เปิดร้านเสริมสวยบังหน้า บุกรวบแก๊งจัดหาบัญชีม้าแม่สอดส่งสแกมเมอร์ ยึดมือถือผูกแอป 40 เครื่อง

ตร.ไซเบอร์ บุกค้นฐานรับซื้อบัญชีม้ารายใหญ่กลางแม่สอด รวบยกแก๊ง ยึดมือถือผูกบัญชีกว่า 40 เครื่อง พร้อมยานรก
พล.ต.ท.ทินกร รังมาตย์ ผบช.สอท. ส่งตำรวจไซเบอร์บุกตรวจค้นอาคารพาณิชย์ในพื้นที่แม่สอด จ.ตาก พอเห็นตำรวจวิ่งหนีเข้าตึกล๊อกประตูทิ้งเพื่อนเผชิญชะตากรรมลำพัง สุดท้ายไม่รอดบุกเข้ารวบได้ทั้ง 3 ราย ตรวจยึดโทรศัพท์ติดตั้งแอปผูกบัญชีม้ากว่า 40 เครื่อง พร้อมยาบ้า พบเป็นรายใหญ่รับจัดหาบัญชีม้าส่งสแกมเมอร์ให้ราคาสูงลิ่ว
ทั้งนี้ เนื่องจาก พล.ต.ต.กฤตัชญ์ บำรุงรัตนยศ ผบก.สอท.4 จึงสั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัดร่วมกันขับเคลื่อนและสืบสวนตามนโยบายดังกล่าว ต่อมา พ.ต.อ.อนุชา ศรีสำโรง ผกก.2 บก.สอท.4 ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัดสืบสวนขยายผลจากการจับกุมผู้ต้องหาบัญชีม้าคดีหนึ่ง โดยพบเบาะแสเชื่อมโยงมายังอาคารพาณิชย์ 2 ชั้น แห่งหนึ่ง ในพื้นที่ ถ.บ้านทุ่ง ต.แม่สอด อ.แม่สอด จ.ตาก เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้แฝงตัวลงพื้นที่เพื่อเฝ้าสังเกตการณ์
จากการตรวจสอบ พบว่าห้องหนึ่งของอาคารดังกล่าวมีการติดสติ๊กเกอร์ว่าเป็นร้านเสริมสวยและรับทำเล็บ มักมีกลุ่มบุคคลประมาณ 4-5 คน ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันเข้าออกภายในอาคารดังกล่าวในลักษณะผิดปกติวิสัย โดยที่ไม่ได้เปิดให้บริการเสริมสวยหรือทำเล็บจริง และไม่มีการใช้ชีวิตปกติเหมือนประชาชนทั่วไป รวมทั้งจากการตรวจสอบพยานหลักฐานอื่นๆ พบว่ามีบุคคลพักอาศัยหรือทำกิจกรรมน่าสงสัยภายในห้องตลอด 24 ชั่วโมง
จึงเชื่อว่าห้องดังกล่าวถูกใช้เป็นฐานปฏิบัติการในการลักลอบกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติหมายค้นจากศาลเพื่อเข้าตรวจค้นห้องพักของอาคารดังกล่าว เมื่อวันที่ 7 พ.ย.69 เวลาประมาณ 11.00 น. พ.ต.อ.อนุชา ศรีสำโรง ผกก.2 บก.สอท.4 พร้อมด้วย พ.ต.ท.วีระพล กันธวงศ์ รอง ผกก.2 บก.สอท.4, พ.ต.ท.เอนก ถิ่นนคร รอง ผกก.2 บก.สอท.4, และ พ.ต.ต.จิรัฐฏ์ จันเย็น สว. กก.2 บก.สอท.4 ได้ร่วมกันนำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัด พร้อมหมายค้นศาลจังหวัดแม่สอดที่ 224/2569 ลงวันที่ 6พ.ย.2569 เข้าตรวจค้นห้องพักของอาคารดังกล่าว
ซึ่งระหว่างที่เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังจะเข้าตรวจค้น พบนายฐิติวัจน์ อายุ 42 ปี (ทราบชื่อภายหลัง), นายธนวรรธน์ อายุ 31 ปี (ทราบชื่อภายหลัง) และ นายศตวรรษ อายุ 35 ปี (ทราบชื่อภายหลัง) ยืนพูดคุยกันอยู่บริเวณด้านหน้าอาคารดังกล่าว เมื่อเห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้วิ่งหลบหนีเข้าไปภายในอาคารอย่างรวดเร็วพร้อมกับล็อกประตู ทิ้งนายฐิติวัจน์ ไว้ด้านนอก เนื่อง จากวิ่งหลบหนีเข้าไปไม่ทัน เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ควบคุมตัวไว้เบื้องต้น จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงอาศัยอำนาจตามกฎหมายใช้กำลังจนสามารถเปิดประตูได้ จึงได้เข้าไปควบคุมตัว นายธนวรรธน์ และ นายศตวรรษ พร้อมแสดงหมายค้นตามกระบวนการกฎหมาย และทำการตรวจค้น
