เปิดเส้นทางชีวิต ดร.อับดุล เอล-ซาเยด อดีตนายแพทย์ระบาดวิทยา ดีกรีนักเรียนทุนโรดส์ สว.มุสลิมคนแรกในประวัติศาสตร์สหรัฐฯ

5 พฤศจิกายา 2569 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า สร้างประวัติศาสตร์การเมืองสหรัฐฯ อีกครั้ง เมื่อ 'ดร.อับดุล เอล-ซาเยด' (Dr.Abdul El-Sayed) แพทย์และนักการเมืองสายก้าวหน้า วัย 42 ปี คว้าชัยชนะในการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาสหรัฐฯ จากรัฐมิชิแกน หลังเอาชนะ ไมค์ โรเจอร์ส (Mike Rogers) ผู้สมัครจากพรรครีพับลิกัน ส่งผลให้เขากลายเป็นวุฒิสมาชิกมุสลิมคนแรกในประวัติศาสตร์ของสหรัฐฯ โดยเขาได้กล่าวขอบคุณประชาชนที่เปิดโอกาสให้ผู้สมัครที่หลายคนไม่คาดคิดว่าจะคว้าชัย ได้เข้ามาทำหน้าที่เป็นตัวแทนของพวกเขา พร้อมยกเครดิตให้กับการเคลื่อนไหวหาเสียงตลอด 1 ปีครึ่ง ทั้งในเมืองใหญ่และชุมชนขนาดเล็กทั่วรัฐมิชิแกน
ต่อมาชื่อของเขาก็เป็นที่พูดถึงในโซเชียลทั่วโลกอย่างมาก โดย ดร.อับดุล เอล-ซาเยด (Dr.Abdul El-Sayed) วัย 42 ปี อดีตนายแพทย์ระบาดวิทยาและนักการเมืองสายก้าวหน้า (Progressive) จากพรรคเดโมแครต เขาเกิดเมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 1984 ในรัฐมิชิแกน เติบโตมาในครอบครัวของผู้อพยพชาวอียิปต์

สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีด้านชีววิทยาและรัฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยมิชิแกน (University of Michigan) ด้วยเกียรตินิยมยอดเยี่ยม ก่อนได้รับคัดเลือกเป็นนักเรียนทุนโรดส์ (Rhodes Scholar) ไปสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอกด้านสาธารณสุขศาสตร์จากมหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด ประเทศอังกฤษ ควบคู่กับการคว้าปริญญาแพทยศาสตรบัณฑิต (M.D.) จากมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย และเริ่มอาชีพด้วยการเป็นอาจารย์ประจำภาควิชาระบาดวิทยา
ในปี 2015 ขณะมีอายุเพียง 30 ปี ดร.อับดุล เอล-ซาเยด ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักสาธารณสุขเมืองดีทรอยต์ ทำให้เขากลายเป็นผู้บริหารด้านสาธารณสุขที่อายุน้อยที่สุดในบรรดาเมืองใหญ่ของสหรัฐฯ โดยมีผลงานโดดเด่นในการฟื้นฟูระบบสาธารณสุขของเมืองที่ล้มละลาย การเดินหน้าต่อสู้เพื่อลดมลพิษจากโรงกลั่นน้ำมัน และการตรวจคัดกรองสารตะกั่วในน้ำดื่มของโรงเรียนช่วงวิกฤตน้ำปนเปื้อนที่เมืองฟลินต์

