'ชัชชาติ' เผย กทม. ฝนสะสมเกิน 300 มม. สถานการณ์ทรงตัว คาดคลี่คลายใน 2-3 วัน หากไม่ตกเพิ่ม

‘ชัชชาติ’ แถลงสถานการณ์น้ำทรงตัว หลังฝนตกสะสมเกิน 300 มม.เทียบเท่าปี 2526 บ่ายถึงเย็นนี้ฝนเบา คาดหากฝนหยุดใช้เวลาระบายน้ำ 3 วัน ขอ ปชช.อย่าตื่นตระหนกตุนอาหาร กทม.เปิดศูนย์พักพิง 233 แห่ง รองรับ 1.5 หมื่นคน
วันที่ 26 กันยายน 2569 ที่ศูนย์ป้องกันน้ำท่วม สำนักการระบายน้ำ ศาลาว่าการกทม. (ดินแดง) นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร แถลงติดตามสถานการณ์น้ำในพื้นที่กรุงเทพมฯ โดยรายงานสถานการณ์น้ำตั้งแต่มีฝนตกหนักต่อเนื่อง เวลา 16.00 น. ของวันที่ 24 ก.ย.69 จนถึงปัจจุบัน มีฝนเฉลี่ยเกิน 300 มม. ซึ่งถือเป็นปริมาณที่สูงมาก เทียบใกล้เคียงคือเมื่อปี 2526 ที่มีพายุเข้า โดยที่เขตมีนบุรี พระยาสุเรนทร์ และประชาร่วมใจ (เขตคลองสามวา) มีปริมาณฝนสะสมเกินกว่า 300 มม.ทั้งหมด ขณะนี้พบฝนตกแช่อยู่ที่กรุงเทพมหานคร นนทบุรี ปทุมธานี ฉะเชิงเทรา และสมุทรปราการ จึงประกาศให้ทั้งกรุงเทพมหานครเป็นเขตสาธารณภัย เพื่อให้เยียวยาประชาชนได้สะดวกมากยิ่งขึ้น
ทั้งนี้ หากดูพยากรณ์อากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาจะพบว่า หย่อมความกดอากาศต่ำที่เป็นตัวดึงน้ำเข้ามาในกรุงเทพฯ เริ่มขยับขึ้น จึงคาดว่าจะทำให้ฝนในพื้นที่กรุงเทพฯ ลดลง ซึ่งจะทำให้ กทม.สูบน้ำได้ดียิ่งขึ้น ที่ผ่านมา ฝนตกลงมาที่กรุงเทพฝั่งพระนครประมาณ 223 ล้าน ลบ.ม. ขณะที่ กทม.มีกำลังสูบอยู่ประมาณ 1,200 ลบ.ม./วินาที คาดว่าหากฝนหยุดตกจะใช้เวลาในการระบายน้ำ 2-3 วัน แต่ปัญหาอยู่ที่คลองมีน้ำเต็ม อยู่ในภาวะวิกฤต ยกเว้นคลองที่ใกล้กับแม่น้ำเจ้าพระยา จึงต้องคอยสูบออกให้มากที่สุด

อย่างไรก็ตามเมื่อเช้านี้ได้มีการหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมชลประทาน เนื่องจากจะมีน้ำจากคลองรังสิตประยูรศักดิ์ที่จะปล่อยมา ล่าสุดกรมชลประทานระบุว่าจะปล่อยน้ำมาให้น้อยที่สุด โดยจะปล่อยน้ำออกแม่น้ำเจ้าพระยาและคลองพระองค์เจ้าไชยานุชิต เพื่อไม่ให้ผ่านเข้ามาในกรุงเทพฯ บางส่วนจะมีการดึงน้ำจากคลองแสนแสบไปออกที่จังหวัดฉะเชิงเทรา
สำหรับน้ำที่ท่วมขังบนถนน สาเหตุมาจากคลองต่าง ๆ มีน้ำเต็ม เช่น คลองเปรมประชากร กระทบมาที่เขตดอนเมือง, คลองลาดพร้าวกระทบที่ถนนเสนานิคม วังหิน และพหลโยธิน, คลองแสนแสบ กระทบเพชรบุรีตัดใหม่และเอกมัย, คลองประเวศบุรีรมย์กระทบมาที่พระโขนง สวนหลวง พัฒนาการ และลาดกระบัง, ริมคลองทวีวัฒนากระทบต่อบ้านเรือนประชาชนริมน้ำ
ส่วนพื้นที่น้ำท่วมและรถเล็กไม่สามารถผ่านได้ มี 13 สาย อาทิ เอกมัย มีปัญหาน้ำท่วมบริเวณปั๊มดูดน้ำลงคลองแสนแสบทำให้ต้องหยุดใช้งาน, แยกพงษ์เพชรถนนงามวงศ์วาน, ถนนวิภาวดีจากแยกจตุจักร-การบินไทย, รามคำแหงช่วงหน้ามหาวิทยาลัยรามคำแหง, ถนนลาดกระบังช่วงแยกกิ่งแก้ว, ถนนเสนานิคม, ถนนแจ้งวัฒนะช่วงแยกหลักสี่-ทางด่วน, ถนนศรีนครินทร์, ถนนดินแดง ช่วงดินแดง-แยกอโศก, ถนนพหลโยธินจากแยกสะพานควาย-ซอยอารีย์, ถนนสุวินทวงศ์ มีนบุรีถึงวัดแสงสุน, ถนนรัชดาภิเษก และถนนลาดพร้าว นอกจากนี้ยังมีน้ำขังในพื้นที่ย่อยอีกหลายเส้นทาง
สำหรับประชาชนที่อยู่ริมคลอง ปัจจุบันมีผู้ที่อพยพไปอยู่ศูนย์พักพิงแล้วประมาณ 981 คน ซึ่งทุกเขตจะมีการตั้งศูนย์พักพิง ส่วนใหญ่จะอยู่ที่โรงเรียนกทม. ขณะนี้ กทม.มีศูนย์พักพิงแล้ว 233 แห่ง รองรับได้ 15,000 คน ขอให้ติดต่อสอบถามไปที่สำนักงานเขตทั้ง 50 แห่ง ทั้งยังมีการอพยพผู้ป่วยติดเตียงไปโรงพยาบาล และได้รับการสนับสนุนรถให้บริการประชาชนจากหน่วยงานอื่น ๆ เช่น หน่วยงานทหาร และ ปภ.
“ภาพรวมเชื่อว่ายังไม่มีการขาดแคลนอาหาร ขอประชาชนอย่าตื่นตระหนกในเรื่องนี้ บื้องต้นได้สั่งการให้ทุกสำนักงานเขตตั้งครัวกลางเพื่อแจกจ่ายให้กับประชาชนที่มีน้ำท่วมบ้าน ส่วนประชาชนที่ต้องการกระสอบทรายสามารถแจ้งที่สำนักงานเขต หรือมารับด้วยตนเองที่สำนักงานเขต หรือติดต่อที่หมายเลข 1555 ส่วนผู้ที่ต้องการรับความช่วยเหลือด้านสุขภาพให้โทรหมายเลข 1669”

