ปู จิตกร ฟาดพรรคเศรษฐกิจ! สื่อสารหวือหวา-ไม่รอบคอบ ทำสังคมสับสน ปมปั่นงบช่วยกัมพูชา

18 กันยายน 2569 ปู จิตกร บุษบา พิธีกรชื่อดัง โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า "พรรคเศรษฐกิจ" เป็นพรรคการเมืองที่มักเปิดประเด็นแบบ "ไม่รอบคอบ" เน้น "ดึงดูดความสนใจ" ในประเด็น "หวือหวา" ซึ่งบ่อยครั้งพบว่า "เข้าใจผิด"
ความเข้าใจผิด หรือเข้าใจไม่ครบ แล้วรีบเปิดประเด็น สร้างผลกระทบต่อความคิดความเข้าใจของคนในสังคม ลองคิดดู หากเรามีพรรคการเมืองที่ดำเนินการสื่อสารแบบนี้มากๆ กระบวนการรับรู้-เรียนรู้ ของผู้คนในสังคม จะ "ผิด" และ "เพี้ยน" ไปได้มากขนาดไหน
ล่าสุด เปิดประเด็น
#พรรคเศรษฐกิจขอโทษคนไทยที่ตัดงบช่วยเหลือกัมพูชาไม่สำเร็จ
เป็นการนำเสนแบบครึ่งๆ กลางๆ ทำให้คนไทยเข้าใจว่า เราเอาเงินงบประมาณไปช่วยกัมพูชา จึงตามมาด้วยเสียงก่นด่าของคนที่เชื่อและไม่ตรวจสอบ
ข้อเท็จจริงที่ควรทราบ คือ ตัวเลขงบประมาณปร 2570 ที่เกี่ยวข้องกับโครงการในประเทศกัมพูชามีจำนวนเพียง 18.2 ล้านบาท แบ่งเป็นโครงการถนน R67 จำนวน 12 ล้านบาท และโครงการด่านสตึงบท จำนวน 6.2 ล้านบาท
เป็นงบประมาณที่เกี่ยวข้องกับภาระดอกเบี้ยตามสัญญาของโครงการที่ดำเนินการไปแล้ว ไม่ใช่ 31 ล้านบาท และไม่ได้เป็นเงินในการดำเนินโครงการใหม่
#ที่มาของสองโครงการนี้ คือ
ปี 2549 "คณะรัฐมนตรี" อนุมัติให้ สพพ. คือ สำนักงานความร่วมมือพัฒนาเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน (องค์การมหาชน) หรือ (NEDA) ให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่กัมพูชาในวงเงินกู้ 1,300 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 1.50 ต่อปี ระยะเวลา 30 ปี เพื่อปรับปรุงถนน R67 ช่วงเสียมราฐ-อันลองเวง-จวม/สะงำ อันเป็นโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในประเทศเพื่อนบ้าน ที่ต้องสอดคล้องและเชื่อมโยงกับแผนการพัฒนาที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศไทยด้วย โดยกำหนดเงื่อนไขว่า ผู้ประกอบการและผู้ควบคุมงานต้องเป็นของไทย และให้ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (ธสน.) เป็นผู้ปล่อยกู้โดยตรงแก่กัมพูชา สพพ. ช่วยเหลือส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย (นโยบายแบ่งเบาภาระดอกเบี้ยบางส่วน)
ปี 2558 คณะรัฐมนตรี อนุมัติให้ สพพ. ให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่กัมพูชาในวงเงินกู้ 928.11 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 1.50 ต่อปี ระยะเวลา 25 ปี โดยให้ สพพ. จัดหาแหล่งเงินทุนผ่านการกู้ยืมจาก ธสน.
และชดเชยส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยเป็นรายปี (นโยบายแบ่งเบาภาระดอกเบี้ยบางส่วน) เพื่อสนับสนุนโครงการพัฒนาจุดผ่านแดนถาวรสตึงบทและถนนเชื่อมโยงไปยังหมายเลข 5
ปัจจุบัน ทั้ง 2 โครงการนี้ ดำเนินการก่อสร้างเสร็จสิ้นแล้ว
จากนโยบาย "#แบ่งเบาภาระดอกเบี้ยบางส่วน" ที่ว่านี้แหละ ที่ต้อง สพพ. ต้องขอรับการสนับสนุนจาก "งบประมาณแผ่นดิน" เพื่อนำเงินไปชำระ ต่อสถาบันการเงินของไทย
สพพ. ชี้แจงว่า งบประมาณที่ได้รับการจัดสรรเพื่อชดเชยอัตราดอกเบี้ย จำนวน 18.2 ล้านบาท ในครั้งนี้ สพพ. จะนำไปชำระให้แก่ ธสน. ตามภาระผูกพันที่เกิดขึ้นจากการจัดหาแหล่งเงินทุนเพื่อดำเนินโครงการทั้ง 2 โครงการดังกล่าว
หาก สพพ. ไม่ได้รับเงินจัดสรรในส่วนของเงินชดเชยอัตราดอกเบี้ยส่วนต่าง ผู้รับผลกระทบจะเป็น ธสน. ไม่ใช่รัฐบาลกัมพูชา ทั้งนี้ กัมพูชาได้ชำระหนี้คืนทั้งในส่วนของเงินต้นและดอกเบี้ย ครบถ้วนตามกำหนดเวลามาโดยตลอด และไม่มีประวัติการผิดนัดชำระหนี้
นอกจากนี้ นับตั้งแต่เกิดข้อขัดแย้งบริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา สพพ. ก็มิได้มีการอนุมัติเงินกู้ มีการเบิกจ่ายเงิน หรือการดำเนินโครงการความร่วมมือใด ๆ กับกัมพูชาเพิ่มเติมอีก
ทั้งนี้ การดำเนินงานของ สพพ. ภายใต้ความร่วมมือทางการเงินกับประเทศเพื่อนบ้าน มีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การเชื่อมโยงด้านคมนาคม การค้า การลงทุน และการขนส่งในภูมิภาค โดยคำนึงถึง ยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศ ควบคู่กับการส่งเสริมความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ มิได้ทำโดยพลการ
การนำเสนอข้อมูลในลักษณะว่า "ประเทศไทยใช้งบประมาณ 18.2 ล้านบาท หรือ 31 ล้านบาท เพื่อให้เงินช่วยเหลือแก่รัฐบาลกัมพูชาโดยตรง" อาจทำให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อน เนื่องจากรายการดังกล่าวเกี่ยวข้องกับภาระผูกพันทางการเงินตามเงื่อนไขที่มีอยู่เดิม
และะในความเป็นจริง สพพ. ได้ชี้แจงในชั้นการพิจารณางบประมาณแล้วว่า เงินในส่วนดังกล่าวเกี่ยวข้องกับการชดเชยส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยให้แก่สถาบันการเงินที่เกี่ยวข้องกับการให้สินเชื่อ ไม่ใช่การโอนเงินงบประมาณดังกล่าวให้รัฐบาลกัมพูชา
เรื่องนี้ จึงเป็นการสื่อสารที่อาจหวังผลทางการเมือง ซึ่งประชาชนต้องรับข้อมูลข่าวสารด้วยความระมัดระวัง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

