หาช่องสาวถึงตัวเป้ง! ปชป.เดินเกมสางโกงสอบท้องถิ่น อภิสิทธิ์เผยชงยื่น ป.ป.ช.พรุ่งนี้ ขอออกมาตรการกันเป็นพยานในคดี

หาช่องสาวถึงตัวเป้ง! "ปชป."เดิมเกมสาง"โกงสอบท้องถิ่น" "อภิสิทธิ์"เผยชงยื่น ป.ป.ช.พรุ่งนี้ ขอออกมาตรการกันเป็นพยานในคดี ให้ข้อมูลสำคัญ-เป็นประโยชน์ พร้อมเป็นตัวกลางประสานนำบุคคลไปให้ข้อมูล ยันไม่ใช่การเปิดช่องคนเอี่ยวพ้นผิด แต่ต้องการสาวถึง"ผู้มีอำนาจตัวจริง" หัวเราะลั่นเป็นไปไม่ได้ จะเป็นเรื่องของระดับเล็ก
23 สิงหาคม 2569 ที่พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงการเตรียมยื่นต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อขอให้มีการเอาผิดการทุจริตการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการและพนักงานส่วนท้องถิ่น ปี 2568 ว่า เป็นเรื่องที่ปรากฏต่อสาธารณะมาระยะหนึ่งแล้ว รัฐบาลมีการตั้งคณะกรรมการหลายชุด รวมไปจนถึงการส่งเรื่องนี้ให้ ป.ป.ช.ทาง ป.ป.ช.ก็มีการแถลงความคืบหน้าบางส่วน สำหรับพรรคประชาธิปัตย์ ข้อกังวลขณะนี้คือเรื่องนี้เป็นขบวนการใหญ่ ผู้บงการมีอำนาจ และเครือข่าย ทำให้มีความกังวลว่าจะสาวไปถึงคนเหล่านั้นได้จริงหรือไม่ จะมีการตัดตอนเพื่อไม่ให้กระทบกระเทือนผู้มีอำนาจหรือไม่ ซึ่งผู้ที่เกี่ยวข้องข้องกับเรื่องนี้ คือผู้ที่อยู่ในส่วนของการกระทำความผิด ทั้งในฐานะผู้จ่ายเงิน ผู้ถูกชักชวนให้จ่ายเงิน จะมีข้อมูลสำคัญ และอยากให้ข้อมูลข้อเท็จจริง เพื่อนำไปสู่การขยายผล และสาวไปถึงผู้บงการที่แท้จริง แต่บุคคลเหล่านี้ก็กังวลว่าหากมาให้ข้อมูลดังกล่าว ตัวเองจะถูกดำเนินคดีด้วยหรือไม่ พรรคประชาธิปัตย์จึงเห็นว่า ตามกฎหมาย ป.ป.ช.มาตรา135 มีบทกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการกันบุคคลไว้เป็นพยาน หลักคือ เมื่อใครที่ทำความผิด แต่ไม่ใช่ตัวการสำคัญ เมื่อมาให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ต่อการไต่สวน หรือการดำเนินคดี และสาวไปถึงตัวการสำคัญ ป.ป.ช.จะกันออกมาเป็นพยาน โดยไม่ดำเนินคดี และอาจคุ้มครองพยานตามอำนาจหน้าที่
นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า แม้จะมีบทบัญญัตินี้ของป.ป.ช.ออกมา แต่ก็ยังมีความไม่มั่นใจ เนื่องจากขั้นตอนยังมีความไม่แน่นอนว่าเมื่อมาให้ข้อมูลแล้ว ยังเป็นดุลยพินิจของผู้ไต่สวนที่จะเสนอความเห็นไปยังกรรมการ ป.ป.ช.ว่าจะกันเป็นพยานให้หรือไม่ หรือในกรณีที่ต้องไปดำเนินการในส่วนของตำรวจ ก็ไม่มีกฎหมายชัดเจน ที่เกี่ยวข้องกับการกันบุคคลไว้เป็นพยาน ดังนั้นในวันพรุ่งนี้ (24 ส.