สภาสูง 145 เสียง ฉลุยร่าง พ.ร.บ.งบฯ ปี 70 นายกฯ รับปาก นำเงินไปใช้ตามวัตถุประสงค์ โปร่งใส มีประสิทธิภาพ

"สภาสูง" 145 เสียง ฉลุย"ร่าง พ.ร.บ.งบฯ ปี 70" "นายกฯ"รับปาก นำเงินไปใช้ตามวัตถุประสงค์ กำกับดูแลใกล้ชิด ให้โปร่งใส มีประสิทธิภาพ ตรวจสอบได้ ขณะที่"รมต.ประจำสำนักนายกฯ"รับต้องปรับจัดงบฯ-ปฏิรูประบบราชการ ไม่งั้นอีก 2 ปีชาติไปต่อไม่ได้แน่ โต้ครหา"ดีอี"ได้เงินเยอะสุด ไม่เกี่ยวเป็น"รมต.ลูกเทพ" แต่มีภารกิจสำคัญต้องดันโครงสร้างพื้นฐาน"ระบบคลาวด์กลาง"ของประเทศ
11 กันยายน 2569 เมื่อเวลา 15.10 น.ที่รัฐสภา ในการประชุมวุฒิสภา ที่มี นายบุญส่ง น้อยโสภณ รองประธานวุฒิสภาคนที่ 2 ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 วงเงิน3.788ล้านล้านบาท ภายหลังจากที่สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาเสร็จสิ้น เมื่อวันที่ 10 ก.ย.ที่ผ่านมา ภายหลังสมาชิกได้อภิปรายกันอย่างกว้างขวางครบถ้วนแล้ว
นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ชี้แจงว่า งบประมาณปีนี้เป็นงบประมาณปีแรกที่รัฐบาลนี้ได้ดำเนินการจัดทำ เห็นว่าหากจัดการงบประมาณแบบเดิมภายใน 2 ปีข้างหน้าประเทศไทยไม่สามารถเดินหน้าต่อไปได้ ด้วยเหตุผลหนึ่งคือภาระงบประมาณในแต่ละปี โดยเฉพาะงบที่เป็นงบรายจ่ายประจำสูงขึ้นเรื่อยๆ ถ้าไม่มีการบริหารจัดการ ซึ่งจ่ายประจำมีทั้งเงินเดือน เงินบำเหน็จบำนาญข้าราชการ เบี้ยผู้สูงอายุ และเบี้ยต่างๆ ที่เป็นภาระผูกพันก้อนนี้มีแต่จะเติบโตขึ้น รัฐบาลจำเป็นต้องตั้งเงินบางส่วนในงบกลางเรียกว่าเงินเลื่อนขั้น เพราะฉะนั้นจึงจะต้องเริ่มในการที่จะปฏิรูประบบราชการ ซึ่งถือเป็นส่วนใหญ่ในสัดส่วนของเงินรายจ่ายประจำของรัฐ
นายภราดร กล่าวต่อว่า ส่วนกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ปีนี้ได้รับงบประมาณเพิ่มสูงขึ้นจากปีที่แล้ว ไม่ใช่เพราะตามที่ครหาว่าเป็นเพราะกระทรวงลูกเทพหรือไม่จึงได้รับเงินเพิ่มขึ้น แต่มีภารกิจสำคัญของรัฐบาลที่ต้องนำงบไปลงที่กระทรวงดีอี โครงการนั้นคือโครงการGDCC โครงสร้างพื้นฐานระบบคลาวด์กลางของประเทศไทย ที่ให้บริการหน่วยงานภาครัฐ ซึ่งมีหน่วยงานที่จะมาขอใช้พื้นที่คลาวด์ ทั้งหมดประมาณ 9,000 กว่าล้านบาท กระจายไปตามหน่วยงานต่างๆของทางกระทรวงดีอี จึงคิดว่าควรจะต้องมีคลาวด์ภาครัฐ ขึ้นมาเพื่อที่จะให้ทุกหน่วยงานมารวมศูนย์อยู่ที่นี่และเช่าใช้คลาวในที่เดียวเพื่อลดจำนวนงบประมาณลง ซึ่งงบประมาณตั้งไว้ 6,000 ล้านบาท หายไปถึง 3,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นการประหยัดงบประมาณของแผ่นดินมากกว่าที่จะไปให้หน่วยงานอื่นๆ ใช้แบบกระจัดกระจาย
ที่ประชุมได้ลงมติ 145 เสียง ต่อ 5 เสียง เห็นชอบต่อร่าง พ.ร.บ.งบฯ ปี 70 งดออกเสียง 12 พร้อมมีมติเห็นชอบให้ส่งข้อสังเกตของ กมธ.วิสามัญฯ ไปยังคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาดำเนินการต่อไป
นายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ในฐานะประธานกมธ.วิสามัญฯ กล่าวว่า ขอขอบคุณรัฐบาลที่ให้เกียรติวุฒิสภามานำเสนอหลักการ เหตุผล และแนวคิดในการจัดทำงบประมาณ รวมทั้งตอบข้อชี้แจง คำถามต่างๆ ของ สว.ในส่วนการพิจารณาของ สว.ในชั้น กมธ.ฯ แม้ว่าจะไม่สามารถปรับลด หรือแก้ไขเพิ่มเติมใดๆ ได้ แต่การอภิปรายวันนี้เป็นการให้ความสำคัญ และเน้นย้ำการดำเนินภารกิจเพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศ การกระตุ้นเศรษฐกิจให้เติบโตอย่างมีเสถียรภาพ เพื่อต่อยอด พัฒนาการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ ความเสมอภาคทางสังคม การดูแลคุณภาพชีวิต และความมั่นคงของประชาชน หวังว่าจะสามารถนำงบฯที่ได้รับการจัดสรรไปใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ นำข้อเสนอแนะ หรือข้อสังเกตของ สว. ปรับปรุงการจัดทำงบฯ ในปีต่อๆ ไป ขอฝากรัฐบาลเร่งติดตามการบริหารงบประมาณให้เกิดการใบ้จ่ายที่มีประสิทธิภาพเมื่อร่าง พ.ร.บ.งบฯ ปี 70 บังคับใช้ กมธ.ฯ หวังว่าข้อสังเกตข้อเสนอแนะต่างๆ ของ กมธ.และ สว.จะเป็นประโยชน์กับรัฐบาล นำไปสู่การพัฒนา หรือการแก้ไขปัญหา เพื่อให้ประเทศเดินหน้าอย่างมั่นคง เกิดผลเป็นรูปธรรม ประชาชนได้รับประโยชน์อย่างแท้จริง
