ไม่ใช่แค่ภาพเก่า วธ.เผยเบื้องหลังฟิล์มกระจก มรดกความทรงจำโลก จากยุค ร.4–ร.7

22 กันยายน 2569 เพจเฟซบุ๊ก "กระทรวงวัฒนธรรม" โพสต์ข้อความระบุว่า “ฟิล์มกระจก” จากภาพแห่งอดีต สู่มรดกความทรงจำของโลก
Glass Plate Negatives: From Images of the Past to the Memory of the World
เมื่อภาพถ่ายประวัติศาสตร์ของไทยปรากฏขึ้นอีกครั้งในโลกออนไลน์ หลายคนอาจมองเห็นเพียง “ภาพเก่า” ภาพหนึ่ง แต่สำหรับวงการอนุรักษ์มรดกเอกสาร ภาพเหล่านี้มีคุณค่ามากกว่านั้น เพราะเป็นหลักฐานที่ช่วยบอกเล่าเรื่องราวของผู้คน สถานที่ วิถีชีวิต และเหตุการณ์สำคัญของสังคมไทยในอดีต
หนึ่งในหลักฐานสำคัญที่ทำหน้าที่เก็บรักษาความทรงจำเหล่านี้ไว้ คือ “ฟิล์มกระจก” เทคโนโลยีการบันทึกภาพในยุคก่อนที่ฟิล์มถ่ายภาพจะถูกใช้อย่างแพร่หลาย ซึ่งในวันนี้กลายเป็นมรดกเอกสารอันทรงคุณค่าของประเทศไทย
บางครั้ง…ภาพหนึ่งภาพอาจบอกเล่าเรื่องราวได้มากกว่าถ้อยคำนับพัน
ภาพถ่ายประวัติศาสตร์ที่เรามองเห็นในวันนี้ อาจดูเป็นเพียง “ภาพเก่า” แต่สำหรับการศึกษาประวัติศาสตร์และการอนุรักษ์มรดกเอกสาร ภาพเหล่านี้คือหลักฐานสำคัญที่บันทึกผู้คน สถานที่ วิถีชีวิต และเหตุการณ์ของสังคมไทยในช่วงเวลาที่ไม่อาจย้อนกลับไปสัมผัสได้อีก
หนึ่งในมรดกสำคัญที่เก็บรักษาความทรงจำเหล่านี้ไว้ คือ “ฟิล์มกระจก” เทคโนโลยีบันทึกภาพในยุคก่อนที่ฟิล์มถ่ายภาพจะถูกใช้อย่างแพร่หลาย และวันนี้ฟิล์มกระจกได้กลายเป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์อันทรงคุณค่าของประเทศไทย
มากกว่าภาพ คือเรื่องราวที่อยู่เบื้องหลัง
สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ กรมศิลปากร ดูแลคลังสะสมฟิล์มกระจกมากกว่า 35,000 แผ่น และภาพต้นฉบับประมาณ 50,000 ภาพ ครอบคลุมเรื่องราวตั้งแต่ พ.ศ. 2398–2478
ภาพเหล่านี้มีทั้งพระราชพิธี ขบวนเรือพระราชพิธี การเสด็จประพาสยุโรปของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ภาพบุคคลในพระราชสำนัก ตลอดจนภาพสถานที่และวิถีชีวิตของผู้คนในอดีต
ภาพของ สะพานหัน คลองมหานาค หรือศาลาเฉลิมกรุง จึงไม่ได้เป็นเพียงภาพของสถานที่ แต่เป็นเสมือนหน้าต่างที่เปิดให้เราเห็นว่า ประเทศไทยและกรุงเทพมหานครเคยเป็นอย่างไร และเปลี่ยนแปลงมาอย่างไรจนถึงวันนี้
เพราะในภาพหนึ่งภาพไม่ได้มีเพียงสิ่งที่ “มองเห็น” แต่ยังมีเรื่องราวที่รอให้คนรุ่นหลังค้นหา
ด้วยคุณค่าทางประวัติศาสตร์และความสำคัญต่อความทรงจำของมนุษยชาติ “ฟิล์มกระจกและภาพต้นฉบับชุดหอพระสมุดวชิรญาณ” ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็น มรดกความทรงจำแห่งโลก (Memory of the World) โดย UNESCO เมื่อ พ.ศ. 2560
การขึ้นทะเบียนไม่ได้สะท้อนเพียงคุณค่าของ “ภาพ” แต่ยังสะท้อนคุณค่าของต้นฉบับและพาหะที่ใช้บันทึกภาพ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของหลักฐานที่ช่วยให้คนรุ่นปัจจุบันเข้าใจอดีตได้อย่างเป็นรูปธรรม
เมื่อภาพเก่าเดินทางสู่โลกยุคใหม่
วันนี้ ภาพประวัติศาสตร์สามารถเดินทางจากหอจดหมายเหตุไปสู่ผู้คนทั่วโลกได้ในเวลาเพียงไม่กี่วินาที ผ่านเว็บไซต์ สื่อสังคมออนไลน์ นิทรรศการ ภาพยนตร์ และสื่อสร้างสรรค์รูปแบบต่าง ๆ
การนำภาพเหล่านี้กลับมาเล่าใหม่ จึงเป็นโอกาสสำคัญในการทำให้ประวัติศาสตร์เข้าใกล้คนรุ่นใหม่มากขึ้น
แต่สิ่งหนึ่งที่ควรเดินทางไปพร้อมกับภาพเสมอ คือ “ที่มา”
การระบุแหล่งที่มา เจ้าของมรดก และบริบทของภาพ ไม่ได้เป็นเพียงการให้เครดิต แต่คือการรักษาเรื่องราวของภาพไว้ไม่ให้สูญหายไปพร้อมกับการเผยแพร่ เพราะการรักษาภาพ คือการรักษาความทรงจำ
ฟิล์มกระจกเป็นวัสดุที่เปราะบางและต้องได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม การควบคุมสภาพแวดล้อม การอนุรักษ์ต้นฉบับ ตลอดจนการสแกนและจัดเก็บในรูปแบบดิจิทัล ล้วนมีบทบาทสำคัญในการส่งต่อมรดกเหล่านี้ไปยังคนรุ่นต่อไป
เพราะฉะนั้น ฟิล์มกระจกจึงไม่ใช่เพียง “ภาพเก่า”แต่คือ หลักฐานของเวลา หน้าต่างสู่อดีต และความทรงจำร่วมของสังคมไทย
กว่า 35,000 แผ่นของฟิล์มกระจก และภาพต้นฉบับอีกประมาณ 50,000 ภาพ กำลังบอกเราว่า…
ทุกภาพมีที่มา
ทุกภาพมีเรื่องราว
และทุกภาพมีคุณค่าที่ควรถูกส่งต่อ
เพราะเมื่อเรารักษาภาพไว้ได้ เราก็กำลังรักษาความทรงจำของแผ่นดินไว้ด้วย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

