เปิดตำนาน "พ่อปู่พญานาคองค์ดำ"

หลังจากที่เราพากันเดินทางข้ามผืนป่าภูพาน ผ่านโค้งมรณะ หรือโค้งปิ้งงู และฝากเนื้อฝากตัวกับเจ้าปู่ภูพานกันไปแล้ว วันนี้ ผมจะพาทุกคนเดินทางข้ามถิ่น ลงมาสัมผัสกับความลี้ลับของสายน้ำอันยิ่งใหญ่ และเรื่องเล่าขานของพญานาคสายนักรบผู้ดุดันแต่ทรงพลังที่สุดองค์หนึ่ง

ทุกคนเคยสังเกตกันบ้างไหมครับว่า พญานาคตามความเชื่อนั้นไม่ได้มีแค่สีเขียวหรือสีทองประกายเท่านั้น แต่แถบลุ่มน้ำอีสานบ้านเรายังมีเรื่องเล่าขานถึงพญานาคที่มีผิวกายสีดำนิลกาฬ ร่างกายใหญ่โตมโหฬาร และเกล็ดที่สะท้อนแสงเป็นประกายราวกับเหล็กกล้า ท่านมีนามว่า "พ่อปู่ดำแสนศิริจันทรา" หรือที่สายมูเรียกกันคุ้นปากว่า "พ่อปู่องค์ดำแสน" นั่นเองครับ
ตามคำบอกเล่าของคนเฒ่าคนแก่ที่สืบทอดกันมา ท่านถือเป็นหนึ่งในพญานาคสายนักรบผู้ทรงอิทธิฤทธิ์ มีเกียรติประวัติและชาติกำเนิดที่น่าเกรงขาม เล่ากันว่าในวันที่ท่านจุติ ท้องฟ้าที่เคยสว่างสดใสกลับแปรเปลี่ยนเป็นมืดครึ้มด้วยเมฆดำสนิท ก่อนจะมีสายฟ้าฟาดเปรี้ยงลงมาตรงใจกลางเปลือกไข่พอดี เมื่อเติบใหญ่ขึ้น ท่านจึงมีผิวกายสีดำสนิท เกล็ดแข็งแกร่งดั่งเกราะเหล็ก และมีนิสัยเด็ดเดี่ยว กล้าหาญ จนได้รับหน้าที่เป็นแม่ทัพใหญ่คอยปกป้องดูแลเมืองบาดาลและพระพุทธศาสนา
ชาวบ้านแถบลุ่มน้ำโขงและผู้ศรัทธามักจะเล่าขานกันว่า แม้พญานาคตระกูลสีดำจะดูมีความดุร้าย น่าเกรงขาม และมักประทับอยู่ตามถ้ำมืดใต้กระแสน้ำเชี่ยวกราก แต่แท้จริงแล้วท่านทรงมีความเมตตาและรักสันโดษเป็นอย่างยิ่ง
แล้วหน้าที่สำคัญของท่านคืออะไร รู้ไหมครับ ท่านได้รับการยกย่องว่าเป็น "มือปราบแห่งความมืดและคุณไสยมนต์ดำ" ครับ

สำหรับใครที่ช่วงชีวิตกำลังดวงตก รู้สึกเหมือนโดนสิ่งอัปมงคลตามรังควาน มีคนคิดร้ายหรือเจออาถรรพ์ลี้ลับ เมื่อเดินทางไปกราบไหว้ขอพรจากพ่อปู่องค์ดำ ท่านจะช่วยปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายเหล่านั้นออกไปจากชีวิตได้อย่างหมดจด
นอกจากจะเป็นยอดนักรบผู้ปราบอวมงคลแล้ว คนโบราณยังกระซิบกันอีกว่า เวลาที่พ่อปู่จะประทานโชคลาภให้ใคร ท่านมักจะให้แบบรวดเร็วและจัดหนักจัดเต็ม เพราะท่านเป็นเทพเจ้าที่มีความตรงไปตรงมา ใครที่คิดดีทำดีและมีความศรัทธาจริงใจ ไปขอพรกี่ครั้งก็มักจะได้พลิกชีวิตจากหลังมือเป็นหน้ามือในเวลาอันรวดเร็ว ทำให้ปัจจุบันมีผู้คนสายมูจำนวนมากเดินทางไปกราบสักการะท่านตามสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ต่าง ๆ ทั้งในภาคอีสานและทั่วประเทศ
พอลองมาพิจารณาดูแล้ว เรื่องเล่าของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งสององค์ที่เราพูดถึงกันในวันนี้มีความเชื่อมโยงและน่าสนใจอย่างยิ่งครับ
เจ้าปู่ภูพาน เปรียบเสมือนผู้พิทักษ์ผืนป่าและนักเดินทาง โดดเด่นอย่างมากในเรื่องความปลอดภัยบนท้องถนนที่ผู้คนต้องบีบแตรสามครั้งเพื่อแสดงความเคารพและเตือนภัย

พ่อปู่พญานาคองค์ดำ เปรียบเสมือนแม่ทัพแห่งสายน้ำ ผู้ทรงอำนาจในการเสริมบารมี ปัดเป่าสิ่งชั่วร้าย และประทานโชคลาภก้อนใหญ่ให้กับผู้ที่ศรัทธา

ถึงแม้จุดกำเนิดและสถานที่สถิตจะแตกต่างกัน องค์หนึ่งอยู่บนยอดเขาสูง ส่วนอีกองค์อยู่ลึกลงไปในสายน้ำ แต่สิ่งหนึ่งที่เหมือนกันอย่างแน่นอนคือ ทั้งสองท่านคือ "ที่พึ่งทางใจ" อันสูงสุดที่ทำให้พวกเราตระหนักรู้และใช้ชีวิตด้วยความไม่ประมาท
ไม่ว่าจะเป็นความเชื่อดั้งเดิม ตำนานผืนป่า หรือความศรัทธาต่อองค์พญานาค เรื่องเล่าเหล่านี้ล้วนสะท้อนให้เห็นว่าสายใยความผูกพันระหว่างคนไทยกับธรรมชาตินั้นมีมายาวนานเพียงใด
แล้วคุณล่ะครับ ระหว่าง "เจ้าปู่ภูพาน" สายปกป้องการเดินทาง กับ "พ่อปู่พญานาคองค์ดำ" สายปราบสิ่งชั่วร้ายและให้โชคลาภ เคยมีประสบการณ์หรือเคยเดินทางไปกราบไหว้องค์ไหนมาบ้างแล้ว ลองคอมเมนต์เล่าให้ผมฟังกันหน่อยนะครับ... วันนี้ลาไปก่อน ขอบคุณที่ติดตาม สวัสดีครับ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

