ทั่วโลกจับตา ซัมมิต ทรัมป์ - สี จิ้นผิง ถกเดือดประเด็นสำคัญ เปิดลิสต์ทัพซีอีโอร่วมโต๊ะดินเนอร์

21 กันยายน 2569 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง แห่งจีน เตรียมเดินทางเยือนสหรัฐฯ อย่างเป็นทางการ พร้อมเข้าหารือกับ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ในวันที่ 24 กันยายนนี้ โดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ มีแผนจะเดินทางไปต้อนรับ ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ด้วยตนเองที่สนามบิน ณ ฐานทัพอากาศ Joint Base Andrews ซึ่งนับเป็นกรณีที่เกิดขึ้นได้ยากสำหรับผู้นำสหรัฐฯ
พิธีการสำคัญยังประกอบไปด้วย พิธีต้อนรับอย่างเป็นทางการภายในทำเนียบขาว การตรวจแถวกองทหารเกียรติยศที่สวนกุหลาบ (Rose Garden) และงานเลี้ยงอาหารค่ำระดับรัฐพิธี ในช่วงเย็น
โดยมีรายงานต่ออีกว่า งานเลี้ยงอาหารค่ำระดับรัฐพิธีนั้น จะมี ซีอีโอและผู้นำระดับสูงในวงการเทคโนโลยีเข้าร่วมหลายคน เช่น เจฟฟ์ เบโซส แห่งแอมะซอน , ซุนดาร์ พิชัย ซีอีโอ อัลฟาเบต และ กูเกิล , แซม อัลต์แมน ผู้ร่วมก่อตั้งโอเพนเอไอ , ทิม คุก ประธานบริหารแอปเปิ้ล , อีลอน มัสก์ ซีอีโอและผู้ก่อตั้งสเผซเอ็กซ์ และ เทสลา , เจนเซน หวง ซีอีโอเอ็นวิเดีย และ ไมเคิล เดลล์ ผู้ก่อตั้งเดลล์คอมพิวเตอร์ คาดว่า การพบกันครั้งนี้เน้นไปที่การประคับประคองและสร้างความเสถียรให้กับความสัมพันธ์ทางการค้าที่ยังเปราะบาง รวมถึงการรักษาสัมพันธภาพส่วนตัวระหว่างผู้นำ มากกว่าการบรรลุข้อตกลงใหม่หรือเป้าหมายเชิงนโยบายที่วัดผลได้อย่างชัดเจน
การประชุมที่กำลังจะเกิดขึ้นระหว่าง ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ และ ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง แห่งจีน ในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. คาดว่าจะช่วยเสริมสร้างเสถียรภาพให้กับความสัมพันธ์ทางการค้าที่เปราะบางมากกว่าที่จะเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ คาดการณ์ว่าวาระสำคัญที่ผู้นำทั้ง 2 ชาติเตรียมหารือกันนั้น คาดว่าจะเป็นเรื่องของ แร่แรร์เอิร์ธและแร่ธาตุสำคัญ รวมถึงเรื่องหลักประกันความมั่นคงของห่วงโซ่อุปทาน การออกใบอนุญาตส่งออก และกรอบควบคุมการส่งออก
อีกทั้งยังมีเรื่องของ "ปัญญาประดิษฐ์และการแข่งขันทางเทคโนโลยี" ซึ่งเรื่องนี้ ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง เตรียมหารือเรื่องการบริหารจัดการการแข่งขันทางเทคโนโลยี มาตรการควบคุมการส่งออกชิปขั้นสูงและโมเดลเอไอ ควบคู่ไปกับการเจรจาเรื่องความปลอดภัยของเอไอเพื่อลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุทางไซเบอร์
และอีกหนึ่งเรื่องที่สำคัญอย่าง "การค้าและภาษี" โดยประเด็นนี้จะเป็นวาระสำคัญของผู้นำทั้งสองประเทศ ในการหารือกัน แต่จะเป็นไปในลักษณะที่เรียกว่า "ภาวะสงบศึกทางการค้า" โดยไม่ได้มุ่งเป้าไปที่การยกเลิกภาษีหรือปรับเปลี่ยนความสัมพันธ์ทางการค้าใหม่ทั้งหมดแต่เน้นการประคับประคองภาวะสงบศึกทางการค้าที่ยังคงเปราะบางให้มีความเสถียรและดำเนินต่อไป ก่อนหน้านี้นั้น 'ทรัมป์' เคยพยายามใช้มาตรการตั้งกำแพงภาษีระลอกใหญ่เพื่อกดดันจีน แต่ผลลัพธ์กลับไม่เป็นไปตามคาดหวัง เนื่องจากประเทศจีนใช้การผูกขาดการส่งออกแร่สำคัญอย่าง 'แร่แรร์เอิร์ธ' ที่จำเป็นต่ออุตสาหกรรมเทคโนโลยีเป็นเครื่องมือต่อรอง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

