกว่า 60-70 ปีขึ้นไป ความเสี่ยงต่อการเสื่อมสภาพและหลุดร่วงจะเพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก ดังนั้น ในเบื้องต้นเจ้าของอาคารพาณิชย์และอาคารเก่าทั่วประเทศ จะต้องตื่นตัวในการตรวจสอบสภาพอาคารของตนเองอย่างสม่ำเสมอ และทำการบำรุงรักษาให้อยู่ในสภาพที่ปลอดภัยพร้อมใช้งานอยู่เสมอ
ผู้เป็นเจ้าของอาคารสามารถสังเกตสัญญาณอันตรายเบื้องต้นได้ด้วยตนเอง โดยให้มองหา ‘รอยร้าวที่เกิดขึ้นเป็นแนวยาวตลอดแนวกันสาด’ รวมถึง ‘สัญญาณการเกิดสนิมเหล็ก’ ที่ดันตัวออกมาจนคอนกรีตปริแตก หากพบลักษณะดังกล่าว แสดงว่ากันสาดมีความเสี่ยงสูงมากที่จะหักถล่มลงมา เจ้าของอาคารจะต้องรีบประสานงานและแจ้งวิศวกรผู้เชี่ยวชาญให้เข้าทำการตรวจสอบโครงสร้างโดยด่วน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สิน
‘โครงสร้างคอนกรีตเมื่อมีอายุเกิน 60-70 ปี ย่อมมีความเสื่อมสภาพเป็นธรรมดา เจ้าของอาคารต้องหมั่นสังเกตสัญญาณเตือน เช่น รอยร้าวยาวตลอดแนวหรือคราบสนิมเหล็ก หากพบความผิดปกติเหล่านี้ต้องรีบให้วิศวกรเข้าตรวจสอบทันที ในขณะเดียวกัน หน่วยงานท้องถิ่นอย่าง กทม. ก็ควรส่งเจ้าหน้าที่นายช่างหรือนายตรวจโยธาออกสํารวจอาคารเก่าเป็นระยะ พร้อมให้คำแนะนำแก่ประชาชนในการปรับปรุงแก้ไขให้แข็งแรงปลอดภัย’ ศ.ดร.อมร พิมานมาศ กล่าวเน้นย้ำ
นอกจากภาคส่วนของเจ้าของอาคารแล้ว ศ.ดร.อมร ยังได้ฝากข้อเสนอแนะถึงหน่วยงานท้องถิ่นที่มีหน้าที่กำกับดูแลการใช้อาคารให้มีความปลอดภัย เช่น กรุงเทพมหานคร (กทม.) ควรมีบทบาทเชิงรุกในการส่งเจ้าหน้าที่ เช่น นายช่างหรือนายตรวจโยธา ลงพื้นที่เข้าตรวจสอบอาคารเก่าในเขตรับผิดชอบอย่างเป็นระบบและสม่ำเสมอ พร้อมทั้งให้คำแนะนำและช่วยเหลือเจ้าของอาคารในการปรับปรุงซ่อมแซมโครงสร้างให้มีความมั่นคงแข็งแรง เพื่อตัดไฟแต่ต้นลมและป้องกันไม่ให้เกิดโศกนาฏกรรมซ้ำรอยขึ้นอีกในอนาคต







