เปิดเบื้องหลังโรงงานเซรามิกดัง งดจ่ายเงินเดือน-ปลดฟ้าผ่าพนักงานนับร้อยชีวิต

วันที่ 19 กันยายน 2569 จากกรณีโรงงานผลิตเซรามิก ตั้งอยู่ในพื้นที่ อ.นาทม จ.นครพนม ประกาศเลิกจ้างคนงานรวมทั้งสิ้นจำนวน 192 คน โดยมีการค้างจ่ายเงินค่าแรง ตั้งแต่เดือน ส.ค. 69 เป็นต้นมา ส่งผลกระทบให้คนงานจำนวนดังกล่าวเคว้งคว้าง ได้รับความเดือดร้อน ชนิดไม่ทันได้ตั้งตัว ซึ่งผู้บริหารแจ้งเหตุผลในการเลิกจ้างว่า ประสบปัญหาการขาดสภาพคล่องทางการเงิน เนื่องจากไม่มีออร์เดอร์ส่งผลิตภัณฑ์เซรามิกเข้ามา โดยกรมแรงงานได้มีการเข้ามาให้ความช่วยเหลือกับพนักงานในเบื้องต้น ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น
ล่าสุด ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผย จากอดีตคนงานที่เคยทำงานอยู่ในโรงงาน ว่า เดิมโรงงานแห่งนี้มีผู้บริหารเป็นคนไทย เข้ามากว้านซื้อที่ดินเพื่อปลูกยางพารา ปรากฏว่าดินที่ซื้อนั้น ส่วนใหญ่เป็นดินขาว ที่เหมาะแก่การนำมาผลิตเซรามิก จึงเริ่มก่อตั้งเป็นโรงงานขนาดย่อม ผลิตภัณฑ์ชิ้นแรกคือถ้วยกระเบื้อง สำหรับรองรับน้ำยางจากต้น แต่ไม่ประสบผลสำเร็จ ชาวสวนนิยมเป็นถ้วยพลาสติกมากกว่า ต่อมาได้มีผู้เชี่ยวชาญด้านเซรามิกให้การแนะนำ จึงหันมาผลิตจาน ชาม แก้วกาแฟ แจกัน ฯลฯ จนมีออเดอร์สั่งเข้ามาจำนวนมาก จึงขยายโรงงาน และสั่งเครื่องจักรเข้ามาเพิ่ม เริ่มจากคนงานเพียงไม่กี่สิบคน ใหญ่โตขึ้นเรื่อยๆจนถึง 500 คน

ในปี 2567 ก็มีนายทุนชาวจีนไต้หวัน เข้ามาขอร่วมหุ้น โดยจดทะเบียนเมื่อวันที่ 27 พ.ย. 2567 ด้วยทุนจดทะเบียน 150 ล้านบาท โดยมีนายทุนจีนและคนไทยเจ้าของเดิมเป็นกรรมการ
หลังจากนั้นนายทุนจีนได้ส่งลูกน้องที่เป็นคนจีนจำนวน 3 คนเข้ามาดูแลเจ้าหน้าที่ รวมทั้งคนงานทั้งหมด และทำให้เกิดปัญหาภายใน ระหว่างคนงานกับคนงานด้วยกัน ไม่นานก็เริ่มลดจำนวนคนงานลงเรื่อยๆ
ด้านนายทุนชาวจีนได้ติดต่อซื้อขายสินค้าผ่านเอเจนซี่ ไปยังประเทศแถบยุโรป และอเมริกา และเมื่อต้นปี 2569 ได้ออร์เดอร์จากอเมริกามาจำนวนหนึ่ง ปรากฏว่าพอส่งไปถึงอเมริกา สินค้าเซรามิกจำนวน 3 ตู้คอนเทนเนอร์ถูกตีกลับทั้งหมด เนื่องจากไม่ได้มาตรฐาน ซึ่งไม่ได้เกี่ยวกับภาษีทรัมป์ ที่ออกข่าวไปก่อนหน้านี้ ปัจจุบันสินค้าดังกล่าวยังเก็บไว้ในโกดังโรงงาน นับจากนั้นก็ไม่มีออร์เดอร์เข้ามาอีกเลย ทางโรงงานพยายามพยุงให้อยู่รอด แม้จะลดปริมาณคนงานจาก 500 คน เหลือ 300 คน และสุดท้ายเหลือ 192 คนแล้วก็ตาม