ขณะที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ที่เดินทางมารับฟังการพิจารณาฯ ภายหลังเดินทางกลับมาจากการปฏิบัติภารกิจที่ประเทศนอร์เวย์ เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ขึ้นกล่าวต่อวุฒิสภาว่า ในฐานะผู้แทนของรัฐบาล ตนขอขอบคุณประธานวุฒิสภา และ สว.ทุกท่าน ตนเพิ่งเดินทางกลับจากต่างประเทศ เมื่อช่วงเช้าวันนี้ ในระหว่างวันที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้มีการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ ปี 2570 ตนติดภารกิจที่ต่างประเทศ จึงรู้สึกเสียใจที่ไม่ได้เข้ามาร่วมรับฟังด้วยตัวเองในสภาฯ อย่างไรก็ตาม ในวันนี้ตนตั้งใจเป็นอย่างมากว่า เมื่อร่าง พ.ร.บ.งบประมาณปี 2570 จะเข้าสู่การพิจารณาของวุฒิสภาในวันนี้ ตนจึงตั้งใจอย่างเต็มที่ที่จะมาพระ สว.ทุกท่านด้วยตนเอง ถือเป็นเกียรติอย่างยิ่ง
นายอนุทิน กล่าวต่อว่า ตนขอขอบคุณในการที่ท่านทั้งหลายพิจารณาเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.งบฯ ปี 70 ถือเป็นเครื่องมือสำคัญที่ใช้ในการขับเคลื่อนนโยบายต่างๆ ของรัฐบาลยุทธศาสตร์ชาติ แผนพัฒนาต่างๆ เพื่อให้ประเทศมีความมั่นคงประชาชนมีความสุขสร้างความเป็นธรรมลดความเหลื่อมล้ำขับเคลื่อนการเติบโตของเศรษฐกิจให้มีความยั่งยืนและพัฒนาระบบ บริหารภาครัฐที่ตอบสนองความต้องการของพี่น้องประชาชนในทุกมิติ
"ผมขอยืนยันว่าจะนำข้อคิดเห็น คำแนะนำ ความห่วงใย ที่บรรดาวุฒิสภาแห่งนี้ได้ให้คำแนะนำเสนอแนะไว้ ตลอดระยะเวลาของการประชุมในวันนี้ ผมในฐานะรัฐบาลขอรับไว้ด้วยความขอบคุณและจะนำไปประกอบการพิจารณาปรับปรุงการดำเนินการเพื่อเพื่อให้พี่น้องประชาชนได้รับประโยชน์จากร่าง พ.ร.บ.งบฯ ปี 70 อย่างเต็มที่ นอกจากนี้ ขอขอบคุณคณะกรรมาธิการวิสามัญทุกท่านที่ให้ความสำคัญ เสียสละเวลา และการพิจารณาศึกษาร่างฯ พรนี้อย่างเต็มที่จนทุกอย่างสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี รวมทั้งได้ให้ข้อสังเกต และข้อเสนอแนะในการจัดทำงบประมาณซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการบริหารราชการและรัฐบาลก็จะได้นำไป ประกอบการพิจารณาปรับปรุงการดำเนินงานเพื่อให้เกิดความคุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อพี่น้องประชาชนและประเทศไทยอันอันเป็นที่รักของเราสืบไป"
นายกฯ กล่าวด้วยว่า ขอให้ความมั่นใจต่อท่านสมาชิกวุฒิสภาผู้ทรงเกียรติทุกท่านว่า นโยบาย มาตรการ และงบประมาณที่ได้ผ่านการพิจารณาในครั้งนี้จะถูกนำไปใช้ตามวัตถุประสงค์ และแผนงานที่กำหนด โดยพวกตนในฐานะรัฐบาลจะคอยกำกับดูแลอย่างใกล้ชิด เพื่อให้การใช้จ่ายงบประมาณดังกล่าว มีความโปร่งใส มีประสิทธิภาพ มีประสิทธิผลบรรลุผลสัมฤทธิ์ และที่สำคัญที่สุดคือต้องตรวจสอบได้ ตามนโยบายที่กำหนดไว้เพื่อขับเคลื่อนประเทศไทย ภายใต้สถานการณ์ปัจจุบันที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และเพื่อให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ และนโยบายของรัฐบาล ตลอดจนความมุ่งมั่น ความปรารถนาดีของบรรดาสมาชิกวุฒิสภาผู้ทรงเกียรติแห่งนี้
จากนั้น ประธานการประชุม ได้สั่งปิดประชุมในเวลา 15.45 น.ทั้งนี้ วุฒิสภาได้ใช้เวลาในการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบฯ ปี 70 ทั้งสิ้น 5 ชั่วโมง 45 นาที
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

