เลขาฯ สมช. คาด เหตุป่วนใต้ ตอบโต้เชิงสัญลักษณ์ ไม่ฟันธง BRNใหม่ เอี่ยว

“เลขาฯสมช.” ชี้เหตุป่วนใต้ล่าสุดเกิดจากกลุ่มในพื้นที่โต้รัฐปราบเข้ม ไม่ฟันธง “BRNใหม่” เอี่ยว ชี้ มีปัจจัยแทรกซ้อน-เรื่องท้องถิ่นผสม บอก “มาเลฯ” เข้มชายแดนอยู่แล้ว มั่นใจพร้อมดูแลความปลอดภัยประชุม ครม.สัญจร สงขลาปลายเดือนนี้
วันที่ 24 สิงหาคม 2569 เวลา 11.20 น.ที่ทำเนียบรัฐบาล นายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เปิดเผยภายหลังร่วมประชุมหน่วยงานด้านความมั่นคง ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ว่า วันนี้ได้มีการประเมินสถานการณ์ภาคใต้ ซึ่งขณะนี้กองทัพภาคที่ 4 ดำเนินการขับเคลื่อน ภารกิจ และพิสูจน์ทราบกลุ่มที่มาก่อเหตุ
เมื่อถามว่าจะมีการอุดช่องโหว่ไม่ให้มีการก่อเหตุได้อย่างไรบ้าง นายฉัตรชัย กล่าวว่า ขณะนี้ กอ.รมน. ภาค 4 ส่วนหน้า กำลังควบคุมและดูแลสถานการณ์ ตั้งแต่วันแรกที่มีเหตุความไม่สงบ และมีการวางเป้าหมาย เพื่อดูแลความปลอดภัยให้กับประชาชนเป็นหลัก เพราะเรื่องดังกล่าวกระทบกับประชาชนโดยตรง ทั้งร้านค้า และที่ทำการองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
เมื่อถามว่าเหตุการณ์ที่เกิดบ่อยครั้ง เกิดจากปัจจัยอะไร นายฉัตรชัย กล่าวว่า โดยพื้นฐานเหตุดังกล่าวไม่ใช่เรื่องใหม่ เคยเกิดการก่อความไม่สงบหลายจุดมาแล้วหลายครั้ง ปีนี้เกิดมาแล้ว 2 ครั้ง ซึ่งอาจจะเกิดจากกลุ่มผู้ก่อเหตุหรือคนในพื้นที่ ที่จะแสดงการตอบโต้ หรือแสดงสัญลักษณ์ต่อภาครัฐ ที่มีความเข้มข้นในการปฏิบัติการ จึงเป็นไปได้ที่ฝ่ายตรงข้ามจะตอบโต้ฝ่ายความมั่นคงของรัฐบาล ส่วนเรื่องจำนวนเหตุการณ์ ต้องแยกแยะไปดู ไม่ใช่ว่าวางเผากล่อง 1 กล่อง จะเป็นหนึ่งเหตุการณ์ จึงต้องประเมินเหตุการณ์ตรงนั้น ว่าหนักเบาอย่างไร จึงจะนับเป็นจำนวน หากจะนับว่าเผายางรถยนต์ 1 เส้น เป็นหนึ่งเหตุการณ์ ก็คงจะละเอียดมากเกินไป
ส่วนกังวลหรือไม่ ว่าจะมีการก่อเหตุในช่วงประชุมคณะรัฐมนตรี นอกสถานที่อย่างเป็นทางการ ที่จังหวัดสงขลาช่วงปลายเดือนนี้ นายฉัตรชัย ตอบว่าไม่กังวล มีความพร้อมที่จะดูแล ประสานงานกับหน่วยงานในพื้นที่อย่างใกล้ชิด และทราบว่าผู้บัญชาการทหารบก กองทัพภาคที่ 4 ดูแลเรื่องนี้อย่างเต็มที่
สำหรับเป้าประสงค์ในการก่อเหตุ เป็นการปลุกปั่นหรือไม่ นายฉัตรชัย กล่าวว่า หากสังเกตว่าจะไม่มีผู้เสียชีวิต มีเพียงทรัพย์สินเสียหาย หากนับจำนวน จะมีที่ทำการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ประมาณ 15 แห่ง ส่วนเหตุที่เหลือเป็นการวางเพลิง จึงต้องเป็นเรื่องที่ไปดูต่อว่า ใครทำอย่างไร และเป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ฝ่ายกองทัพภาคที่ 4 กำลังดำเนินการอยู่
