โจรบุกงัด 'บ้านพิพิธภัณฑ์ บรมนาถสถิต' เจ้าของตัดพ้อ ตร.ไม่มาทันที คดีผ่านไป 1 เดือน ไร้ความคืบหน้า
24 สิงหาคม 2569 เวลา 11:43 น.

โจรบุกงัด "บ้านพิพิธภัณฑ์ บรมนาถสถิต" เจ้าของตัดพ้อตำรวจไม่มาทันที คดีผ่านไป 1 เดือนยังไร้ความคืบหน้า
เพจ "บ้านพิพิธภัณฑ์ บรมนาถสถิต - 9 Museum" ได้ออกมาเปิดเผยคลิปจากกล้องวงจรปิด บันทึกวินาทีคนร้ายสวมหมวกและหน้ากากปิดบังใบหน้า พกอาวุธมีดบุกเข้ามาก่อเหตุงัดแงะบริเวณพิพิธภัณฑ์และที่พักอาศัย โดยใช้เวลาวนเวียนอยู่นานกว่า 45 นาที ก่อนที่สัญญาณกันขโมยจะดังขึ้นทำให้คนร้ายตกใจหลบหนีไป
โดยทางเพจ ระบุว่ารายละเอียดว่า
" ผ่านไป 1 เดือนเศษ ที่บ้านพิพิธภัณฑ์บรมนาถสถิต ถูกโจรงัดเข้ามา แต่ด้วยผมได้วางระบบเบื้องต้นไว้ ด้วยระบบกันขโมยเบื้องต้น โจรจึงหนีออกไป (คลิปเพิ่มเติมในคอมเมนต์ครับ)
โจรใช้เวลาในบริเวณบ้านอยู่ 45 นาที โดยช่วง ตี 2.15 โจร พร้อมมีด ได้เข้ามาบริเวณหน้าระเบียง มีไฟติดขึ้นก่อนเมื่อพบความเคลื่อนไหวและส่งสัญญาณมาที่ห้องนอน
ผมจึงดูกล้องวงจรปิด เห็นโจรหนีออกไป จากจุดหน้าระเบียง จึงโทรแจ้ง โรงพักสารภี ซึ่งห่างจากบ้าน 1.6 กิโลเมตร ผมเล่าเหตุการณ์ให้ฟัง เพื่อขอเจ้าหน้าที่มาดู
สิบเวร บอกว่า โจรน่าจะไปแล้ว ให้มาแจ้งความตอนเช้า ผมก็ได้แต่ทำใจ แต่ก็ยังไม่ได้นอน จนกระทั่ง เกือบตี 3 สัญญาณกันขโมยดังขึ้น ผมจึงดูกล้อง เห็นโจรคนเดิม เข้ามาทางระเบียงด้านหน้าบ้าน ที่ไฟเปิดอยู่ในครั้งแรก แล้วงัดหน้าต่างเข้าไปภายในพิพิธภัณฑ์ เมื่อสัญญาณดัง จึงปีนออกมา แล้วหายไปจากกล้อง ผมจึงโทร 191 ซึ่งมาถึงในประมาณไม่เกิน 5 นาที
เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ ไม่พบโจรในบริเวณภายในและภายนอกบ้านแล้ว จึงให้ผมไปแจ้งความในตอนเช้า โดยนำกล้องวงจรปิดไปด้วย ซึ่งภาพไม่ชัดเจนนัก เพราะสวมหมวกและหน้ากากปิดบังใบหน้า
คืนนั้น ถ้าโรงพักสารภีส่งเจ้าหน้าที่มา อาจจะจับโจรได้แล้ว เพราะโจรใช้เวลางัดหน้าต่างด้านข้างอยู่ 40 นาที แล้วจึงย้ายมางัดด้านหน้าบ้าน
1 เดือนกว่า ที่รอความคืบหน้าของคดี
ผมจึงได้ดำเนินการติดเหล็กดัดหน้าต่าง ประตู ทั้งบ้านพิพิธภัณฑ์ และที่พักอาศัย พร้อมทั้งติดไฟแสงสว่างเพิ่ม ติดกล้องอีก 8 ตัว สัญญาณกันขโมยอีกหลายจุด
อีกสิ่งหนึ่งที่ต้องกล่าวถึง คือ ต้องกราบขอบพระคุณ ท่านผู้กำกับเอนก พัทยา ได้กรุณาประสาน ท่าน สวป.เจมส์ สารภี ให้ และได้มาติดตู้แดง เพื่อป้องปรามเบื้องต้นให้แล้ว ส่วนเรื่องคดี ก็คงเป็นไปตามระบบครับ
แต่ก็ยังอยู่ในความหวาดระแวง เพราะคดีไม่คืบหน้าเลย และผมก็หมดปัญญาจะทำอะไรมากกว่านี้แล้ว
เหนื่อยครับ สงสารตัวเอง สงสารครอบครัว ที่ต้องนอนหวาดผวา มาตลอด 1 เดือน และคงกังวลไปอีกยาวนาน
ใจหนึ่งบอกตรงๆครับ อยากจะเลิกทำ เพราะนอกจากไม่ได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานรัฐเลยแม้แต่หน่วยงานเดียว เรากลับต้องมาผจญกับความเสี่ยง ที่เป็นที่หมายตาของโจรอีกด้วย
แต่ก็ต้องสู้กันต่อไปครับ เมื่อตั้งใจแล้ว ก็ขอลองสู้อีกครั้ง ถ้าเกิดอะไรขึ้นอีก ก็ค่อยมาตัดสินใจอีกทีว่าจะเอาอย่างไร
หวังพึ่งบารมีผู้หลักผู้ใหญ่ในจังหวัด ก็ไม่รู้จักใครที่นี่เลย คงต้องสู้ไปโดยลำพัง ป้องกันตัวเองด้วยตัวเองไปจนสู้ไม่ไหว ก็ค่อยมาว่ากันครับ

