สภาสหรัฐฯ ไฟเขียวร่างกฎหมายคว่ำบาตร 'รัสเซีย' ครั้งใหญ่ เตรียมส่งต่อ 'ทรัมป์' ลงนามบังคับใช้

17 กันยายน 2569 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ซึ่งพรรครีพับลิกันครองเสียงข้างมาก ลงมติผ่านร่างกฎหมายคว่ำบาตรรัสเซียครั้งใหญ่ ด้วยคะแนน 262 ต่อ 159 เสียง ก่อนส่งต่อให้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ลงนามเป็นกฎหมาย หลังจากวุฒิสภาผ่านร่างดังกล่าวด้วยคะแนน 86 ต่อ 11 เสียงเมื่อเดือนที่แล้ว
ร่างกฎหมายดังกล่าวมีชื่อว่า กฎหมายคว่ำบาตรรัสเซียและอิหร่าน ลินด์ซีย์ โอ. เกรแฮม 2026 (Lindsey O. Graham Sanctioning Russia and Iran Act of 2026) เพื่อเป็นเกียรติแก่ นายลินด์ซีย์ เกรแฮม สมาชิกวุฒิสภาจากพรรครีพับลิกัน ซึ่งเป็นผู้ผลักดันร่างกฎหมายมาตั้งแต่เดือนเมษายน 2025 ก่อนเสียชีวิตอย่างกะทันหันเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา
กฎหมายฉบับนี้ถือเป็นมาตรการด้านนิติบัญญัติที่สำคัญที่สุดของสหรัฐฯต่อรัสเซีย นับตั้งแต่ 'ทรัมป์' กลับเข้าดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีอีกครั้ง โดยมีเป้าหมายเพิ่มแรงกดดันทางเศรษฐกิจต่อรัฐบาลรัสเซียจากการทำสงครามในยูเครน สาระสำคัญของกฎหมายคือการคว่ำบาตรภาคพลังงานและอุตสาหกรรมกลาโหมของรัสเซีย รวมถึงประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน และเจ้าหน้าที่ระดับสูง ตลอดจน "กองเรือเงา" ซึ่งเป็นเรือบรรทุกน้ำมันที่รัสเซียใช้เพื่อหลบเลี่ยงมาตรการคว่ำบาตรของชาติตะวันตก
นอกจากนี้กฎหมายยังให้อำนาจประธานาธิบดีสหรัฐฯ เรียกเก็บภาษีศุลกากรสูงสุด 100% ต่อประเทศที่เป็นผู้ซื้อรายใหญ่ของน้ำมันและก๊าซรัสเซีย ซึ่งอาจรวมถึงจีนและอินเดีย เพื่อกดดันให้ประเทศเหล่านี้ลดการพึ่งพาพลังงานจากรัสเซีย และลดรายได้ที่นำไปใช้สนับสนุนการทำสงครามในยูเครน
กฎหมายยังเปิดทางให้สหรัฐฯ ใช้มาตรการต่อบริษัทและบุคคลต่างชาติที่ให้การสนับสนุนกองทัพรัสเซีย และขยายมาตรการคว่ำบาตรที่เกี่ยวข้องกับอิหร่านด้วย
ประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ของยูเครน แสดงความยินดีต่อการผ่านกฎหมาย พร้อมขอบคุณสมาชิกสภาคองเกรสสหรัฐฯ โดยระบุว่า กฎหมายฉบับนี้เป็นเครื่องมือที่มีพลังในการกดดันรัสเซียให้ยุติสงครามและเข้าสู่กระบวนการสันติภาพ พร้อมเรียกร้องให้มาตรการคว่ำบาตรมีความเข้มแข็ง เพื่อสนับสนุนความพยายามทางการทูตของยูเครน สหรัฐฯ และยุโรป