ขณะที่จุดจอดรถชั่วคราว สามารถไปจอดได้ที่อาคารจอดแล้วจรของกรุงเทพมหานคร ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติถนนแจ้งวัฒนะ ห้างเซ็นทรัลและเดอะมอลล์ทุกสาขา แฟชั่นไอแลนด์ และห้างสรรพสินค้าโลตัส ซึ่งสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เพจเฟซบุ๊กของกรุงเทพมหานคร
นายชัชชาติ กล่าวว่า ”ในวันจันทร์ที่จะถึงนี้ (28 ก.ย.69) กรุงเทพมหานครจะขอความร่วมมือให้เจ้าหน้าที่ Work from Home และสั่งหยุดโรงเรียนในสังกัด กทม. ทุกแห่ง “
“ตอนนี้สถานการณ์ทรงตัว ถ้าไม่มีฝนเติมมาสถานการณ์ก็จะค่อย ๆ คลี่คลาย ถ้าฝนตกซึ่งเป็นเรื่องที่คาดการณ์ยาก อาจจะมีระดับน้ำเพิ่มขึ้น ดังนั้นจึงต้องระมัดระวัง”

นายชัชชาติ ยังระบุอีกว่า ก่อนหน้านี้กรุงเทพมหานครได้เคยทำแบบจำลองในกรณีที่ฝนอาจจะตกต่อเนื่อง 300 มม. โดยยอมรับว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ไม่ถึงขั้นแบบจำลองที่เราเคยทำไว้ เพราะไม่สามารถทำแบบจำลองได้ตรง เนื่องจากพื้นที่มีความซับซ้อน ซึ่งก็จะใช้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้มาปรับปรุงแบบจำลองให้ดีขึ้น
อย่างไรก็ตามปริมาณฝน 300 มม.ถือว่ายากที่จะรับมือ เพราะถูกจำกัดด้วยความจุของคลอง หลักการคือน้ำจากถนนลงท่อระบายน้ำและไหลไปลงที่คลองและคลองไหลไปที่ประตูระบายน้ำหรืออุโมงค์ระบายน้ำ เพื่อไปสู่แม่น้ำเจ้าพระยา คอขวดอยู่ที่คลองหากจะปรับปรุงความจุให้สามารถรับน้ำได้ 300 มม. ต้องลงทุนเยอะ หรือไม่ก็ไปเสริมอุโมงค์ให้มีประสิทธิภาพในการรับน้ำมากขึ้น ยกตัวอย่าง การเสริมอุโมงค์ที่บริเวณคลองประเวศฯ มาที่บึงหนองบอน ซึ่งเราได้งบประมาณแล้ว
ส่วนที่มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่าเหตุใดรอบนี้กรุงเทพมหานครเตือนภัยช้า นายชัชชาติ กล่าวว่า ความจริงได้มีการเตือนทุกวัน แต่คาดการณ์ล่วงหน้ายาก อนาคตต้องพัฒนารูปแบบการพยากรณ์ให้แม่นยำมากยิ่งขึ้น เพราะที่ผ่านมากรุงเทพมหานครไม่ได้เก่งเรื่องการพยากรณ์อาศัยข้อมูลจากคนอื่นมาประกอบ ขอรับเป็นข้อที่จะไปปรับปรุงและใช้เทคโนโลยีเพื่อให้แม่นยำมากยิ่งขึ้น
”สรุปว่าการพยากรณ์เรายังทำไม่ดี การเตือนภัยต่าง ๆ มันคงต้องทำให้แม่นยำขึ้นในอนาคต“ นายชัชชาติ กล่าว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

