เตือนแรงอย่าข้ามเส้นแดง จีนขู่ล้มโต๊ะซัมมิต'สี จิ้นผิง-ทรัมป์'ทันที หากสหรัฐฯขายอาวุธให้ไต้หวัน

12 กันยายน 2569 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า แหล่งข่าวหลายแหล่งที่ใกล้ชิดกับการเจรจาระหว่างสหรัฐฯและจีน ออกมาเปิดเผยว่า จีนได้แจ้งกับสหรัฐว่าตั้งใจจะยกเลิกการประชุมที่วางแผนไว้ระหว่างผู้นำทั้งสองในปลายเดือนกันยายน หากสหรัฐฯ อนุมัติการขายอาวุธใหม่ใดๆ ให้กับไต้หวันภายในเวลานั้น
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ซึ่งดูเหมือนแสดงให้เห็นถึงความสำเร็จทางการทูตบางอย่างก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมในเดือนพฤศจิกายน ให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการจัดการประชุมสุดยอดกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน ขณะที่เตรียมการสำหรับการเดินทางของ สี จิ้นผิง ที่กำลังจะมาถึง จีนได้ย้ำจุดยืนของตนว่าประเด็นไต้หวันเป็น "เส้นแดง" ในความสัมพันธ์ทวิภาคี
จีนอ้างว่า'ไต้หวัน' ที่เป็นดินแดนปกครองตนเองแห่งนี้เป็นส่วนหนึ่งของดินแดนของจีน และจะรวมเข้ากับจีนโดยใช้กำลังหากจำเป็น เมื่อ 'สี จิ้นผิง' พบกับ 'ทรัมป์' ในปักกิ่งเมื่อกลางเดือนพฤษภาคม เขาบอกกับประธานาธิบดีสหรัฐฯ ว่าไต้หวันเป็น "ประเด็นที่สำคัญที่สุด" ในความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศ พร้อมเตือนถึงความขัดแย้งที่อาจเกิดขึ้นหากจัดการไม่ดี
ซึ่งในเวลานั้น 'ทรัมป์' กล่าวในการสัมภาษณ์ทางโทรทัศน์ว่าการขายอาวุธให้กับไต้หวันอาจเป็น "ไพ่ต่อรองที่ดีมาก" ในการเจรจากับจีน นั่นทำให้เกิดข้อสงสัยเกี่ยวกับพันธสัญญาด้านความมั่นคงระยะยาวของวอชิงตันที่มีต่อพันธมิตรในเอเชีย
ขณะที่กิจกรรมทางทหารที่เพิ่มขึ้นของจีนในบริเวณรอบช่องแคบไต้หวันได้ก่อให้เกิดความหวาดกลัวต่อการรุกรานที่อาจเกิดขึ้นและความขัดแย้งระดับภูมิภาคที่กว้างขึ้นซึ่งเกี่ยวข้องกับอเมริกาและพันธมิตร ภายใต้กฎหมายความสัมพันธ์ไต้หวัน ซึ่งกำหนดขึ้นมาโดยรัฐสภาสหรัฐฯ หลังจากที่สหรัฐฯ ตัดความสัมพันธ์ทางการทูตกับไทเปและหันไปสนับสนุนปักกิ่งในปี 1979 สหรัฐฯ ได้จัดหาอาวุธให้ไต้หวันเพื่อช่วยให้ไต้หวันสามารถรักษาขีดความสามารถในการป้องกันตนเองได้อย่างเพียงพอ
ในเดือนธันวาคม 2025 รัฐบาลทรัมป์ ได้ประกาศแพ็กเกจการขายอาวุธ มูลค่าราว 11,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 363,494.81 ล้านบาท) ให้แก่ไต้หวัน ซึ่งเป็นแพ็กเกจที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา และก่อให้เกิดปฏิกิริยาโกรธเคืองจากจีน
ซึ่ง 'ทรัมป์' กล่าวว่า เขาจะต้อนรับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง และภริยาที่ทำเนียบขาวในวันที่ 24 กันยายน และจะจัดงานเลี้ยงอาหารค่ำเพื่อเป็นเกียรติแก่ทั้งสองท่าน
อย่างไรก็ตาม รัฐบาลจีนยังไม่ได้ออกประกาศอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับการเยือนสหรัฐฯ ของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ซึ่งประเด็นเรื่องสงครามระหว่างสหรัฐกับอิหร่านอาจเป็นหนึ่งในวาระสำคัญของการหารือครั้งนี้ เนื่องจากจีนถือเป็นพันธมิตรทางเศรษฐกิจหลักของอิหร่าน
ขณะที่ความขัดแย้งที่ 'ทรัมป์' ก่อขึ้นกับ 'อิหร่าน' ตั้งแต่ช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ยังคงยืดเยื้อและไม่มีทีท่าว่าจะยุติลงในเร็ววัน รัฐบาลของทรัมป์ก็ได้กดดันไม่ให้จีนทำธุรกิจกับอิหร่าน เช่นนั้นแล้ว แหล่งข่าวรายหนึ่งระบุว่า "จีนได้แสดงท่าทีให้ความร่วมมือและไม่ได้ขัดขวางการเจรจากับสหรัฐฯแต่อย่างใด"
กระทรวงการคลังและกระทรวงพาณิชย์ของสหรัฐฯ เป็นหน่วยงานหลักในการเจรจากับทางการจีน และคาดว่าผู้นำทั้งสองประเทศจะหารือกันในประเด็นทางเศรษฐกิจที่สำคัญหลายประการ ซึ่งรวมถึงข้อตกลงที่วางแผนไว้ว่าจะมีการลดภาษีศุลกากรสำหรับสินค้ามูลค่า 3 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐจากทั้งสองฝ่าย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