เมื่อถามว่าได้มีการประสานชายแดนไทย - มาเลเซียให้สกัดผู้ก่อเหตุ ที่อาจหลบหนีออกทางชายแดนหรือไม่ นายฉัตรชัย กล่าวว่า ขณะนี้ทราบว่าทางมาเลเซียเข้มข้นในการควบคุมคนเข้าออก ปิดท่าข้ามที่เป็นช่องทางธรรมชาติ จึงเชื่อว่าการก่อเหตุครั้งนี้ เป็นข้างในของเราเป็นคนข้างใน
ส่วนที่มีกระแสข่าวว่าเป็นกลุ่มเยาวชนของ BRN ใหม่ นายฉัตรชัย มองว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องผสมผสานกัน คงต้องมีการไปดู กลุ่ม BRN คงไม่ถึงขนาดนั้น ซึ่งอาจจะเป็นกลุ่มภัยแทรกซ้อนมาเกี่ยวข้อง โดยสังเกตได้จากการวางเพลิง องค์การปกครองท้องถิ่น จึงเป็นจุดที่ต้องสืบสวนสอบสวน และวิเคราะห์หาสาเหตุของปัญหาแต่ละแห่งที่เกิดขึ้น
นายฉัตรชัย ย้ำว่า นายกรัฐมนตรีได้กำชับ ให้ดูแลความสำคัญ และให้ความปลอดภัยกับประชาชนเป็นหลัก บังคับใช้กฎหมาย ให้เกิดความเป็นรูปธรรมโดยเร็วมากที่สุด
ส่วนการก่อเหตุมีมูลเหตุจากเรื่องการเมืองหรือไม่นั้น นายฉัตรชัย กล่าวว่า อาจจะเป็นการตอบโต้ ว่าพวกเขามีศักยภาพและขีดความสามารถ เหมือนที่กล่าวไปข้างต้น เนื่องจากการปราบปรามของภาครัฐที่เข้มข้น หลังมีโจมตีทหารพรานจนเสียชีวิต 5 นาย แต่ทั้งหมดนี้ จะไม่ไปเหมารวมกลุ่มขบวนการอย่างเดียว เพราะอาจจะมีภัยแทรกซ้อน เช่นเรื่องอาชญากรรม สิ่งผิดกฎหมายในพื้นที่ ซึ่งเราต้องตรวจสอบ ไม่ได้เหมาว่าเป็นกลุ่มBRNเพียงอย่างเดียว
ส่วนที่นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศบอกว่า ทางการข่าวระบุว่าเจ้าหน้าที่ทราบล่วงหน้าว่าจะมีการก่อเหตุนั้น นายฉัตรชัย กล่าวว่า เหมือนกับที่แม่ทัพภาคที่ 4 ระบุว่าการข่าวอาจจะยากเหมือนกัน แม้ว่าทราบว่าจะมีการก่อเหตุ แต่วันและเวลา เป็นเรื่องที่ตรวจสอบยาก
เมื่อถามว่าจะมีการรับมือโดยดึงมวลชน เข้ามามีส่วนร่วมอย่างไร นายฉัตรชัยกล่าวว่า เบื้องต้นจะต้องใช้ขีดความสามารถของทหาร ตำรวจและฝ่ายปกครอง ให้มีความเข้มข้นมากขึ้น รวมถึงข้อมูลการข่าว รวมถึงเรื่องชายแดน แม้ว่าเราจะทราบอยู่แล้ว ว่าเป็นเรื่องภายในประเทศ แต่เรื่องชายแดนและท่าข้ามต่างๆก็มีความสำคัญ พร้อมระบุว่ามี 3 ส่วนคือการข่าว ขีดความสามารถของการปฏิบัติ ของเจ้าหน้าที่ความมั่นคง และเรื่องชายแดนต้องทำควบคู่กัน รวมทั้งการบูรณาการส่วนกลางและพื้นที่ เพื่อประสานข้อมูลในการแก้ไขปัญหา
ส่วนฝ่ายทหารต้องมีความเข้มข้นขึ้นหรือไม่ นายฉัตรชัย เชื่อว่าจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ทหารมีความเข้มแข็งอยู่แล้ว ทุกคนทำงานอย่างเต็มที่ และต้องมีการบูรณาการร่วมกันอย่างจริงจังมากขึ้น ที่ผ่านมา เป็นจังหวะพอดี ที่ฝ่ายเรามีความเข้มข้นในการปฏิบัติหน้าที่ ฝั่งโน้นเขาถึงต้องแสดงอะไรบางอย่างออกมา ซึ่งอาจจะมีปัจจัยแทรกซ้อนอื่น พร้อมตั้งข้อสังเกต เหตุเกิดในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งอาจจะเป็นเรื่องของท้องถิ่นด้วยหรือไม่
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