โดยร่างกฎหมายเผชิญเสียงคัดค้านจากสมาชิกพรรคเดโมแครตบางส่วน เนื่องจากกฎหมายให้อำนาจทรัมป์ในการกำหนดภาษีศุลกากรในวงกว้าง โดยสมาชิกเดโมแครตบางคนกังวลว่าอำนาจดังกล่าวอาจถูกนำไปใช้กับพันธมิตรของสหรัฐฯ และอาจส่งผลให้ราคาสินค้าในประเทศสูงขึ้น
สมาชิกพรรคเดโมแครตระดับสูงของคณะกรรมาธิการกิจการต่างประเทศสภาผู้แทนราษฎร วิจารณ์ร่างกฎหมายว่า มีข้อบกพร่องอย่างมาก และกล่าวว่าถ้อยคำในร่างกฎหมายให้อำนาจทรัมป์กำหนดภาษีนำเข้าใหม่ต่อประชาชนอเมริกันอย่างกว้างขวาง ขณะที่ไม่ได้กำหนดภาระผูกพันที่ชัดเจนว่าประธานาธิบดีต้องใช้มาตรการคว่ำบาตรรัสเซียจริง
ส่วน 'ฮาคีม เจฟฟรีส์' ผู้นำพรรคเดโมแครตในสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า ร่างกฎหมายมีช่องโหว่จำนวนมากจนมาตรการที่สร้างความเสียหายต่อรัสเซียอาจไม่ถูกนำมาใช้ พร้อมคัดค้านการให้อำนาจประธานาธิบดีในวงกว้างเกินไป
สมาชิกเดโมแครต 58 คนลงมติเห็นชอบร่างกฎหมาย โดยเข้าร่วมกับสมาชิกรีพับลิกันเกือบทั้งหมด ขณะที่สมาชิกรีพับลิกัน 7 คนลงมติคัดค้าน ทำให้ร่างกฎหมายผ่านสภาด้วยเสียงสนับสนุนจากทั้งสองพรรคในระดับสำคัญ ฝ่ายสนับสนุนกฎหมายเห็นว่า การเพิ่มแรงกดดันทางเศรษฐกิจเป็นสิ่งจำเป็น เนื่องจากสงครามเต็มรูปแบบระหว่างรัสเซียกับยูเครนเข้าสู่ปีที่ 5 โดยยังไม่มีข้อตกลงสันติภาพ
ก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ต้องการรักษาอำนาจในการกำหนดมาตรการคว่ำบาตรและภาษีศุลกากรไว้กับฝ่ายบริหาร มากกว่าปล่อยให้รัฐสภาเป็นผู้กำหนดผ่านกฎหมาย ส่งผลให้ร่างกฎหมายฉบับนี้ใช้เวลานานกว่าหนึ่งปีกว่าจะเดินหน้าสู่การลงมติ ร่างกฎหมายผ่านวุฒิสภาเมื่อเดือนสิงหาคมด้วยคะแนนสนับสนุนอย่างท่วมท้น 86 ต่อ 11 เสียง หลังประธานาธิบดีเซเลนสกี เข้าพบสมาชิกสภาคองเกรสเพื่อเรียกร้องให้สนับสนุนมาตรการดังกล่าว
หลังการลงมติ สวิตลานา โรมันโก ผู้อำนวยการบริหารกลุ่มล็อบบี้ด้านพลังงานของยูเครน Razom We Stand เรียกร้องให้ 'ทรัมป์' ลงนามในกฎหมายโดยเร็วที่สุด และให้สหรัฐฯ บังคับใช้มาตรการอย่างเข้มงวดเพื่อสกัดรายได้ที่ไหลเข้าสู่รัฐบาลรัสเซีย โดยให้เหตุผลว่า ทุกวันที่มาตรการล่าช้า หมายถึงอีกหนึ่งวันที่ชาวยูเครนอาจต้องสูญเสียชีวิตจากสงคราม
ซึ่งร่างกฎหมายดังกล่าวถูกส่งต่อไปยังทำเนียบขาวแล้วและประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่า เขาจะลงนาม ส่งผลให้มาตรการคว่ำบาตรและอำนาจด้านภาษีชุดใหม่มีแนวโน้มเข้าสู่กระบวนการบังคับใช้
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