ค.) ทางโฆษกพรรคฯ และนายไพศาล เรืองฤทธิ์ ทนายความจะไปยื่นหนังสือถึง ป.ป.ช.เพื่อขอให้ 1.ให้ ป.ป.ช.มีนโยบายและประกาศออกมาอย่างชัดเจนว่าจะมีแนวทางในเรื่องของการใช้มาตรการการกันบุคคลไว้เป็นพยานอย่างไร เพื่อให้มีการสอบสวนสาวถึงผู้บงการ หรือตัวการสำคัญได้ และ 2.พรรคประชาธิปัตย์ พร้อมเป็นผู้ประสานงานในการนำเอาบุคคลเหล่านี้ไปให้ข้อมูลกับ ป.ป.ช.เมื่อมีความชัดเจนจาก ป.ป.ช.ยืนยันว่า เราต้องการให้มีการจัดการกับผู้บงการ และตัวการสำคัญจริงๆ เพราะกระทบกระเทือนกับคนในวงกว้าง ทำลายขวัญกำลังใจกับบุคคลทั้งหลายที่ต้องการเห็นระบบคุณธรรม ทั้งระบบราชการ และการปกครองส่วนท้องถิ่น
เมื่อถามว่า พยานที่พร้อมให้ข้อมูลมีมากน้อยแค่ไหน นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า มีจำนวนหนึ่ง แต่ยังไม่สามารถระบุจำนวนได้ แต่มีทั้งผู้ที่ติดต่อมาโดยตรง และส่วนที่เราเริ่มเห็นจากเบาะแสของบุคคลที่เข้าไปเกี่ยวข้อง ยืนยันว่าหลักของเรา การจะใช้มาตรการนี้ต้องดำเนินการเพื่อสาวไปให้ถึงตัวใหญ่ ไม่ใช่ทำเพื่อให้คนเหล่านี้พ้นผิดไปโดยที่ไม่สามารถเป็นประโยชน์กับการไต่สวน หรือขยายผลไปสู่ผู้บงการได้ หากป.ป.ช.ทำให้มีความชัดเจนโดยเร็ว ก็ควรเป็นกลุ่มคนแรกๆที่จะได้รับมาตรการนี้ คนที่มาทีหลังก็คงไม่ใช่ เพราะเราต้องยึดหลักสมดุลระหว่างการขยายผล กับการที่ไม่ใช่จะมาเปิดช่องทางให้คนทำผิดมาใช้มาตรการนี้
เมื่อถามว่า พยานที่มาให้ข้อมูลบอกหรือไม่ว่าบุคคลที่เกี่ยวข้องสูงถึงระดับไหน หัวหน้าพรรคประขาธิปัตย์ กล่าวว่า เขาจะมีข้อมูลในส่วนที่เกี่ยวกับนายหน้า ซึ่งมีเรื่องบัญชีต่างๆ แน่นอนว่านายหน้าคงต้องมีการพูดถึงบุคคลที่สูงกว่านั้นที่เขาจะไปติดต่อ หาก ป.ป.ช.ทำเป็นระบบใช้วิธีการนี้ก็จะไปถึงผู้บงการสำคัญได้ ส่วนจะมั่นใจหรือไม่ว่าจะสาวไปถึงระดับผู้บงการได้นั้น ก็ต้องอยู่ที่ ป.ป.ช.ว่าจะสร้างความมั่นใจตรงนี้ได้อย่างไร เราในฐานะเป็นพรรคการเมือง มีหน้าที่ตรวจสอบเรื่องนี้ ก็อยากส่วนร่วมช่วยให้เรื่องนี้ดำเนินการอย่างมีประสิทธิภาพ ตรงไปตรงมา
เมื่อถามว่า จากการที่พรรคได้ข้อมูลเบื้องต้นจากทางพยาน จะสื่อไปถึงคนที่อยู่ระดับสูงกว่านั้นแล้วใช่หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ หัวเราะก่อนกล่าวว่า วันนี้ไม่ได้พาดพิงใคร จริงๆ เราดูง่ายมากว่า ขนาด จำนวนบุคคล และพื้นที่ที่เรื่องนี้เกิดขึ้น มันคงเป็นไปไม่ได้หรอกที่จะเป็นเรื่องของคนระดับเล็กๆ แม้กระทั่งผู้บริหารระดับสูงในระบบราชการ ตนเองก็ไม่เชื่อว่าจะกล้าหรือมีศักยภาพในการทำสิ่งเหล่านี้
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

