ศุภชัย ซัด ฝ่ายค้าน จ้องใช้เวทีสภาฯ กดดัน กกต. บี้ปมฮั้ว สว. จนกลายเป็นซักฟอกองค์กรอิสระ
4 กันยายน 2569 เวลา 14:05 น.

เมื่อวันที่ 4 ก.ย.2569 นายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ และประธานฝ่ายกฎหมาย พรรคภูมิใจไทย ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า "ตรวจสอบ กกต. หรือกำลังกดดัน กกต.?
การตรวจสอบองค์กรอิสระเป็นหน้าที่ของรัฐสภา แต่ต้องแยกให้ชัดระหว่างการตั้งคำถามต่อการทำงาน กับการชี้นำผลลัพธ์ของกระบวนการที่ยังไม่สิ้นสุด
เมื่อวานนี้ สภาผู้แทนราษฎรมีวาระการประชุม พิจารณา รายงานผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง ประจำปี 2567 ซึ่งครอบคลุมภารกิจของ กกต. ทั้งการเลือกตั้ง การได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา การสืบสวนไต่สวน งานพรรคการเมือง และการบริหารองค์กร
อย่างไรก็ตาม สามารถคาดการณ์ได้จากการกล่าวของสมาชิกพรรคฝ่ายค้านว่าการอภิปรายกลับมุ่งเน้น คดีเกี่ยวกับการเลือก สว. ที่ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาของ กกต. จึงเกิดคำถามว่า สภากำลังตรวจสอบผลการปฏิบัติงานประจำปี หรือกำลังกดดันกระบวนการที่ยังไม่สิ้นสุด
ที่สำคัญยิ่งกว่านั้น หากมีการนำ ข้อมูลหรือรายละเอียดจากสำนวนการสอบสวนหรือสำนวนไต่สวนที่ยังไม่สิ้นสุด มาใช้ประกอบการอภิปราย ก็ยิ่งต้องตั้งคำถามถึงที่มาของเอกสารเหล่านั้นว่า ได้มาโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ผู้เปิดเผยมีอำนาจเปิดเผยหรือไม่ และสมควรหรือไม่ที่จะนำเนื้อหาภายในสำนวนมาไล่ถามองค์กรที่กำลังทำหน้าที่พิจารณาสำนวนนั้นเสียเอง
โดยเฉพาะเมื่อผู้ตั้งคำถามเป็น สมาชิกรัฐสภา ซึ่งใช้อำนาจตรวจสอบในนามของฝ่ายนิติบัญญัติ ยิ่งควรระมัดระวังไม่ให้การตรวจสอบถูกมองว่าเป็นการนำข้อมูลจากกระบวนการที่ยังไม่สิ้นสุดมาใช้สร้างแรงกดดันต่อผู้มีหน้าที่วินิจฉัย
เอกสิทธิ์ในการอภิปราย ไม่ควรถูกเข้าใจว่าเป็นใบอนุญาตให้ละเลยคำถามเรื่องที่มาของเอกสาร ความชอบด้วยกฎหมาย และความเป็นธรรมต่อบุคคลที่ปรากฏชื่ออยู่ในสำนวน
กกต. ต้องถูกตรวจสอบเรื่องความล่าช้า ความโปร่งใส และประสิทธิภาพได้ แต่การตรวจสอบต้องอยู่บนข้อเท็จจริงและกรอบกฎหมาย ไม่ใช่นำข้อมูลบางส่วนมาสรุปล่วงหน้าว่าใครผิด หรือเรียกร้องให้ดำเนินคดีกับบุคคลจำนวนมากก่อนพิจารณาพยานหลักฐานอย่างครบถ้วน
กกต. ไม่ได้มีหน้าที่ดำเนินคดีกับทุกคนที่ถูกกล่าวหา แต่ต้องพิจารณาข้อเท็จจริงและหลักฐานของ แต่ละบุคคล อย่างรอบด้านและเป็นธรรม การมีชื่อในคำร้องหรือในสำนวนไม่ได้หมายความว่าบุคคลนั้นมีความผิด
หลักการมีเพียงสองทาง
* หลักฐานเพียงพอ ต้องดำเนินการโดยไม่เกรงใจใคร
* หลักฐานไม่เพียงพอ ต้องกล้ายุติเรื่องโดยไม่หวั่นไหวต่อกระแส
สภามีหน้าที่ตรวจสอบ กกต. แต่ไม่ควรทำหน้าที่แทน กกต. ตั้งคำถามได้ แต่อย่าชี้นำ เร่งรัดได้ แต่อย่ากำหนดคำตอบล่วงหน้า และกระแสสังคมไม่อาจแทนที่พยานหลักฐาน
หากต้องการให้ กกต. เป็นองค์กรอิสระอย่างแท้จริง ต้องเคารพความเป็นอิสระขององค์กร แม้ผลการพิจารณาจะไม่ตรงกับความคาดหวังของฝ่ายใด ตรวจสอบได้ แต่อย่ากดดันให้ได้คำตอบตามต้องการ
และก่อนจะนำ “สำนวน” มาตั้งคำถามกับคนอื่น ก็ควรตอบคำถามให้ได้เสียก่อนว่า
สำนวนนั้นมาจากไหน ได้มาอย่างไร และมีสิทธินำมาเปิดเผยหรือไม่ เพราะ กฎหมายต้องอยู่เหนือกระแส พยานหลักฐานต้องอยู่เหนือการเมือง และความเป็นอิสระของ กกต. ต้องอยู่เหนือแรงกดดันจากทุกฝ่าย
การอภิปรายที่จะมาถึงของฝ่ายค้านก็จะเป็นดังที่ผมทำนายไว้ เพราะจะกลายเป็นการอภิปรายไม่ไว้วางใจองค์กรอิสระคือ กกต. แทนที่จะเป็นการตรวจสอบตามปกติ อันมิใช่หน้าที่และอำนาจของสภาผู้แทนราษฎร"
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