ต่อมาในปี 2023 เขาเข้ารับตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายบริการสุขภาพ มนุษย์ และทหารผ่านศึกของเขตเวย์นเคาน์ตี (Wayne County) และได้ผลักดันโครงการปลดหนี้ค่ารักษาพยาบาลให้แก่ผู้มีรายได้น้อยไปแล้วหลายสิบล้านดอลลาร์
การเลือกตั้งกลางเทอม 2026 ดร.อับดุล เอล-ซาเยด ตัดสินใจลงชิงเก้าอี้ สว. รัฐมิชิแกน เพื่อสืบทอดตำแหน่งต่อจาก แกรี ปีเตอร์ส สว. เดโมแครตที่ก้าวลงจากตำแหน่ง โดยเขาหักปากกาเซียนล้มตัวเต็งสายดั้งเดิมในพรรคตั้งแต่รอบไพรมารี แม้กลุ่มล็อบบี้โปรอิสราเอล (AIPAC) จะทุ่มเงินมากกว่า 30 ล้านดอลลาร์เพื่อสกัดเขาก็ตาม

โดยในสนามเลือกตั้งทั่วไป เขาต้องเผชิญกับคลื่นการโจมตีเชิงเกลียดกลัวศาสนาอิสลาม อย่างหนักหน่วง โดยเฉพาะจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่กล่าวหาว่าเขาเป็น "คอมมิวนิสต์" และใส่ร้ายว่าเป็น "ญิฮาด" สมาชิกกลุ่มภราดรภาพมุสลิม
แต่ ดร.อับดุล เอล-ซาเยด กลับใช้ความนิ่งสยบความเคลื่อนไหว โดยตอกกลับว่าคู่แข่งเลือกใช้ความแตกแยกมากลบเกลื่อนความล้มเหลวในการแก้ปัญหาราคาน้ำมันและของแพง พร้อมเดินหน้าชูนโยบายประกันสุขภาพถ้วนหน้า และเรียกร้องให้นำเงินภาษีกลับมาพัฒนาโรงเรียนและโครงสร้างพื้นฐาน แทนที่จะส่งไปทำสงครามต่างแดน

ด้านคู่แข่งที่ ดร.อับดุล เอล-ซาเยด โค่นมาได้ อย่าง ไมค์ โรเจอร์ส อดีต สส. คนสนิทของทรัมป์ ได้โจมตีว่าจุดยืนของ ดร.เอล-ซาเยด ซ้ายจัดเกินไป แม้ในช่วงท้ายเขาจะพยายามตีตัวออกห่างจากนโยบายกำแพงภาษีและสงครามอิหร่านของทรัมป์ แต่ก็ไม่สามารถพลิกสถานการณ์ได้ ส่งผลให้ ดร.อับดุล เอล-ซาเยด คว้าชัยชนะครั้งประวัติศาสตร์ ทลายกำแพงอคติและก้าวขึ้นสู่สภาสูงอย่างสมภาคภูมิ

ซึ่งชัยชนะของ ดร.อับดุล เอล-ซาเยด ในรัฐสมรภูมิชี้ขาด อย่างมิชิแกน เกิดขึ้นหลังการขับเคี่ยวกันอย่างดุเดือด โดยเขาได้ขึ้นเวทีประกาศชัยชนะ ณ ที่ทำการใหญ่พรรคเดโมแครตในเมืองดีทรอยต์ ท่ามกลางเสียงเชียร์กึกก้อง โดยเขากล่าวขอบคุณประชาชนทุกชุมชน ทุกโบสถ์ และสุเหร่า ที่ให้โอกาสและเปิดรับผู้สมัครที่ไม่น่าจะเป็นไปได้อย่างเขา พร้อมลั่นวาจาตอกกลับฝ่ายตรงข้ามที่พยายามใช้ประเด็นทางศาสนาและเชื้อชาติมาโจมตี พวกเขาต้องการอเมริกาที่แคบเกินไปสำหรับพวกเราบางคน แต่เรารู้ดีว่าอเมริกากว้างใหญ่เพียงพอสำหรับพวกเราทุกคน
ชัยชนะครั้งนี้ของเขาส่งผลให้เขากลายเป็น "สมาชิกวุฒิสภาชาวมุสลิมคนแรก" ในประวัติศาสตร์ของสหรัฐอเมริกา และเป็นหมุดหมายสำคัญในการช่วยพรรคเดโมแครตทวงคืนเสียงข้างมากในสภาสูงอีกด้วย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