วิกฤติดังกล่าวเกิดขึ้นตั้งแต่เดือน ก.พ. 69 นายทุนชาวจีนเริ่มมีการจ่ายเงินกระท่อนกระแท่น ทำให้คนไทยเจ้าของเดิมต้องควักกระเป๋าจ่ายเงินสำรองไปก่อน กระทั่งเดือน ส.ค. 69 ไม่มีการจ่ายเงินเดือนแบบ 100% โดยมีการประชุมกันที่เกาะไต้หวันถึงปัญหาดังกล่าว มีมติให้ปิดกิจการ พร้อมประกาศเลิกจ้างลูกจ้างรายวันจำนวน 168 คน ให้ทราบโดยทั่วกันเมื่อวันที่ 18 ส.ค. 69 และให้มีผลในวันที่ 7 ก.ย. 69 โดยอ้างว่าบริษัทไม่มีคำสั่งซื้อสินค้า และขาดสภาพคล่องทางการเงิน
เดิมทางบริษัทจะจ่ายเงินที่คงค้างในวันที่ 7 ก.ย. 69 แต่ภายหลังขอเลื่อนมาเป็นวันที่ 15 ก.ย. 69 พอถึงวันดังกล่าวก็ไม่มีการจ่ายเงิน คนงานจึงได้ร้องเรียนไปยังนางณัฐกฤตา ดาหาร แรงงานจังหวัดนครพนม พร้อมทั้ง นางสิริวีรา ศิรสิทธิ์กุล สวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดนครพนม ลงพื้นที่ในวันที่ 16 ก.ย. 69 ที่ผ่านมา นำเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ประกันสังคมฯ จัดหางานจังหวัดฯ พัฒนาฝีมือแรงงานฯ เปิดรับเรื่องร้องเรียนกรณีถูกเลิกจ้างจากคนงานทั้ง 168 คน ณ ห้องประชุม อ.นาทม จ.นครพนม
นอกจากนี้ยังมีคนงานที่เป็นรายเดือนจำนวน 24 คน ซึ่งนายจ้างประกาศเลิกจ้างในวันที่ 30 ก.ย. 69 ที่จะถึงนี้ แต่เอาไปเอามาได้มีหนังสือฉบับใหม่ ประกาศเลิกจ้างในวันที่ 17 ก.ย. 69 ซึ่งทุกคนต่างรอความหวังที่จะได้รับเงินเดือนที่ยังไม่ได้จ่ายรวม 2 เดือนอย่างใจจ่อใจจ่อ

ด้าน นางสิริวีรา ศิรสิทธิ์กุล สวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดนครพนม เปิดเผยว่า 5 เสือแรงงาน (แรงงาน,สวัสดิการ,จัดหางาน,ประกันสังคม,พัฒนาฝีมือ) ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง ตั้งแต่วันที่ 21 สิงหาคม 69 รวมถึงทีมกระทรวงแรงงาน ใน่สวนเกี่ยวข้อง ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบสิทธิ เร่งรัดให้การช่วยเหลือ ทั้งนี้ยังไม่มีความชัดเจนจากนายจ้างชาวจีน แต่ในเบื้องต้นคนงานทุกคน มีประกันสังคมคุ้มครอง ทางสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานฯ จะช่วยเหลือตามอายุงาน มีตั้งแต่ 30 วันถึง 90 วันตามกฎหมายแรงงาน
ทั้งนี้ สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดนครพนม ได้รับคำร้อง (คร.7) สิทธิประโยชน์เกี่ยวกับค่าจ้างค่าล่วงเวลา และค่าชดเชยการเลิกจ้าง จำนวน 154 ราย สำนักงานจัดหางานจังหวัดนครพนม ดำเนินการขึ้นทะเบียนกรณีว่างงาน จำนวน 120 ราย พร้อมแนะแนวทางด้านอาชีพ และได้มีลูกจ้างบางส่วนได้มายื่นเรื่องการขึ้นทะเบียนกรณีว่างงานไว้แล้ว สำนักงานประกันสังคมจังหวัดนครพนม ได้ชี้แจงสิทธิประโยชน์ทดแทนผู้ประกันตนกรณีว่างงาน ขณะที่สำนักงานแรงงานจังหวัดนครพนม ได้ชี้แจงภารกิจของกระทรวงแรงงานและความห่วงใยของผู้บริหารกระทรวงแรงงาน ผู้บริหารจังหวัด ว่าพร้อมให้ความช่วยเหลือลูกจ้างที่ถูกเลิกจ้างให้ได้สิทธิประโยชน์ตามกฎหมายแรงงาน
ขณะเดียวกันการประกาศเลิกจ้างคนงาน 192 คน ยังมีกระทบไปถึงร้านค้าอีกด้วย จากการบอกเล่าของนายวิโรจน์ อายุ 43 ปี และ นางสาวโสพิ อายุ 37 ปี สองสามีภรรยา ซึ่งตั้งร้านขายของชำและอาหารตามสั่งที่หน้าโรงงาน ว่า ได้รับผลกระทบจากการที่คนงานมาเซ็นของที่ร้านไป เข้าเดือนที่สองแล้วยังไม่ได้เงินเลย ซึ่งคนงานก็มาบอกอยู่ว่าจะหาเงินทยอยมาจ่ายให้ โดยปกติคนงานรายวันจะมาจ่ายให้ทุกวันที่ 7 และ 22 ส่วนรายเดือนจะจ่ายตอนสิ้นเดือนเลย ถัวเฉลี่ยคนงานที่เซ็นของมีตั้งแต่ 500-2,000 บาท
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

