ข้อสั่งการนายกฯ กำชับ ผู้ว่าฯ อยู่พื้นที่เฝ้าระวังน้ำ แก้ปัญหา เพิ่มงบฉุกเฉินจังหวัด พร้อมจัดตั้งศูนย์แถลงข่าวทันที

โฆษกรัฐบาลเผย นายกฯ ถกด่วน 2 ชม. ผ่านวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ พร้อมลงรายละเอียด “ข้อสั่งการนายกฯ” กำชับผู้ว่าฯ อยู่ในพื้นที่ แก้ปัญหา เพิ่มงบฉุกเฉินจังหวัด พร้อมจัดตั้งศูนย์แถลงข่าวทันที
วันที่ 26 กันยายน 2569 เวลา 11.45 น. ตามเวลาท้องถิ่นกรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมทางไกล ที่นายกรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล เรียกประชุมด่วน การบริหารจัดการน้ำในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหลายจังหวัดต่าง ๆ กระทรวงมหาดไทย สทนช. หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการดูแลเรื่องน้ำ มาประชุมร่วมกันโดยพร้อมกัน โดยใช้เวลาในการประชุมร่วม 2 ชั่วโมง ลงรายละเอียดสถานการณ์ต่าง ๆ
โฆษกรัฐบาลเปิดเผยว่า ข้อสั่งการนายกรัฐมนตรีในการดำเนินการ ดังนี้
- เฝ้าระวังสถานการณ์ในทุกพื้นที่ แม้ปัจจุบันระดับน้ำในบางพื้นที่อาจจะลดลงบ้าง แต่อาจยังไม่พ้นความเสี่ยง ยังคงให้บริหารสถานการณ์เต็มพื้นที่ โดยเฉพาะผู้ว่าราชการต้องอยู่ในพื้นที่
- ข้อมูลภาครัฐที่เป็นข้อมูลสื่อสาร ต้องมีความชัดเจนเป็นชุดเดียว หน่วยงานราชการส่งข้อมูลมายังสำนักโฆษก และร่วมกับกรมประชาสัมพันธ์ บริษัท อสมท. จำกัด สื่อสารข้อมูลอย่างรวดเร็ว ในทิศทางเดียวกัน
-จัดตั้งศูนย์แถลงข่าวทันที กรมอุตุนิยมวิทยา รับผิดชอบรายงานสภาพภูมิอากาศ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติและกรมชลประทาน เป็นหน่วยงานหลักเรื่องน้ำ
กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เน้นการช่วยเหลือ การดูแลผู้ประสบภัยโดยข้อมูลต้องเชื่อมกับผู้ว่าราชการจังหวัด และมอบผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้รับผิดชอบบริหารสถานการณ์พื้นที่ในแต่ละจังหวัด รวมทั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร
สำหรับสถานการณ์น้ำในปัจจุบัน นายเอกภพ กล่าวว่า ปัญหาในพื้นที่กรุงเทพมหานครและจังหวัดอื่น ๆ มีสาเหตุสำคัญจากฝนที่ตกต่อเนื่อง โดยบางพื้นที่มีปริมาณฝนประมาณ 300 มิลลิเมตรต่อวัน และบางพื้นที่มากกว่า 200 มิลลิเมตร ซึ่งเป็นปริมาณที่สูงเกินกว่าศักยภาพในการรองรับและระบายน้ำของแต่ละพื้นที่ อย่างไรก็ตาม หากปริมาณฝนเริ่มลดลง จะสามารถเริ่มระบายน้ำออกจากพื้นที่ได้มากขึ้น
ส่วนปริมาณน้ำจากทางเหนือที่ไหลลงมาตามแม่น้ำปิงเข้าสู่เขื่อนภูมิพล เริ่มมีปริมาณลดลง ขณะที่บริเวณจังหวัดนครสวรรค์ซึ่งเป็นจุดที่มีน้ำมารวมกันเพื่อไหลลงสู่พื้นที่ภาคกลาง มีปริมาณน้ำเพิ่มขึ้นเล็กน้อย สำหรับปริมาณน้ำที่ไหลลงสู่เขื่อนเจ้าพระยา จะมีการบริหารจัดการและระบายน้ำออกในลักษณะกระจายตามแนวพื้นที่ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อบางพื้นที่ แต่ส่วนหนึ่งเป็นพื้นที่การเกษตรที่ผ่านการเก็บเกี่ยวแล้ว
จากข้อมูลของกรมอุตุนิยมวิทยา พบว่าปริมาณฝนจะเริ่มลดลงในวันนี้และจะเคลื่อนตัวออกจากกรุงเทพฯ ไปทางกาญจนบุรี จะส่งผลให้ระดับน้ำในกรุงเทพได้รับการระบายมากขึ้น
นายเอกภพ กล่าวเพิ่มเติมว่า การบริหารจัดการสถานการณ์ในระยะต่อไปจะเน้นการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด การประสานข้อมูลระหว่างหน่วยงาน และการสื่อสารข้อมูลที่ถูกต้องและเป็นชุดเดียวกัน เพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลที่รวดเร็ว ชัดเจน และสามารถเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ได้อย่างเหมาะสม
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

