ทำคุณบูชาโทษ! สาวตั้งกระทู้ ฝากเพื่อนรักเข้าทำงาน สุดท้ายโดนตลบหลัง จบลงด้วยความเสียใจยิ่งกว่าอกหัก

วันที่ 27 สิงหาคม 2569 สมาชิกผู้ใช้พันทิปรายหนึ่งได้ออกมาตั้งกระทู้หัวข้อ "เมื่อมีคนถามว่า "เลิกคบคนนี้ทำไม?" ...นี่คือประสบการณ์ฝากงานให้เพื่อนรัก ที่จบลงด้วยความเสียใจยิ่งกว่าอกหัก"
โดยสมาชิกรายนี้เล่าว่า วันนี้อยากมาระบายและแชร์ประสบการณ์ "ทำคุณบูชาโทษ" ที่ทำให้เราตัดสินใจตัดเพื่อนสนิทออกจากชีวิตแบบเด็ดขาด ชนิดที่ว่าตอนนี้กลายเป็นคนไม่อยากมีเพื่อนไปเลย
จุดเริ่มต้น: เพราะรักเพื่อน จึงยอมเอาเครดิตตัวเองเข้าแลก
เรื่องมันมีอยู่ว่า เพื่อนเราคนนี้เพิ่งอกหักและบ่นว่าอยากลาออกจากที่ทำงานเก่า ประจวบเหมาะกับตอนนั้นงานเราล้นมือ เจ้านายเลยเปิดรับคนมาช่วยทำในส่วนนี้แทน มีคนมาสมัครเป็นสิบๆ คนเลยค่ะ แต่ด้วยความที่เราอยากช่วยเพื่อน เรายอมบากหน้าไปขอฝากเพื่อนกับเจ้านาย อวยสารพัดว่าเพื่อนเก่งอย่างนั้น ดีอย่างนี้ จนเจ้านายใจอ่อน ยอมให้สัมภาษณ์พอเป็นพิธีแล้วรับเข้าทำงานเลย
ตอนที่เพื่อนเข้ามาทำงาน เรากล้าพูดเต็มปากเลยว่าเราซัพพอร์ตเขาทุกอย่างเต็มที่ ทั้งยอมตื่นดึกดื่นเพื่อไปรับไปส่ง หรือแม้กระทั่งยอมแชร์ค่าห้องอยู่ด้วยกัน ทั้งๆ ที่ลึกๆ แล้วเราเป็นคนโลกส่วนตัวสูงและไม่อยากอยู่ร่วมกับใครเลย
จุดเปลี่ยน: สิทธิพิเศษและความอิจฉาในที่ทำงาน?
เวลาผ่านไป สังคมออฟฟิศอาจจะทำให้เพื่อนลืมความสัมพันธ์ของเราไป...
ต่อมา เราได้รับ Offer พิเศษจากเจ้าของบริษัทโดยตรง (ซึ่ง HR ก็รับทราบเรื่องนี้) แต่ตัวสัญญาจ้างเดิมไม่ได้ถูกเปลี่ยนเป็นลายลักษณ์อักษร เพื่อนสนิทของเราทุกคน รวมถึงเพื่อนคนนี้ ทราบรายละเอียดทั้งหมดว่าเราได้ Offer อะไร และได้เพราะอะไร
แต่วันดีคืนดี เพื่อนรักที่เราเป็นคนฝากงานให้ กลับเดินไปบอก HR ว่า "ให้ไปเปิดดูสัญญาของเราหน่อย ว่าทำไมเราถึงทำแบบนั้นแบบนี้ได้ ทั้งที่คนอื่นทำไม่ได้"
จุดแตกหัก: ความจริงจากปาก HR
HR เดินมาแจ้งเราตรงๆ เลยว่า "เพื่อนคุณบอกให้ฉันไปอ่านสัญญาคุณนะ ว่าทำไมคุณทำแบบนี้ได้" วินาทีนั้นคือช็อกและจุกมากค่ะ ในใจคิดว่าถ้าเป็นเพื่อนร่วมงานคนอื่นมาสอดรู้สอดเห็น เราคงไม่สนใจใยดีเลย แต่นี่คือ "เพื่อนเราเอง" เราตัดสินใจเดินไปถามเพื่อนตรงๆ ว่า "ได้ยินมาว่าแกไปบอก HR ให้ดูสัญญาฉันหรอ? ต้องการอะไร? ทั้งๆ ที่แกก็รู้ว่าฉันได้ Offer อะไรและเพราะอะไร... แกคิดว่า HR