สงขลาสั่งฟัน 74 ข้าราชการท้องถิ่นพ้นเก้าอี้เซ่นปมทุจริตสอบ จี้ ป.ป.ช.ลากคอบิ๊กใหญ่เบื้องหลัง

สงขลาสั่งฟัน 74 ข้าราชการท้องถิ่นพ้นเก้าอี้เซ่นปมทุจริตสอบ ‘นายก อบต.-นิพิฎฐ์’ จี้ ป.ป.ช.กันไว้เป็นพยาน-ลากคอบิ๊กใหญ่เบื้องหลัง
วันที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2569 มีรายงานความคืบหน้าจากคณะกรรมการพนักงานส่วนท้องถิ่นจังหวัดสงขลา (ก.จ.สงขลา , ก.ท.สงขลา และ ก.อบต.สงขลา) กรณีการตรวจสอบคุณสมบัติและผลการสอบของข้าราชการท้องถิ่นที่ได้รับการบรรจุแต่งตั้งลงในพื้นที่จังหวัดสงขลาจำนวน 2 รุ่น รวมทั้งสิ้น 114 ราย โดยล่าสุดได้มีการประกาศขึ้นบัญชีและจัดลำดับคะแนนผู้สอบผ่านใหม่
จากผลการพิจารณาปรากฏรายละเอียดดังนี้ 1.ผู้สอบผ่านขึ้นบัญชีและลำดับคะแนนถึง จำนวน 40 ราย ให้มีคำสั่งบรรจุแต่งตั้งและปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งเดิม ณ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเดิมต่อไป 2.ผู้สอบผ่านขึ้นบัญชี แต่ลำดับคะแนนยังไม่ถึง จำนวน 1 ราย ให้มีคำสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน โดยยังคงมีชื่ออยู่ในบัญชีผู้สอบผ่านและรอการเรียกบรรจุแต่งตั้งตามลำดับเมื่อมีตำแหน่งว่าง และ 3.ผู้สอบไม่ผ่านและไม่ได้ขึ้นบัญชีตามประกาศใหม่ จำนวน 73 ราย ให้มีคำสั่งให้ออกจากราชการและพ้นสภาพการเป็นข้าราชการท้องถิ่นทันที
โดยจากผลสรุปดังกล่าว ส่งผลให้มีข้าราชการและพนักงานส่วนท้องถิ่นในจังหวัดสงขลา ต้องพ้นจากราชการรวมทั้งสิ้น 74 ราย (แบ่งตามสังกัด อปท. ได้แก่ สังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) 1 ราย, สังกัดเทศบาล 22 ราย และสังกัดองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) 51 ราย)
นายร่อเหต รักหมัด นายกองค์การบริหารส่วนตำบลท่าหมอไทร อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา เปิดเผยว่า ขณะนี้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่กำลังรอหนังสือแจ้งอย่างเป็นทางการพร้อมหลักฐานคะแนนจากคณะกรรมการกลาง (ก.กลาง) ประจำจังหวัด คาดว่าจะดำเนินการส่งมอบและออกคำสั่งเรียบร้อยอย่างช้าที่สุดภายในวันที่ 30 สิงหาคมนี้ เนื่องจากคณะกรรมการกลางสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) ได้กำหนดกรอบเวลาให้ทุกอย่างเสร็จสิ้นสมบูรณ์ภายในวันที่ 31 สิงหาคม 2569 ซึ่งในเชิงปฏิบัติต้องยึดตามระเบียบของ กสถ. และ ก.กลาง อย่างเคร่งครัด
อย่างไรก็ตาม นายร่อเหต กล่าวเพิ่มเติมว่า ตนและกลุ่มผู้บริหาร อปท. มีความเห็นตรงกันว่า แม้ความผิดเกี่ยวกับการทุจริตจะปรากฏชัดเจน แต่ต้นเหตุและกระบวนการทุจริตทั้งหมดเกิดจากบุคคลอื่น ทว่าผลกรรมและโทษกลับตกอยู่กับข้าราชการระดับล่างที่ถูกสั่งให้ออกจากราชการ นอกจากจะถูกให้ออกแล้ว ยังถูกตัดสิทธิ์ในการสมัครสอบเข้ารับราชการตลอดชีวิต และถูกดำเนินคดีอาญาเพิ่มเติมอีกด้วย ซึ่งถือว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมอย่างยิ่ง เนื่องจากข้าราชการที่ถูกสั่งให้ออกมากกว่าร้อยละ 90 ไม่ทราบถึงขั้นตอนการทุจริตเบื้องหลัง และไม่ได้มีเงินจำนวนมากมายถึง 5–6 แสนบาทไปใช้ซื้อตำแหน่งตามที่มีข่าว ความผิดที่แท้จริงควรจะตกอยู่กับกลุ่มคนที่เอาตำแหน่งมาขายและผู้ที่ได้รับผลประโยชน์โดยตรงมากกว่า
ทางด้าน นายนิพิฎฐ์ อินทรสมบัติ อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) จังหวัดพัทลุง ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นต่อกรณีดังกล่าวว่า เสนอให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) พิจารณาใช้มาตรการ "กันตัวข้าราชการท้องถิ่นที่ถูกให้ออกไว้เป็นพยาน" เพื่อขยายผลสืบสวนและดำเนินคดีอาญากับบุคคลระดับสูง หรือกลุ่มขบวนการเบื้องหลังที่มีอำนาจจัดสรรตำแหน่งทุจริตดังกล่าว
สุดท้าย นายนิพิฎฐ์ ระบุอีกว่า หากมีความจำเป็นควรนำบุคคลเหล่านี้เข้าสู่โครงการคุ้มครองพยานของรัฐ เพื่อสร้างความปลอดภัย คืนความเป็นธรรมทางโอกาส และสร้างโอกาสที่เป็นธรรมให้กับประชาชนคนบริสุทธิ์ ตลอดจนล้างบางขบวนการทุจริตในระบบราชการท้องถิ่นอย่างถอดรากถอนโคน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

