'ทนายธรรมราช' ลั่น 'คนตื่นธรรม' รายต่อไป! เปิดที่ตั้งบริษัท-มูลนิธิฯ กังขาการดำเนินงาน หวั่นเงินบริจาคเอื้อประโยชน์ธุรกิจ

จากกรณีที่กระแสสังคมกำลังจับตามองอย่างใกล้ชิดเกี่ยวกับเงินบริจาคและสิ่งของมูลนิธิองค์กรทำดีของ บุ๋ม ปนัดดา และสามี ก๊อต อธิป จนกลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก
ล่าสุดวันนี้ 6 พฤศจิกายน 2569 นายธรรมราช สาระปัญญา หรือ ทนายธรรมราช โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ทนายธรรมราช The lawyer of legality ตั้งข้อสังเกตและเปิดข้อมูลการจดทะเบียนบริษัทรวมถึงมูลนิธิของ อาจารย์เบียร์ คนตื่นธรรม โดยตั้งคำถามถึงความโปร่งใสในการดำเนินงานระหว่างธุรกิจส่วนตัวกับมูลนิธิฯ ด้วยข้อความทั้งหมดว่า "#บริษัทคนตื่นธรรมจำกัด จดทะเบียน 6 มกราคม 2568

52 ซอยเลียบวารี 3 แขวงกระทุ่มราย เขตหนองจอก กรุงเทพมหานคร 10530 #ธุรกิจ ทำการประมูลเพื่อขายสินค้าตามวัตถุที่ประสงค์ให้แก่บุคคล คณะบุคคล นิติบุคคล ส่วนราชการ และองค์การของรัฐ ทั้งภายในและภายนอกประเทศ
#บริษัททุบให้ตื่นจำกัด จดทะเบียน 12 พฤษภาคม 2569
ตั้งอยู่ที่เลขที่ 18 ซอย เลียบวารี 3 แขวงกระทุ่มราย เขตหนองจอก กรุงเทพมหานคร #ธุรกิจ ประกอบกิจการรับรีวิวสินค้าอุปโภค บริโภค งานอินฟลูเอนเซอร์ (INFLUENCER)
#มูลนิธิคนตื่นธรรม ประกาศราชกิจจานุเบกษา 26 พฤษภาคม 2569 ตั้งอยู่ที่เลขที่ 18 ซอย เลียบวารี 3 แขวงกระทุ่มราย เขตหนองจอก กรุงเทพมหานคร 10530
นายเบียร์ดำเนินกิจกรรม ดำเนินกิจการ ทั้งในส่วนของธุรกิจ และส่วนของมูลนิธิขับ เคลื่อนพูดคุยชวนคนร่วมบริจาคและขายของไปพร้อมๆกันจนกันแยกไม่ออกว่าการกระทำครั้งไหนทำในนามมูลนิธิฯ หรือกำลังประกอบธุรกิจ
#ที่ทำการบริษัทกับที่ทำการมูลนิธิก็อยู่เป็นที่เดียวกัน ก็เลยอยากจะตั้งคำถามว่า ที่กำลังจะเอาเงินบริจาคของมูลนิธิไปซื้อที่สร้างอาคารสถานปฏิบัติธรรม ซึ่งตรวจสอบแล้วไม่ได้เขียนไว้ในวัตถุประสงค์ของมูลนิธิให้ชัดแจ้ง อยากจะถามว่ากำลังจะใช้เงินบริจาคของประชาชนไปซื้อที่ดินสร้างอาคารสถานปฏิบัติธรรมเพื่อขยายกิจการของมูลนิธิ และกำลังจะใช้อาคารของมูลนิธินี้ในการดำเนินกิจการของบริษัทของตนเองแพ็คของส่งลูกค้าด้วยใช่หรือไม่?
เงินที่รับบริจาคในช่วงน้ำท่วมปัจจุบันยังไม่ถูกนำออกไปใช้ให้ตรงตามเจตนาของผู้บริจาคแต่กลับประกาศโดยชัดแจ้งว่าจะนำเงินจำนวนดังกล่าวไปซื้อที่ดินสร้างสถานปฏิบัติธรรม
การดำเนินกิจกรรมของมูลนิธิกับบริษัทของนายเบียร์แทบจะแยกกันไม่ออกว่าอันไหนคือทำในส่วนของมูลนิธิอันไหนคือทำในกิจการส่วนตัว ผลประโยชน์ส่วนไหนคือของมูลนิธิผลประโยชน์ส่วนไหนคือของบริษัท แม้จะแยกบัญชีรับเงิน แต่สถานที่กลับใช้ที่ตั้งที่เดียวกัน อีกบริษัทนึงคนตื่นธรรมแม้จะคนละบ้านเลขที่แต่เท่าที่สังเกตดูก็น่าจะอยู่ในบริเวณพื้นที่เดียวกัน
ด้วยเหตุนี้ผมจึงตั้งคำถามว่านายเบียร์กำลังจะใช้เงินบริจาคของมูลนิธิไปซื้อที่ดินตั้งอาคารสถานปฏิบัติธรรม และจะใช้สถานที่ตรงนี้ให้บริษัทของตนเข้าไปใช้ประโยชน์เพื่อขยายกิจการด้วยใช่หรือไม่?"


กระทั่งในเวลาต่อมา ทนายธรรมราช ยังได้เข้าไปคอเมมนต์แสดงความคิดเห็นใต้โพสต์ของตนเองเพิ่มเติมว่า "โมเดลธุรกิจแบบใหม่ ใช้มูลนิธิสร้าง content ทำความดี เพิ่มมูลค่าการตลาดให้กับธุรกิจส่วนตัว ตั้งชื่อให้เหมือนกัน ใช้ที่ทำการเดียวกัน พนักงานหรือจิตอาสาก็แยกไม่ออก พอได้เงินบริจาคก็จะเอาไปซื้อที่ดินอ้างว่าตั้งสถานปฏิบัติธรรม ก็เลยอยากจะถามว่าจะสร้างสถานปฏิบัติธรรมหรือสร้างโกดังแพ็คของกันแน่"

ไม่นานหลังจากโพสต์ของ ทนายธรรมราช เผยแพร่ลงมาบนโลกออนไลน์ได้ไม่นาน ชาวเน็ตต่างก็เข้ามาคอมเมนต์แสดงความคิดเห็นกัน เช่น
"ข้อมูลน้อยจังครับ ผมเปิดกูเกิ้ลก็เจอแบบนี้"
"รอชม ใครจะแหก"
"สาดไปๆๆๆ"
"นี่แค่ตั้งคำถามนะจ๊ะเบาๆ1ดอกแอบสะดุ้ง"
"เค้าตื่นธรรม และ คุณตื่นยังจ๊ะ"
"รอดูอยู่ครับ ทำให้ดูหน่อย"
"รอชม"
"จัดหนัก"
"ชัดเจนเลย"


ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก เฟซบุ๊ก ทนายธรรมราช The lawyer of legality.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