เขาไม่รู้เรื่องงั้นหรอ?" ความรู้สึกตอนนั้นคือผิดหวังที่สุดในชีวิตค่ะ เสียใจยิ่งกว่าอกหัก เพราะนี่คือเพื่อนคนเดียวที่เราคาดหวังว่าจะไม่ซุบซิบนินทาหรือแทงข้างหลังเราเหมือนสังคมที่ทำงานทั่วไป เรื่องนี้กระทบจิตใจจนเราเกือบจะเป็นซึมเศร้า แต่สุดท้ายก็พยายามประคองตัวเองจนผ่านมาได้ และตัดเพื่อนคนนี้ออกจากชีวิตแบบสิ้นเชิง
อยากชวนเพื่อนๆ คุยค่ะ:
เวลาที่มีคนรอบตัวมาถามว่า "ผิดใจกันเรื่องอะไร ทำไมเลิกคบเพื่อนคนนี้?" เพื่อนๆ มีวิธีตอบคำถามนี้หรือจัดการกับความรู้สึกสะกิดใจเวลาถูกถามยังไงกันบ้างคะ? และมีใครเคยมีประสบการณ์พังๆ จากการพาเพื่อนมาทำงานด้วยกันบ้าง มาแชร์กันได้นะคะ
หลังจากกระทู้นี้ถูกเผยแพร่ ก็มีคนเข้ามาแสดงความคิดเห็น พร้อมให้คำแนะนำจำนวนมาก อาธิ
ไม่เคยฝากงานให้ใครเลยค่ะ และไม่เคย อนุญาต ให้ใคร ฝากงานให้เลยในชีวิต การตอบคำถาม คนอื่นเมื่อถาม ทำไม ถึงเลิกคบกัน.. แค่ตอบสั้นๆไปว่า ทัศนคติ ไม่ตรงกัน แค่นี้พอค่ะ ไม่จำเป็นต้อง อธิบาย อะไร , บทเรียนแบบนี้ไม่ใช่มีแค่คุณคนเดียว เราเลิกคบไปแล้วทำเช่นคุณไม่มองหน้ากันอีกเลย
ของเราพอเลิกคบแล้ว รู้สึกดีมากแทน ตอนคบกันไม่รู้ว่าเพื่อน toxic กับเรามานาน พอมีเหตุให้ต้องห่างกัน รู้สึกชีวิตดีขึ้นมากในหลายๆด้าน ตอนนี้ไม่ต้องการเพื่อนเลย , สังคมโรงงาน ห้ามมีเพื่อนสนิท เพราะไม่มีใครยอมเห็นคนอื่นได้ดี , เป็นสังคมออฟฟิศ แต่ทัศนคติแบบโรงงาน , คุณคิดว่าเขาเป็นเพื่อน ส่วนเขาคิดว่าคุณเป็นเพื่อนหรือเปล่า ตัดสินจากเรื่องที่อ่าน ยิ่งคนเราโตขึ้น อายุมากขึ้น ผลประโยชน์มักมาก่อนเสมอ.........เจ็บแต่จบ
เข้าใจความรู้สึกเลยค่ะ เคยถูกเพื่อนสนิทหักหลัง ความผิดหวังมันหน่วงใจเหมือนคนอกหักจริงๆ แต่เขาไม่รู้สึกผิดด้วยนี่สิ ความรู้สึกคนเราคงไม่เท่ากัน เรื่องเดียวกันจึงให้ผลลัพธ์ที่ต่างกัน หลังๆ ก็เลยห่างๆ กันไป ไม่ได้คบหาพบเจอกันอีก ต่างคนต่างมีไลน์ของกันและกัน ไม่ได้บล๊อคไม่ได้ปิดกั้น แต่ก็ไม่เคยทักพูดคุยกันอีกเลย ได้แต่เก็บมิตรภาพในวัยเด็กเอาไว้ในใจ
ส่วนเรื่องงานไม่เคยฝากงานให้ใคร ใครติดต่อมาเราจะบอกให้มาสมัครเองเราช่วยตรงนี้ไม่ได้ , พยายามหาเพื่อนใหม่ๆเพื่อนดีๆ เพื่อนไม่ดีทิ้งไปจะได้ไม่เสียดาย, จิตใจคน อะไรก็เกิดขึ้นได้ , ไม่เคยคิดจะฝากงานให้ใคร และมีคนจะฝากงานให้เราเยอะแยะ แต่เราไม่เอาเพราะเรามีความสามารถและศักยภาพที่จะหางานได้เอง
ขอบคุณ : Pantip