จากการตรวจค้น สามารถตรวจยึดของกลาง ดังนี้
1. โทรศัพท์มือถือ จำนวน 40 เครื่อง (ทุกเครื่องได้ถูกติดตั้งแอปพลิเคชันธนาคารผูกกับบัญชีม้าไว้แล้วพร้อมใช้งาน)
2. สมุดบันทึก จำนวน 7 เล่ม
3. ยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (ยาบ้า) จำนวน 20 เม็ด (ตรวจค้นเจอจากกระเป๋าของ นายฐิติวัจน์)
4. โทรศัพท์มือถือส่วนตัวของผู้ต้องหา จำนวน 4 เครื่อง
5. บุหรี่ไฟฟ้า จำนวน 1 อัน
จากการสอบถามเบื้องต้น ผู้ต้องหาทั้งหมดยอมรับว่า พวกตนได้ร่วมกันจัดหาคนมาเปิดบัญชีม้า พร้อมติดตั้งแอปพลิเคชันธนาคารที่ผูกบัญชีลงในมือถือทั้ง 40 เครื่อง โดยจะลงรายละเอียดของแต่ละคนกำกับไว้ เช่น ชื่อ-สกุล, รหัสแอปพลิเคชันธนาคาร, อีเมล และหมายเลขโทรศัพท์
ในส่วนของค่าตอบแทนในการจัดหาบัญชีม้าและติดตั้งแอปพลิเคชันพร้อมใช้งานนั้น นายฐิติวัจน์ รับว่าตนเองได้รับค่าจ้าง จำนวน 3,000 บาทต่อเครื่อง ส่วนนายธนวรรธน์ และ นายศตวรรษ ได้ค่าจ้าง จำนวน 2,000 บาทต่อเครื่อง ส่วนผู้ที่สมัครใจมาเปิดบัญชีม้าจะได้รับค่าตอบ แทนสูงถึง 8,000 - 10,000 บาทต่อคนต่อบัญชี โดยทำกันมาประมาณ 1 ปี และใช้อาคารที่เกิดเหตุเป็นสถานที่ทำงาน ซึ่งเมื่อพวกตนได้โทรศัพท์ที่พร้อมใช้งานแล้ว นายฐิติวัจน์ ก็จะเป็นผู้นำไปส่งให้แก่ผู้รับที่เป็นเครือข่ายสแกมเมอร์หรือเว็บไซต์พนันออนไลน์ตามสถานที่ต่างๆแล้วแต่ตกลงกันเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงดำเนินคดีในห้อหา “ร่วมกันเป็นธุระจัดหา โฆษณาหรือไขข่าวโดยประการใดๆเพื่อให้มีการซื้อ ขาย ให้เช่า หรือให้ยืม บัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็ก ทรอนิกส์ หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อใช้ในการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีหรือความผิดอาญาอื่นใด”
พร้อมกันนี้ นายฐิติวัจน์ โดนแจ้งข้อกล่าวหา“มียาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 ไว้ในความครอบครองโดยผิดกฎหมาย”เพิ่มเติมและ นายศตวรรษ โดนแจ้งข้อกล่าวหา“ช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย ซื้อ รับจำนำ หรือรับไว้ซึ่งของที่รู้ว่าเป็นสินค้าหนีภาษี ยังไม่ได้ผ่านพิธีการศุลกา กรโดยถูกต้อง”เพิ่มเติมด้วย
โดยขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบพยานหลักฐานที่ตรวจยึดได้และสืบสวนขยายผล เพื่อหาข้อมูลเชื่อมโยงไปยังนายทุนและเครือข่ายที่มารับบัญชีม้า รวมทั้งผู้ที่รับจ้างเปิดบัญชีม้าดังกล่าว เพื่อดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติมต่อไป.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

