คุณนายแม่ปุ๊กกี้ บุกคำชะโนด! จี้สอบเงินมูลนิธิร้อยล้าน เคลียร์ศึกแย่งที่ขายบายศรี

"คุณนายแม่ปุ๊กกี้" บุกคำชะโนด ตรวจสอบปมเงินมูลนิธิฯ พร้อมเคลียร์ศึกแย่งพื้นที่ขายพานบายศรี วอนผู้ใหญ่เร่งแก้ปัญหาก่อนแตกแยก ไร้นายอำเภอแจงเรื่องเงินมูลนิธิ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่คำชะโนด บ้านโนนเมือง หมู่ 11 ตำบลบ้านม่วง อำเภอบ้านดุง จังหวัดอุดรธานี นางชฎาภรณ์ พงศ์ทองเมือง "คุณนายแม่ปุ๊กกี้" ที่ปรึกษามูลนิธิรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคมพร้อมด้วยทีมงาน ได้เดินทางลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีความโปร่งใสเรื่องการบริหารจัดการเงินของมูลนิธิคำชะโนด รวมถึงปัญหาความขัดแย้งระหว่างชาวบ้านในพื้นที่เรื่องการจัดสรรจุดจำหน่ายพานบายศรีบริเวณหน้าทางเข้าเกาะคำชะโนด
การลงพื้นที่ครั้งนี้ คุณนายแม่ปุ๊กกี้ได้เข้าไปตรวจสอบบริเวณที่มีการตัดโค่นต้นมะม่วงจำนวน 5 ต้น ซึ่งเป็นพื้นที่สาธารณะและเป็นจุดเริ่มต้นของความขัดแย้ง โดยตั้งข้อสังเกตถึงความถูกต้องในการตัดต้นไม้ในที่สาธารณะ พร้อมทั้งระบุว่าจะตรวจสอบเส้นทางการเงินของมูลนิธิคำชะโนดอย่างละเอียด ทั้งนี้ ได้มีการประสานเพื่อขอพบนายอำเภอบ้านดุงเพื่อสอบถามข้อเท็จจริง แต่ในเบื้องต้นนายอำเภอยังติดภารกิจต้อนรับคณะครม.ที่เดินทางมา จ.อุดรธานี
นายสมหวัง โมรา ตัวแทนชาวบ้านกลุ่มพานบายศรีกลุ่มเก่า บอกว่า การลักลอบตัดต้นไม้ ซึ่งเป็นต้นมะม่วงเกิดขึ้นเมื่อคืนวันที่ 5 ต.ค.69 ที่ผ่านมา มีชาวบ้านตัดออกข้างๆ สถานที่พานบายศรีหน้าเกาะคำชะโนด เพื่อจะทำสถานที่ขายพานบายศรีของชาวบ้านบ้านโนนเมืองอีกกลุ่ม ยอมรับที่ผ่านมาการรวมกลุ่มยังมีปัญหากันอยู่ จนต้องไปแจ้งความที่ สภ.ดงเย็น เพื่อให้ดำเนินคดีกับคนที่ตัดต้นไม้ในที่สาธารณะ ส่วนเรื่องเงินของมูลนิธิคำชะโนด เราก็อยากให้ตรวจสอบว่า ใช้จ่ายโปร่งใสหรือไม่อย่างไร เพราะที่ผ่านมาหลายสิบปีไม่มีการชี้แจงเรื่องการใช้เงิน และเชื่อว่าหลายปีมานี้มีเงินเป็นร้อยล้านก็เป็นได้ ส่วนจะถึงหรือไม่ก็อยากให้ทางคณะกรรมการมูลนิธิคำชะโนดมาชี้แจงด้วย
ด้าน น.ส.นันทนา แสนสุข ชาวบ้านกลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านโนนเมือง (กลุ่มเก่า) เปิดเผยทั้งน้ำตาว่า ปัญหาความขัดแย้งที่เกิดขึ้นมาจากการจัดระเบียบสถานที่ขายพานบายศรี ระหว่างกลุ่มผู้ค้ากลุ่มเดิมกับกลุ่มใหม่ที่จัดตั้งขึ้น แม้ก่อนหน้านี้จะมีการเจรจาตกลงกันแล้วแต่ยังหาข้อยุติไม่ได้ กระทั่งเกิดกรณีการตัดต้นมะม่วง 5 ต้น บริเวณข้างจุดจำหน่ายของกลุ่มชาวบ้านกลุ่มใหม่ จนลุกลามกลายเป็นการกระทบกระทั่งและมีปากเสียงกัน ซึ่งชาวบ้านในพื้นที่ต่างรู้สึกสะเทือนใจ ไม่อยากให้เกิดความแตกแยก และอยากให้คนในชุมชนกลับมารักใคร่สามัคคีกัน จึงอยากวิงวอนให้หน่วยงานราชการและผู้หลักผู้ใหญ่ในจังหวัดเข้ามาช่วยไกล่เกลี่ยและแก้ปัญหาอย่างเป็นธรรมโดยเร็ว น.ส.นันทนา กล่าวทั้งน้ำตา
ข่าวที่เกี่ยวข้อง










