ธนาคารกลางญี่ปุ่นจ่อขึ้นดอกเบี้ยสูงสุดในรอบ 31 ปี จับตาความเสี่ยงเงินเฟ้อ-ราคาน้ำมัน

16 กันยายน 2569 ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) มีแนวโน้มปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายในวันศุกร์นี้ จากร้อยละ 1 เป็นร้อยละ 1.25 ซึ่งจะเป็นระดับสูงสุดในรอบ 31 ปี ท่ามกลางแรงกดดันด้านเงินเฟ้อที่ยังคงอยู่ โดยเฉพาะจากต้นทุนราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้น
การปรับขึ้นดอกเบี้ยครั้งนี้ หากเกิดขึ้นตามคาด จะเป็นครั้งแรกในรอบ 3 เดือน และจะทำให้อัตราดอกเบี้ยของญี่ปุ่นขยับเข้าใกล้ระดับที่ BOJ ประเมินว่าเป็นอัตราดอกเบี้ยที่เป็นกลางต่อเศรษฐกิจมากขึ้น ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการถอนตัวออกจากยุคนโยบายดอกเบี้ยต่ำเป็นพิเศษที่ดำเนินมายาวนานหลายทศวรรษ และเคยมีส่วนทำให้เงินเยนกลายเป็นสกุลเงินต้นทุนต่ำสำหรับการระดมทุนในตลาดโลก
การขึ้นดอกเบี้ยของ BOJ จะเกิดขึ้นหลังธนาคารกลางยุโรปปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย และในช่วงเวลาเดียวกับที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือเฟด มีแนวโน้มปรับนโยบายการเงินให้เข้มงวดขึ้น สะท้อนว่าธนาคารกลางรายใหญ่ต่างจับตาความเสี่ยงจากเงินเฟ้ออย่างใกล้ชิด
ขณะนี้ตลาดแทบสะท้อนความคาดหมายเรื่องการขึ้นดอกเบี้ยของ BOJ ไปแล้ว ทำให้นักลงทุนหันไปจับตาท่าทีของคาซูโอะ อุเอดะ ผู้ว่าการ BOJ ว่าจะส่งสัญญาณเกี่ยวกับช่วงเวลาและความเร็วในการปรับขึ้นดอกเบี้ยครั้งต่อไปอย่างไร
สำหรับการประชุม BOJ ที่จะสิ้นสุดในวันศุกร์นี้ นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดว่าจะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25 จุดเปอร์เซ็นต์ เป็นร้อยละ 1.25 อย่างไรก็ตาม โทอิจิโร อาซาดะ กรรมการ BOJ ซึ่งเคยคัดค้านการขึ้นดอกเบี้ยเมื่อเดือนมิถุนายน อาจลงมติคัดค้านอีกครั้ง
แหล่งข่าวระบุว่า เนื่องจาก BOJ จำเป็นต้องประเมินผลกระทบของการขึ้นดอกเบี้ยครั้งก่อนที่มีต่อภาวะการเงิน สมาชิกจำนวนมากจึงมีแนวโน้มสนับสนุนการขึ้นดอกเบี้ย 0.25 จุดเปอร์เซ็นต์ มากกว่าการปรับขึ้นในระดับที่สูงกว่านั้น
BOJ ยุติมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ดำเนินมายาวนานนับทศวรรษในปี 2024 และปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยหลายครั้ง รวมถึงในเดือนมิถุนายน ก่อนตัดสินใจคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนกรกฎาคม แต่เตือนว่าเงินเฟ้ออาจพุ่งสูงเกินคาดจากต้นทุนเชื้อเพลิงที่เพิ่มขึ้น ต้นทุนนำเข้าที่สูงขึ้นจากเงินเยนที่อ่อนค่า และความต้องการด้านปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ที่แข็งแกร่ง
อุเอดะกล่าวเมื่อต้นเดือนกันยายนว่า เงินเฟ้อพื้นฐานของญี่ปุ่นอยู่ในระดับค่อนข้างใกล้เคียง กับเป้าหมายร้อยละ 2 ของ BOJ ทำให้ธนาคารกลางจำเป็นต้องให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อ
อุเอดะยังต้องเผชิญความท้าทายในการแถลงข่าวหลังการประชุมนโยบาย โดย BOJ ต้องการหลีกเลี่ยงการผูกมัดตัวเองว่าจะปรับขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้งในเร็ว ๆ นี้ แต่หากยังคงใช้แนวทางผ่อนคลายและย้ำว่าจะตัดสินใจตามข้อมูลเศรษฐกิจ ก็อาจทำให้เกิดแรงขายเงินเยนอีกครั้ง และส่งผลให้ราคาสินค้านำเข้าสูงขึ้น
ขณะเดียวกัน หากส่งสัญญาณเข้มงวดเกินไป ก็อาจสร้างแรงสั่นสะเทือนต่อตลาดพันธบัตรญี่ปุ่น ซึ่งกำลังเผชิญแรงเทขายอยู่แล้ว ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบหลายทศวรรษ ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับสถานะทางการคลังของญี่ปุ่น
การปรับขึ้นดอกเบี้ยเป็นร้อยละ 1.25 จะทำให้อัตราดอกเบี้ยนโยบายของ BOJ เข้าใกล้กรอบประมาณร้อยละ 1.1-2.5 ซึ่งเป็นช่วงประมาณการอัตราดอกเบี้ยที่เป็นกลางของญี่ปุ่น หรือระดับที่ไม่ทำให้เศรษฐกิจชะลอตัวหรือร้อนแรงจนเกินไป จึงทำให้เกิดคำถามว่า ในท้ายที่สุด BOJ จะสามารถปรับขึ้นดอกเบี้ยได้อีกมากเพียงใด
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

